
'กปปส.'โวย'ศอ.รส.'คุกคามยัดคดี
20 มี.ค. 2557
'กปปส.' โวย 'ศอ.รส.' คุกคามยัดคดี ชี้คำสารภาพ 'มือปืนป๊อปคอร์น' มีพิรุธ โต้ข่าวทอดทิ้งผู้ชุมนุมเหยื่อกระสุนปืน ยืนยันได้รับเงินเยียวยาค่ารักษาพยาบาล
20 มี.ค. 57 เมื่อเวลา 10.40 น. ที่เวทีกปปส.สวนลุมพินี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานตำรวจเเห่งชาติ (สตช.) แถลงถึงกรณีที่ สตช.แถลงจับกุมตัวมือปือป๊อปคอร์น โดย กปปส.มองว่า การที่ สตช.ยื่นขอศาลให้อนุมัติหมายจับ 4 ราย แต่ศาลอนุมัติหมายจับเพียงแค่ 1 ราย ทำให้เห็นว่า สตช.ไม่มีหลักฐานที่ที่บ่งชี้ที่ชัดเจน และดูเหมือนว่า สตช.ปักธงไว้แล้วอย่างกรณีการแถลงข่าวสามารถรวบตัวมือปืนป๊อปคอร์นได้นั้น ก็เหมือนทุกอย่างได้วางแผนเป็นขั้นตอนไว้หมดแล้ว
นายเอกนัฏ กล่าวว่า ส่วนกรณีการออกหมายจับยิงนายสุทิน ธาราทินนั้น สตช. ได้ยื่นขอหมายจับนายธวัชชัย วงศ์จันทร์ ซึ่งเป็นคนที่อยู่บนรถปราศรัยกับนายสุทิน บนรถขยายเสียง โดย สตช. ได้ให้ข้อหานายธวัชชัย มีอาวุธปืนในครอบครองและพกพาอาวุธ แทนที่จะหาคนลงมือยิงกลัยไปจับนายธวัชชัย ซึ่งเป็นคนที่ถูกยิงด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีความพยายามเชื่อมโยงเหตุการณ์ว่านายธวัชชัย เป็นผู้ยิงนายสุทิน จะเห็นว่า การยื่นขอหมายจับคดีดังกล่าว ไม่ได้ออกหมายจับจากหลักฐานที่หนักแน่นและชัดเจน แต่กลับพยายามกล่าวหาและเชื่อมโยงเหตุการณ์
นอกจากนี้ ในการติดตามดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุอุกอาจในหลายเหตุการณ์ อาทิ การกราดยิงเอ็ม 16 และเอ็ม 79 ที่ราชประสงค์ และเวที กปปส. ที่ จ.ตราด แต่กลับไม่มีความคืบหน้าและยังไม่มีการออกมาจับผู้กระทำความผิด ที่ผ่านมาการก่อเหตุเหล่านี้อุกอาจแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีความพยายามจับคนที่ผิดมาลงโทษ รวมถีงคนที่ถูกกล่าวอ้างเป็นมือปืนป๊อปคอร์น การปฏิบัติหน้าที่ ทั้งหมดว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม โดยตนขอเรียกร้องให้ สตช. ออกมาชี้แจงต่อการปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดภายใต้กฎหมาย หรือทำตัวเป็นคู่กรณีรับใช้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เท่านั้น
โต้ข่าวทอดทิ้งผู้ชุมนุมเหยื่อกระสุนปืน
นายเอกนัฏ พร้อมด้วยนายพุฒิชัย วิภา หนึ่งในผู้ชุมนุม กปปส. ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่ดาบตำรวจคงเพชร เพชรกังหา เจ้าหน้าที่ตำรวจที่แฝงตัวเข้ามาร่วมชุมนุมและยิงปืนใส่ในระหว่างชุมนุมหน้าสโมสรกองทัพบกได้ร่วมกันแถลงข่าว
โดยนายเอกนัฏ กล่าวว่า ยืนยันในช่วงที่นายพุฒิชัย เข้าพักรักษาตัวอยู่ห้องไอซียูเป็นระยะเวลา 7 วัน ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี กปปส.ได้ช่วยรุดให้การดูแลนายพุฒิชัย ตามแนวทางการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากการชุมนุมของ กปปส. โดยได้ให้เงินค่ารักษาพยาบาลจำนวน 20,000 บาท นอกเหนือจากผู้ชุมนุมเบิกจ่ายได้ กปปส.ก็พร้อมดูแลเต็มที่ แต่ที่ผ่านมาถูกนำไปกล่าวอ้างในสังคมออนไลน์ว่า นายพุฒิชัย ไม่ได้รับการดูแลจาก กปปส. โดยขอยืนยันว่า เงินสนับสนุนที่ประชาชนร่วมกันบริจาคทุกบาททุกสตางค์ มีการเบิกจ่ายใช้อย่างเป็นระบบ และโปร่งใส ทั้งนี้ กปปส. เตรียมเปิดเว็บไซต์เพื่อชี้แจงรายละเอียดการใช้จ่ายเงินในแต่ละวันของการชุมนุม และการดูแลค่ารักษาพยาบาลผู้ชุมนุม กปปส.
ด้านนายพุฒิชัย กล่าวว่า รู้สึกประหลาดใจที่มีการนำชื่อตนไปกล่าวอ้างว่าเป็นผู้ชุมนุม กปปส.ที่บาดเจ็บจากการชุมนุมแต่กลับถูกทอดทิ้ง โดยในเรื่องนี้ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ในข้อเท็จจริง ตนได้รับเงินเยียวยาจาก กปปส. ในการใช้สำหรับหาหมอในช่วงเวลาที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้ติดใจอะไรและยังมาร่วมชุมนุมเป็นปกติ
โวย 'ศอ.รส.' คุกคามยัดคดี ชี้คำสารภาพ 'มือปืนป๊อปคอร์น' มีพิรุธ
เมื่อเวลา 15.20 น. นายเอกนัฏ แถลงถึงกรณีที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) นำคดีขวางเลือกตั้งรวมกับคดีกบฏเป็นคดีพิเศษ ว่า ตนเชื่อว่าคงมีอีกหลายคดีที่จะถูกดำเนินการเพื่อคุกคามแกนนำ รวมทั้งการคุกคามโดยใช้อาวุธด้วย แต่เราก็จะต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะมีอีกกี่คดี ซึ่ง กปปส.ยืนยันว่า ทั้งแกนนำและประชาชนจะไม่หวั่นไหว และจะเดินหน้าเพื่อให้เกิดการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ทั้งนี้การที่ ศอ.รส.นำคดีขัดขวางการเลือกตั้งเป็นคดีพิเศษ ขอตั้งข้อสังเกตว่า มีหลายคดีที่ ศอ.รส.ได้นำไปเป็นคดีพิเศษ อาทิ คดีเป่านกหวีด แต่คดีการยิง เอ็ม 79 และเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ที่ทำให้มีคนบาดเจ็บ และเสียชีวิตกลับไม่นำเข้าเป็นคดีพิเศษ จึงมองว่า ศอ.รส.มีเป้าหมายคุกคามแกนนำ และมวลชน กปปส.รวมทั้งกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาล อย่างไรก็ตาม กปปส.ยืนยันว่าไม่หวั่นไหว ซึ่งแกนนำแต่ละคนและประชาชนที่เข้าร่วมก็ต้องพิสูจน์ตัวเองต่อไป ส่วน ศอ.รส.จะให้แกนนำรายงานตัวในวันที่ 31 มี.ค.นี้นั้น ขณะนี้เรายังไม่สามารถไปให้การได้ เพราะมีความจำเป็นที่แกนนำทุกคนต้องต่อสู้เพื่อให้บรรลุจุดหมาย
"การเลือกตั้ง ส.ว.ที่จะมีขึ้นในวันที่ 30 มี.ค.นี้ กปปส.จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว และไม่มีการส่งตัวแทน หรือสนับสนุนใครลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ว. นอกจากนั้น กปปส.ก็ยืนยันว่าจะไม่ไปขัดขวาง แต่ขอให้ประชาชนเลือกคนที่เหมาะสม ไม่ใช่คนที่อยู่ภายใต้ระบอบทักษิณ"
นายเอกนัฏ กล่าวว่า ส่วนการที่นายวิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์ ผู้ที่ถูกออกหมายจับในฐานะมือปืนป๊อปคอร์น จากเหตุปะทะที่แยกหลักสี่ ได้รับสารภาพว่าเป็นการ์ดของ กปปส. นั้น ตนไม่ทราบว่า มือปืนป๊อปคอร์นเป็นใคร แต่จากการให้การของนายวิวัฒน์ นั้นมีพิรุธหลายอย่าง อาทิ การรับสารภาพที่เร็วเกินไป หรือเรื่องเงินค่าจ้างที่บอกว่าได้ค่าจ้างวันละ 300 บาท ซึ่งน้อยเกินไป เพราะการ์ดของ กปปส.จะได้ค่าจ้างวันละ 500 บาท นอกจากนั้นคำให้การของนายวิวัฒน์ ที่บอกว่าไม่เคยใช้อาวุธมาก่อน และปืนเอ็ม16 ที่ใช้ก่อเหตุ มาจากหัวหน้าการ์ดเวทีแจ้งวัฒนะ ที่ทำการสอนวิธีใช้ ซึ่งหลังจากได้รับสัญญาณวิทยุสื่อสารจากการ์ดให้ออกมาช่วยกลุ่มผู้ชุมนุมของหลวงปู่พุทธะอิสระ จึงได้ออกมายิงปืนออกไปประมาณ 20 นัด แต่จากภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏออกตามสื่อมวลชนต่างๆ กลับแสดงให้เห็นว่ามือปืนป๊อปคอร์นเป็นคนที่มีความชำนาญในการใช้ปืน อย่างไรก็ตาม กปปส.ไม่รู้ว่ามือปืนป๊อปคอร์นเป็นใคร แต่เชื่อว่าคงมีเจตนาออกมาปกป้องผู้บริสุทธิ์
"ตำรวจใช้วิธีไหนถึงได้มีหลักฐาน และสามารถเชื่อมโยงผู้ต้องสงสัยรายนี้ได้อย่างไร ซึ่งเรามีความกังวลว่า จะมีการจับแพะ เพื่อใส่ร้าย กปปส. ดังนั้นในกรณีดังกล่าวจึงอยากให้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. และ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 2 ออกมาชี้แจงในกรณีนี้ และขอฝาก สตช.ว่ายังมีอีกหลายคดีที่อุกอาจ และยังไม่สามารถจับตัวผู้กระทำผิดได้ จึงขอให้ สตช.เร่งจับตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ เพราะหลายเหตุการณ์มีหลักฐานปรากฏชัดเจน อาทิ การปาระเบิดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และกรณีการยิงนายสุทิน ซึ่งปรากฏภาพคนร้ายชัดเจน"
ผู้ถูกออกหมายจับพกปืนในเหตุการ์ยิง"สุทิ ธราทิน"โต้กลับ
เมื่อ เวลา 17.00 น. ที่เวทีการชุมนุมกปปส. สวนลุมพินี นายธวัชชัย พรหมจันทร์ แกนนำกปท. ที่ถูกออกหมายจับในความผิดพกพาอาวุธปืน เหตุลอบยิง นายสุทิน ธราทิน แกนนำ กปท. บริเวณวัดศรีเอี่ยม ชี้แจงบนเวทีปราศรัยตอนหนึ่งว่า ในวันเกิดเหตุตนและนายสุทิน มีหน้าที่ประจำบนรถขยายเสียงเพื่อเดินทางไปรณรงค์ให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง และคัดค้านการเลือกตั้ง ที่หน่วยเลือกตั้งบริเวณวัดศรีเอี่ยม โดยเมื่อเสร็จภารกิจก็ออกจากวัดศรีเอี่ยม และเข้าถนนศรีนครินทร์ แต่ เห็นชายชุดดำดักรออยู่ประมาณ 100 คน จึงได้เลี้ยวรถกลับเพื่อไปหามวลชนที่อยู่อีกด้านหนึ่ง จากนั้นตนได้สั่งให้คนขับรถกระจายเสียงขับผ่านกลุ่มที่มาดักและไได้ปราศรัยเพื่อให้เปิดทางให้ขบวนของพวกกปท.ผ่าน ซึ่งขณะที่ตนปราศรัยอยู่ก็มีเสียงปืนดังขึ้นจากทุกทิศทาง แต่ตำรวจกลับกล่าวหาว่าตนเป็นคนยิงปืน เจ้าหน้าที่ตำรวจเอาหลักฐานมาจากไหนมากล่าวหาว่าตนยิงปืน และมาออกหมายจับตน
“วันที่เกิดเหตุผมถูกลอบทำร้ายจนแทบจะเอาตัวไม่รอด แต่วันนี้ผมกลับมาเป็นผู้ต้องหา และถูกออกหมายจับ จึงอยากถามตำรวจว่าเอาหลักฐานอะไรมาออกหมายจับ ซึ่งผมยืนยันว่าข้อกล่าวหาของตำรวจเป็นเท็จ 100% จึงขอเรียกร้องไปยัง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ให้ช่วยทำคดีนี้อย่างตรงไปตรงมา อย่าปล่อยให้ลูกน้องคุณที่รับใช้ระบอบทักษิณมากลั่นแกล้งประชาชน”นายธวัชชัย กล่าว



