
'ปชป.'ข้องใจยิงบ้าน'ตู่'พลาด!
20 มี.ค. 2557
'ปชป.' ข้องใจ เหตุยิงกราดบ้าน 'จตุพร' พลาด จี้ 'ศอ.รส.' หาตัวคนก่อเหตุมาดำเนินคดี บี้ 'ยิ่งลักษณ์-พท.' ให้สัตยาบัน รับอำนาจศาลรธน.
20 มี.ค. 57 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่ยังคงมีสถานการณ์ความรุนแรงภายใน กทม.หลังมีการยกเลิกประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ว่า เป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับการประเมินของรัฐบาลที่อ้างว่ายกเลิการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะสถานการณ์ดีขึ้นแล้ว แต่กลับมีการสร้างสถานการณ์ทั้งกราดยิงใส่ข้างบ้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.และยิงเอ็ม 79 ข้างบ้านนายนิสิต สินธุไพร แกนนำคนเสื้อแดง โดยเกรงว่าจะเป็นกระบวนการสร้างความเกลียดชังในกลุ่มมวลชน พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตุเหตุกราดยิงบ้านนายจตุพร ที่ยิงผิดบ้านด้วยว่ามีความผิดปกติอะไรหรือไม่ โดยขอให้ ศอ.รส.เร่งค้นหาความจริงโดยด่วน เพราะในขณะนี้ ศอ.รส.ทำงานเหมือนดูแลเฉพาะคดีที่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลถูกกล่าวหาทั้งสิ้น
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ล่าสุดมีการจับมือปืนป๊อปคอร์นได้ แต่ไม่มีความคืบหน้าในการจับกุมผู้ที่ก่อเหตุรุนแรงกับผู้ชุมนุม ทั้งที่เห็นหน้าผู้ร้ายอย่างชัดเจน เป็นการใช้กระบวนการยุติธรรมตั้งต้นแบบสองมาตรฐาน ใช้กฎหมายจัดการเฉพาะผู้ที่อยู่ตรงกันข้าม ส่วนพวกเดียวกันจะแบ่งแยกดินแดน ข่มขู่ หรือหมิ่นสถาบันทำได้หมด โดยรัฐบาลไม่สนใจเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ทำให้ประเทศไทยอยู่ในภาวะวิกฤตซึ่งจะทำให้การไม่ยอมรับรัฐบาลรุนแรงมากขึ้น
บี้ 'ยิ่งลักษณ์-พท.' ให้สัตยาบัน รับอำนาจศาลรธน.
นายชวนนท์ แถลงถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยว่าการเลือกตั้ง 2 ก.พ. 57 เป็นโมฆะหรือไม่ในวันที่ 21 มี.ค. 57 ว่า ขอให้ทุกฝ่ายน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และขอให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ อยู่ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกับคนไทยคนอื่นเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าได้ โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องออกมายืนยันว่าพร้อมน้อมรับเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติหาทางออกให้กับประเทศ
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าการเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะรัฐบาลจะยอมรับหรือไม่ จึงขอให้ออกมาแสดงจุดยืนก่อนที่จะมีคำวินิจฉัย และกำหนดแนวทางที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นทางออกของประเทศได้อย่างแท้จริง ดังนั้นพรรคเพื่อไทยกับนางสาวยิ่งลักษณ์ ต้องเร่งให้สัตยาบัณว่าจะยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเพื่อเป็นก้าวแรกของการหาทางออกให้บ้านเมือง จากนั้นจึงมาร่วมกันพิจารณาเพื่อกำหนดแนวทางการเลือกตั้งที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย
"พรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ แต่การเลือกตั้งใหม่ต้องมีหลักประกันว่าจะเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ไม่มีการขัดขวางการเลือกตั้ง หรือไม่ใช่การเลือกตั้งโจ๊กอย่างที่ผ่านมา ทั้งนี้การที่พรรคจะลงสมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งใหม่หรือไม่ ไม่ใช่เงื่อนไขสำคัญต่อปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากคนที่จะปลดชนวนความขัดแย้งคือรัฐบาล โดยต้องพิจารณาว่าจะต้องทำอะไรก่อนการเลือกตั้ง และพรรคก็พร้อมเดินหน้าเรื่องการปฏิรูปประเทศควบคู่ไปด้วยอยู่แล้ว ซึ่งต้องพิจารณาเงื่อนไขของกลุ่มต่างๆ ด้วยว่ามีอย่างไรบ้าง แต่หากรัฐบาลจะดึงดันเลือกตั้งทันทีโดยที่ไม่มีคำตอบในการแก้ปัญหาชาติก็ไม่เกิดประโยชน์ต่อการคลี่คลายวิกฤตที่เกิดขึ้นกับบ้านเมืองในขณะนี้ ดังนั้น นางสาวยิ่งลักษณ์ และพรรคเพื่อไทยต้องลดทิฐิเพื่อให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น โดยรัฐบาลไม่ควรเป็นเจ้าภาพเพราะเป็นคู่ขัดแย้ง จึงต้องหาวิธีการที่ทุกฝ่ายยอมรับด้วย ไม่ใช่ยึดแต่สิ่งที่ตัวเองอยากได้เท่านั้น"
'จุฤทธิ์' ชี้ 'สมศักดิ์-นิคม' ส่อซ้ำรอยพท.ไม่รับอำนาจป.ป.ช.
นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่ ป.ป.ช.จะชี้มูลความผิดนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภาและนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภาในฐานะรองประธานรัฐสภาที่กระทำความผิดต่อหน้าที่กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญปมที่มา ส.ว. ว่า เป็นกระบวนการที่มีการยื่นคำร้องและมีการพิจารณานานกว่า 7 เดือนแล้ว โดยหากป.ป.ช.ชี้ว่ามีความผิด นายนิคม จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ จากนั้น ป.ป.ช.ต้องส่งเรื่องให้ ส.ว.ดำเนินการถอดถอนต่อไป โดยอย่านำเรื่องดังกล่าวมาเชื่อมโยงกับความวุ่นวายทางการเมืองในขณะนี้
รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายนิคมระบุว่า กระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช.ไม่เป็นธรรม เพราะไม่สืบพยานตามจำนวนที่นายนิคม ร้องขอไปนั้น ฟังไม่ขึ้น เป็นคำอ้างที่พิสดาร เพราะตนเป็นผู้ที่ยื่นถอดถอนนายนิคม แต่นายนิคม กลับอ้างตนและอีก 15 คนไปเป็นพยานเพื่อช่วยนายนิคม หลุดคดี
นายจุฤทธิ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้นการที่ตนไปเป็นพยานจึงไปในฐานะผู้ร้องด้วย และขอทำนายล่วงหน้าว่านายนิคม จะไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของ ป.ป.ช. จึงขอเรียกร้องให้ทั้งนายสมศักดิ์ และนายนิคม ยอมรับคำวินิจฉัยของ ป.ป.ช.เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดี อย่าตั้งโต๊ะแถลงไม่ยอมรับอำนาจ ป.ป.ช.เหมือนที่เกิดขึ้นกับศาลรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้ พร้อมกันนี้ยังฝากถึงประชาชนให้พิจารณาบุคคลที่อาสาเข้ามาเป็นสมาชิกวุฒิสภาอย่างรอบคอบ ไม่เลือกคนที่ไม่ยอมรับผิดเข้ามาเป็น ส.ว. เพราะอำนาจอยู่ที่ประชาชนโดยเชื่อว่าคนไทยมองเห็นว่าปัญหามาจากนักการเมืองส่วนหนึ่งที่ไม่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาและไม่ทำงานในฐานะเป็นตัวแทนปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง คนไทยจึงต้องเลือก ส.ว.เพื่อเป็นตัวแทนปวงชนชาวไทยไม่ใช่ต่อสู้เพื่อระบบใดระบบหนึ่ง



