
'ศอ.รส.'เดินหน้าดำเนินคดี'กปปส.'
19 มี.ค. 2557
'ศอ.รส.' แถลง เดินหน้าดำเนินคดี 'กปปส.' ต่อ ขีดเส้นแกนนำที่เป็นผู้ต้องหา รายงานตัวในสัปดาห์หน้า ก่อนส่งอัยการฟ้องศาลออกหมายจับ
19 มี.ค. 57 เมื่อเวลา 13.00 น. ที่บช.ปส. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะเลขานุการ ศอ.รส. แถลงหลังการประชุม ศอ.รส. ว่า ศอ.รส.ขอชี้แจงถึงการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด โดยเฉพาะกลุ่มแกนนำของ กปปส. ที่ได้กระทำผิดอย่างต่อเนื่องต่างกรรมต่างวาระตลอดมา แม้จะได้มีการประกาศยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้วก็ตาม ผลในทางกฎหมายต่อการดำเนินคดีแกนนำผู้กระทำผิด ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่สอบสวนทั้งตำรวจ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และพนักงานอัยการ ที่เข้าร่วมสอบสวน ยังคงมีหน้าที่ดำเนินการสืบสวนสอบสวน และนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อรับโทษต่อไป โดยเฉพาะความผิดต่างๆ ที่แกนนำได้กระทำไปแล้ว ถือว่าเป็นความผิดสำเร็จ จึงไม่ได้ยกเลิกเพิกถอนไปแต่ประการใด เช่น ความผิดร่วมกันเป็นกบฏ ร่วมกันยุยงส่งเสริมให้ประชาชนล่วงละเมิดต่อกฎหมาย ร่วมกันมั่วสุมให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ความผิดการขัดขวางการเลือกตั้งตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง และความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวพัน โดยมีแต่หมายจับเฉพาะหมาย ฉ ที่ศาลได้ออกตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เท่านั้นที่สิ้นผลไป
นายธาริต กล่าวว่า ในวันนี้ ศาลอาญา ธนบุรี ได้อนุมัติหมายจับนายชุมพล จุลใส แกนนำ กปปส. ในฐานขัดขวางการเลือกตั้ง จากการที่ได้เป็นแกนนำพามวลชนไปปิดล้อมหน่วยเลือกตั้ง สำนักงานเขตภาษีเจริญ ซึ่ง ศอ.รส.จะได้กำกับดูแล และเร่งรัดให้การดำเนินคดีเป็นไปโดยรอบคอบ รวดเร็ว และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อเป็นการป้องปรามให้ผู้ที่กำลังกระทำความผิดอยู่ ยุติการกระทำผิดเสีย และมิให้เป็นเยี่ยงอย่างกับผู้ที่คิดจะกระทำผิดในอนาคต
นายธาริต กล่าวด้วยว่า ในที่ประชุมได้มีการซักถามเรื่องการดำเนินคดีกับกลุ่ม กปปส. ที่ไม่ได้ยกเลิกไปกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งคดีกบฏ และขัดขวางการเลือกตั้ง ซึ่งมีผู้ต้องหาสำคัญทั้ง 58 คน โดยที่ประชุมทางดีเอสไอ ตำรวจ และอัยการ ได้แจ้งว่า จะออกหมายเรียกผู้ต้องหาดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง โดยมีกำหนดตามหมายเรียกถึงช่วงสัปดาห์หน้า เพื่อมารายงานตัวที่ บช.ปส. ซึ่งเราประเมินว่าจะไม่มีผู้ต้องหาเข้ารายงานตัว หรือมีมาน้อย แต่ ศอ.รส.อยากเตือนอย่างจริงจังว่า หากไม่มาครั้งนี้ เราจะสรุปสำนวนส่งอัยการโดยมีความเห็นสั่งฟ้อง เมื่ออัยการมีความเห็นพ้องให้สั่งฟ้อง ผู้ต้องหาก็จะถูกออกหมายจับอย่างแน่นอน ตามระเบียบของประธานศาลฎีกา ที่ระบุว่า เมื่อผู้ต้องหาถูกอัยการสั่งฟ้อง และขอศาลออกหมายจับ ศาลก็จะออกหมายจับทุกกรณี ซึ่งเป็นการดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมปกติ ทั้งนี้ถือว่าจะเป็นการเสียโอกาสในการสู้คดี ของผู้ต้องหาทั้ง 57 คน ยกเว้น นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม อดีต ผอ.สำนักข่าวทีนิวส์ ที่ได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้ว จึงขอให้ผู้ต้องหามาตามหมายเรียก



