ข่าว

วิบากกรรม223ชีวิต'อุยกรู์'สินค้าชิ้นใหม่

วิบากกรรม223ชีวิต'อุยกรู์'สินค้าชิ้นใหม่

21 มี.ค. 2557

วิบากกรรม223ชีวิตชาว'อุยกรู์' สินค้าชิ้นใหม่ขบวนการค้ามนุษย์ : สัมภาษณ์พิเศษ

               ยังคงเป็นปริศนาที่รอการพิสูจน์สัญชาติสำหรับชาวต่างด้าวจำนวน 223 คน ที่หลบหนีเข้าไปอยู่ในสวนยาง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ซึ่งต่างด้าวกลุ่มนี้เจ้าหน้าที่คาดว่าอาจเป็นชาวอุยกูร์ที่ต้องการลี้ภัยจากจีนมาอยู่ในประเทศที่สาม และคาดว่า ทางการไทยจะต้องดูแลต่างด้าวทั้ง 233 ชีวิตไปจนกว่าจะมีการพิสูจน์สัญชาติได้อย่างแน่ชัด ก่อนผลักดันไปสู่ประเทศที่สาม หรือถิ่นกำเนิดที่เป็นมาตุภูมิ

               ทั้งนี้ ทีมข่าว “เครือเนชั่น” ได้สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ต.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 (ผบก.ตม.6) ในฐานะผู้รับผิดชอบพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ เกี่ยวกับสถานการณ์การลับลอบหลบหนีเข้าเมืองคนต่างด้าวในพื้นที่ และความเป็นมาของกลุ่มขบวนการนำพาคนต่างด้าวเข้ามาในพื้นที่
-การดูแลต่างด้าวทั้ง 223 คนเป็นอย่างไร
 
               ตอนนี้มีตัวแทนจากผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ (UNHCR) เขาเข้ามาดูแลเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐาน พวกปัจจัยเครื่องนุ่งห่ม ส่วนทางการไทยมีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งทางผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติพอใจกับการปฏิบัติของทางการไทย และชื่นชมการทำหน้าที่ตามหลักการสิทธิมนุษยชนได้ถูกต้อง

ทำไมสงขลาเป็นเส้นทางหลักของขบวนการค้ามนุษย์

               สงขลาเปรียบเสมือนทางผ่านก่อนที่จะออกไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะความเป็นจังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เป็นช่องทางธรรมชาติที่สามารถผ่านได้เป็นระยะทางที่ยาวมาก

ข้อจำกัดการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการจับกุม

               ข้อจำกัดเบื้องต้นที่สำคัญที่สุด บุคคลที่เดินทางมากับกลุ่มขบวนการจะมาด้วยความสมัครใจในเริ่มต้น แต่มารู้ทีหลังว่ากลายเป็นเครื่องมือทางการค้า เป็นการเรียกเงิน ซึ่งเป็นผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นในภายหลัง ตรงนี้เป็นจุดที่ทำให้เกิดปัญหาไม่สามารถจะแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว ตรงนี้เป็นหัวใจที่เป็นปัญหาสำคัญ ทำให้เขาให้ความร่วมมือกับกลุ่มขบวนการนำพาเป็นอย่างดี เพราะถือว่า มาด้วยความสมัครใจ และต้องการเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางให้ได้ กระทั่งเขาไปถูกบังคับ ถูกทรมาน หรือถูกดำเนินการอะไรก็ตามที่เป็นการละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคล เขาถึงจะเริ่มหลบหนี หรือพยายามช่วยเหลือตัวเองออกมา
 
จุดพักของต่างด้าวใน จ.สงขลา ปัจจุบันมีอยู่กี่จุด
 
               เป็นจุดเดิมๆ พื้นที่เดิมๆ เนื่องจากคนที่ดำเนินการส่วนใหญ่เป็นคนท้องถิ่น คนในท้องถิ่นนั้นๆ จะเป็นคนดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นพื้นที่เหล่านั้นจึงเป็นพื้นที่ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ซึ่งมีอยู่ไม่กี่พื้นที่ เช่น อ.สะเดา ปาดังเบซาร์ และอ.รัตภูมิ จุดที่เพิ่งตรวจพบล่าสุด ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้

จุดที่ลักลอบเข้ามาของคนต่างด้าวจะเป็นพื้นที่ไหน
 
               การเดินทางของกลุ่มต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมือง ส่วนใหญ่จะเดินทางเข้ามาทางเรือ โดยจะเข้ามาทาง จ.ระนอง จ.พังงา และ จ.สตูล เป็น 3 จุดใหญ่ๆ

ค่าใช้จ่ายของคนต่างด้าวในการจ่ายให้แก่ผู้นำพา             

               ตอนนี้ประมาณ 6 หมื่นบาทต่อคน ส่วนการเคลื่อนย้ายไปยังจุดเป้าหมาย รวมทั้งกลุ่มล่าสุดที่เพิ่งจับกุมได้
ที่ผ่านมาคนต่างด้าวที่จับกุมเป็นโรฮิงญา แต่ครั้งนี้กลุ่มใหม่

               อธิบายว่าตอนนี้กลุ่มขบวนการ กำลังเพิ่มประเภทสินค้าลงในการให้บริการขนส่งสินค้าทั่วไป ฉะนั้นตอนนี้ใครให้ส่งอะไรส่งได้หมด เพราะเขามีระบบเครือข่ายในการจัดส่งอยู่แล้ว สิ่งนี้หมายถึงผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น และสร้างให้แก่กลุ่มขบวนการนำพาคนต่างด้าวมีความเข้มแข็งมากขึ้น เนื่องจากมีสินค้าใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้พอเจ้าหน้าที่กดดันโรฮิงญาลดลง ทำให้เขาไปหาสินค้าประเภทอื่นแทน ดังนั้น คนต่างด้าวที่จับกุมล่าสุด จึงเป็นสินค้าใหม่ของกลุ่มขบวนการ

ประสานกับมาเลเซียระดับเจ้าหน้าที่ในการปราบปราม
 
               ได้มีโอกาสคุยกับหัวหน้าตรวจคนเข้าเมือง รัฐเกดะห์ ประเทศมาเลเซีย เขาบอกว่าตอนนี้มีโรฮิงญาอยู่ในห้องขังกว่า 1,000 คน  ซึ่งไปจากฝั่งไทย ขณะที่จำนวนของคนต่างด้าวที่อยู่ในความควบคุมของ ตม.สงขลา มีทั้งหมดร่วมๆ 1,000 คน ซึ่งจะต้องผลักดันส่งกลับประเทศต้นทาง ถือเป็นภาระที่หนักมาก โดยเฉพาะเรื่องค่าอาหาร และความแออัดเนื่องจากห้องขังที่ไม่ได้ถูกออกแบบมารองรับคนจำนวนมากขนาดนี้         

กลุ่มขบวนการนำพาปัจจุบันมีอิทธิพลขนาดไหน
 
               ยังไม่รู้ว่าใหญ่แค่ไหน แต่เท่าที่มีข้อมูล พบว่าการเชื่อมโยงข้ามไปประเทศต้นทาง ประเทศปลายทาง และมีกระบวนการรับ-ส่ง กันเป็นทอดๆ จึงคิดว่าคนที่เกี่ยวข้องมีเป็นจำนวนมาก 

มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่
 
               เป็นไปได้จากการประเมิน แต่ว่าสิ่งที่เจอเวลาเข้าไปในพื้นที่ทุกครั้ง เราไม่สามารถให้ชุมชนรู้ได้เลยว่าเราเข้าไป เพราะถ้าหากชุมชนรู้จะมีคนในชุมชนแจ้งผู้นำพาทันที เนื่องจากคนในชุมชนได้ประโยชน์ โดยประโยช์ที่คนในชุมชุนได้รับ คือ แค่โทรศัพท์ไปแจ้งผู้นำมาก็ได้เงินแล้ว 500 บาท/ครั้ง หรือได้ประโยชน์อย่างอื่น เช่น ในพื้นที่ล่าสุดใน อ.รัตภูมิ ผู้นำพาว่าจ้างชาวบ้านในพื้นที่ขนคนต่างด้าวเที่ยวละ 4,000 บาท ส่วนผู้ให้ที่ดินเป็นที่พัก ที่ตั้งแคมป์ก็จะได้หัวละ 3,000 บาท ในการเป็นที่พักพิง รวมถึงการขายอาหารให้แก่คนต่างด้าว ซึ่งเป็นประโยชน์ร่วมกัน ฉะนั้นถ้าไม่มีความขัดแย้งในกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องเหล่านี้ โอกาสที่จะได้รับความร่วมมือจากชุมชนค่อนข้างยาก

การปราบปรามขบวนการในพื้นที่ให้หมดไปทำได้แค่ไหน
 
               ในความเห็นคิดว่าไม่ยาก เนื่องจากกลุ่มใหญ่ๆ ที่มีการดำเนินการเรื่องนี้อยู่ในภาคใต้อยู่ใน 14 จังหวัดภาคใต้ มีไม่กี่กลุ่ม เท่าที่เข้าไปจับกุม หรือดำเนินการอะไรต่างๆ มันจะวนกลับไปที่คนไม่กี่คน ฉะนั้น ถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐกล้าที่จะดำเนินการต่อกลุ่มคนเหล่านี้ ผมคิดว่าปัญหาจะแก้ไม่ยาก ส่วนวิธีดำเนินการเรามีอยู่ 2 ส่วน  คือที่พักพิง เนื่องจากที่พักพิงเป็นจุดที่สร้างรายได้ ถ้าไม่มีที่พักพิงก็ไม่มีจุดต่อรองในการเรียกร้องเงินจากญาติของคนต่างด้าว ดังนั้น ขบวนการนี้ต้องมีจุดพัก เพื่อรอการเจรจา เพื่อให้จบว่า ตกลงราคาที่โอเคหรือไม่ โอนเงินให้กันเมื่อไหร่ ตรงนี้เราพยายามไม่ให้มี   ส่วนเรื่องที่สองคือ การดำเนินการจับกุมผู้ค้ารายใหญ่ พูดง่ายๆ ก็คือ จับกุมคนที่เป็นหัวขบวนการ

.......................

(หมายเหตุ : วิบากกรรม 223 ชีวิตชาว'อุยกรู์' สินค้าชิ้นใหม่ขบวนการค้ามนุษย์  :  สัมภาษณ์พิเศษ)