
'สมชัย'คาด2แนวตัดสินเลือกตั้ง2ก.พ.
'สมชัย'คาด2แนวทาง ศาลรธน.ตัดสินเลือกตั้ง2ก.พ. กกต.พร้อมเคารพคำวินิจฉัยพร้อมจัดเลือกตั้ง5จังหวัด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 20 มี.ค.2557 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง โพสต์เฟสบุ๊กแสดงความคิดเห็นส่วนตัว ระบุว่า "ว่าด้วยคำ มีคำสองคำในเอกสารแถลงข่าวของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นภาษากฎหมายที่น่าสนใจอย่างยิ่ง คำแรก นัดแถลงด้วยวาจาก่อนการลงมติ คำที่สอง นัดอภิปรายเพื่อนำไปสู่คำวินิจฉัย
นายสมชัย ระบุต่อว่า คำแรก ใช้กับกรณีคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้การเลือกตั้ง 2 ก.พ.เป็นโมฆะ คำที่สอง ใช้กับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ร้องขอต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยว่า 28 เขตจะเดินหน้าต่ออย่างไร และทั้งสองคำ ถูกนำมานัดหมายในเวลาเดียวกันคือ 9.30 น.ของวันศุกร์ที่ 21 มีนาคม โดยมีลำดับคำแรก ก่อนคำที่สอง ดังนั้น จึงแปลความหมายว่า การพิจารณาคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ต้องเริ่มก่อนคำร้องของ กกต.
ทั้งนี้ นายสมชัย โพสต์ทิ้งท้ายว่า คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าเป็นที่สุดและผูกพันทุกองค์กร จึงน่าจะมีทางที่เป็นไปได้ดังนี้ ทางที่ 1. มีมติ และ มีคำวินิจฉัย ทางที่ 2. มีมติ จึงไม่มีความจำเป็นต้องวินิจฉัย ส่วนจะเป็นอย่างไร ทราบว่าอัตราต่อรองขณะนี้ หาคนรองไม่ได้แล้ว ไม่ทราบจริงหรือเปล่า
กกต.พร้อมเคารพคำวินิจฉัย
นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีที่ ศาลรัฐธรรมนูญ นัดแถลงด้วยวาจาและลงมติ วินิจฉัยว่าการเลือกตั้ง ส.ส. วันที่ 2 ก.พ. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในวันที่ 21 มี.ค.นี้ ว่า ไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญ จะวินิจฉัยออกมาในแนวทางใด กกต. ก็พร้อมน้อมรับคำวินิจฉัย และเตรียมแผนปฏิบัติงานไว้รองรับแล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียด เกรงว่าจะเป็นการก้าวล่วงอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ หากศาลวินิจฉัยว่าการเลือกตั้ง ชอบด้วยกฎหมาย กกต. ก็พร้อมเดินจัดการเลือกตั้งไปกฎหมาย และระเบียบในทุกขั้น แต่ถ้าวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งโมฆะ กกต. ก็ต้องมีการปรึกษาหารือกับรัฐบาลว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป อย่างไรก็ตามหากศาลวินิจฉัยออกมาในแนวทางใด ตนมองว่า ในเรื่องพระราชกฤษฎีกาก็คงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่มีความเป็นห่วงว่าจะมีปัญหาในเรื่องของสถานการณ์ทางการเมืองมากกว่า ยืนยันว่า การจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมา กกต. ดำเนินการตามกฎหมาย และระเบียบมาโดยตลอด
เลขาฯกกต.มั่นใจกกต.พร้อมจัดเลือกตั้ง5จังหวัด
นายภุชงค์ กล่าวภายหลังการประชุมเตรียมความพร้อมการเลือกตั้ง ส.ส. ทดแทน เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ใน 5 จังหวัด ประกอบด้วย จ.ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ประจวบคีรีขันธ์ และกทม. จะมีขึ้นในวันที่ 5 เม.ย. ว่า จากการหารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนสถานีตำรวจนครบาล ผู้แทนปลัด กทม. ประธาน กกต.จังหวัด และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ทั้ง 5 จังหวัด โดยได้มีการประเมินสถานการณ์ร่วมกันนั้น ยืนยันว่าทั้ง 5 จังหวัด มีความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. ทดแทน ในวันที่ 5 เม.ย. แต่อาจจะมีปัญหาเล็กน้อยในจ.ประจวบฯ เขต 3 อ.บางสะพาน และ อ.บางสะพานน้อย ที่อาจจะมีเหตุการณ์คัดค้านการเลือกตั้ง ส.ส. ขณะที่ กทม. ทางประธาน กกต.กทม.และผอ.กต.กทม. ก็ยืนยันว่ามีความพร้อมที่จะจัดการเลือกตั้ง เพียงแต่ขอเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ เพื่อมาทำหน้าที่รักษาความปลอดภัย อีกทั้ง กกต. ก็จัดเจ้าหน้าที่ไปเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(กปน.) เข้าไปเสริมกำลังหากมีเหตุขัดข้อง จนทำให้ กปน. มาไม่ครบ
เผยศาลฎีกาคืนสิทธิรองนายกฯอบจ.สมัครส.ว.29 คน
นายภุชงค์ กล่าวถึงกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง พิพากษามีคำสั่งคืนสิทธิผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ว. ที่เคยเป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)ว่า ศาลฎีกา ได้วินัจฉัยคืนสิทธิให้ผู้สมัคร ส.ว. ที่เคยเป็นรองนายกฯ อบจ.แล้ว ทั้งหมด 29 คน จาก 45 คน ที่ กกต. ไม่ได้ประกาศรับรองให้เป็นผู้สมัคร ส.ว. เนื่องจากศาลฎีกาเห็นว่า ผู้สมัคร ส.ว. ทั้ง 29 คน ที่เคยเป็น รองนายกฯ อบจ. เป็นเพียงผู้ใช้อำนาจบริหารท้องถิ่น แต่ศาลฎีกาฯ ก็ยังได้วินิจฉัยว่าไม่คืนสิทธิให้กับผู้สมัคร ส.ว. ที่มีคุณสมบัติต้องห้าม คือ เป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่เกิน 5 และผู้ที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งด้วย



