ข่าว

'ปชป.'อัด'พท.'ปฏิเสธอำนาจศาลรธน.

'ปชป.'อัด'พท.'ปฏิเสธอำนาจศาลรธน.

19 มี.ค. 2557

'ปชป.' อัด 'พท.' ประกาศไม่รับอำนาจศาลรธน. ทำลายโครงสร้างปชต. วอนศาลตัดสินเที่ยงธรรม อย่าหวั่นแรงกดดัน

 
                      19 มี.ค.57 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเริ่มไต่สวนคำชี้แจง กรณีมีผู้ยื่นคำร้องให้วินิจฉัยว่าการเลือกตั้ง 2 ก.พ.2557 ขัดรัฐธรรมนูญเป็นโมฆะหรือไม่ว่า เป็นไปตามที่คาดว่าผู้ที่ออกแถลงการณ์คัดค้าน การใช้อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญคือ พรรคเพื่อไทย สะท้อนพฤติกรรมซ้ำๆ เดิมๆ ของบุคลากรของเพื่อไทยที่มีพฤติกรรมไม่ยอมรับอำนาจศาล แสดงถึงความไม่เป็นประชาธิปไตย สะท้อนความล้มเหลวของบุคลากรในพรรคเพื่อไทย เป็นการทำลายระบบการเมือง และโครงสร้างประชาธิปไตยของประเทศไทย การปฏิเสธอำนาจศาลรัฐธรรมนูญของกลุ่มบุคคลเหล่านี้ เพราะทราบดีว่าพฤติกรรมในกระบวนการเลือกตั้ง ส่อเป็นโมฆะจึงออกมาตีปลาหน้าไซ ดักคอศาลรัฐธรรมนูญที่อาจมีคำวินิจฉัยในวันนี้
 
                      โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอให้สังคมไทยร่วมกันประณาม พฤติกรรมของพรรคเพื่อไทยเพราะเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของประเทศไทย ไม่ยอมรับกติกาพยายามอยู่เหนือกฎหมาย โดยเป็นแนวทางที่ดำเนินการตามรอย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มาจนถึงกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ระบุว่าถูกกฎหมายไล่ล่า กระทั่งมีการประกาศไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจอย่างยิ่ง และเห็นว่าข้อกล่าวหาที่อ้างว่าพรรคประชาธิปัตย์ ขัดขวางเลือกตั้งนั้นเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง
 
                      นายชวนนท์ กล่าวว่า หากเห็นว่ามีการกระทำผิดฐานขัดขวางการเลือกตั้ง ก็สามารถดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำความผิดได้ อย่างไรก็ตามตนเห็นว่า ปัญหาเกิดจากพรรคเพื่อไทยมีปัญหากับการใช้ชีวิตตามระบบกฎหมายไทย จึงขอเสนอให้คนเหล่านี้ไปหาประเทศใหม่ ในการดำรงชีวิต ไม่เช่นนั้นประเทศไทยจะเดินหน้าภายใต้ระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ได้ ถ้ามีนักการเมืองมีแนวคิด “ได้เอา เสียไม่จ่าย” อย่างพรรคเพื่อไทย
 
                      “ผมเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยบนข้อกฎหมาย ยึดเอาผลประโยชน์ชาติประชาชนเป็นที่ตั้งอย่าหวั่นไหวกับนักการเมืองที่ขาดจริยธรรม และความรับผิดชอบต่อประเทศ การที่พรรคเพื่อไทยปฏิเสธอำนาจศาลเพราะทราบดีว่า ถ้าการเลือกตั้งเป็นโมฆะจะเกิดปัญหากับน.ส.ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทย จึงจำเป็นต้องดันทุรังให้การเลือกตั้ง มีความชอบธรรมเพื่อหวนคืนสู่อำนาจโดยเร็ว” นายชวนนท์ กล่าว
 
 
ปชป.ท้า 'ยิ่งลักษณ์' แจง 'ป.ป.ช.' คดีแบ่งแยกดินแดน
 
 
                      นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รับคำร้องกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ปล่อยปละละเลยให้ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ปฏิบัติหน้าที่รมว.มหาดไทย และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ปฏิบัติหน้าที่รมช.พาณิชย์ ร่วมบนเวทีประกาศแบ่งแยกดินแดน ว่า เป็นเรื่องที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องให้ความร่วมมือกับ ป.ป.ช. หากคิดว่าไม่ให้มีการแบ่งแยกดินแดนจริง ต้องจัดการกับกลุ่มบุคคลดังกล่าว หากกล้าดำเนินคดีกับคนที่พูดเรื่องการแบ่งแยกดินแดนก็จะเป็นหลักฐานที่ทำให้ ป.ป.ช.พิจารณาได้ว่านางสาวยิ่งลักษณ์ละเว้นที่จะดำเนินการกับคนที่คิดแบ่งแยกดินแดนหรือไม่ จึงต้องดูใจนางสาวยิ่งลักษณ์ว่าจะกล้าหรือไม่ ถ้าไม่กล้าก็แสดงว่าเป็นเนื้อเดียวกัน
 
                      โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์พยายามหลีกเลี่ยงที่จะให้ความร่วมมือกับ ป.ป.ช.ในการตรวจสอบการทุจริตจำนำข้าว โดยอ้างว่าไม่มีรายละเอียดที่ครอบคลุม และให้เวลาชี้แจงน้อยเกินไปนั้น เป็นคำพูดที่ขัดกันเอง เพราะนางสาวยิ่งลักษณ์ ควรจะชี้แจงตามคำร้อง 49 หน้า ไม่จำเป็นต้องมีการขยายเวลา เพื่อให้การตรวจสอบเดินหน้า และเป็นประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาให้ชาวนา ไม่ใช่มาทำลายความน่าเชื่อถือของ ป.ป.ช.เพื่อดำเนินกระบวนการนอกกฎหมาย หากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกชี้มูลว่ามีความผิด
 
                      นายชวนนท์ กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจไม่สามรถจับกุมตัวนายเอกภพ เหลือรา หรือ ตั้ง อาชีวะ ที่หมิ่นสถาบันมาดำเนินคดีได้แต่กลับปล่อยให้มีการโพสต์คลิปเยาะเย้ยผ่านเฟซบุ๊คอย่างต่อเนื่องว่า พรรคกำลังรวบรวมหลักฐานวันที่นายตั้ง กล่าวปราศรัยหมิ่นสถาบันว่า มีนักการเมืองคนใดอยู่บนเวทีบ้างเพื่อดำเนินคดีฐานละเว้นที่จะดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยจะได้เอาผิดกับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ด้วยการยื่นในส่วนของนักการเมืองซึ่งรวมถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ด้วย กับ ป.ป.ช. ส่วนบุคคลอื่นจะยื่นร้องต่อกองปราบปราม ซึ่งฝ่ายกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องนี้
 
 
เผย 'ผู้ว่าฯกทม.' ทำหนังสือถึง 'กองทัพ' คงบังเกอร์ 176 จุด ดูแลความปลอดภัยปชช.
 
 
                      นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ) และใช้ พ.ร.บ.มั่นคงในวันนี้เป็นวันแรกว่า การยกเลิกดังกล่าวไม่ได้ทำเพื่อความสงบของประเทศ แต่เพราะรัฐบาลมีเจตนาจำกัดอำนาจฝ่ายทหารในการดูแลประชาชน เพราะเมื่อมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว ทหารจะเป็นเพียงผู้ช่วยพนักงานโดยศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) จะใช้ตำรวจเป็นหลักในการดูแลสถานการณ์ จึงเป็นความจงใจตัดความรับผิดชอบของทหาร
 
                      โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นความพยายามที่จะทำให้การดูแลความสงบและความปลอดภัยของมวลชน กลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ทำได้ยากขึ้น โดยนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ปฏิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ยังมีการระบุด้วยว่าจะมีการเจรจาให้ทหารถอนบังเกอร์ สะท้อนว่ารัฐบาลจงใจเปิดพื้นที่ให้กลุ่มผู้ไม่หวังดี ปฏิบัติการในกทม. เพราะไม่มีเหตุผลที่จะยกเลิกมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน โดยจะเห็นได้ว่ามีการวางระเบิดตามสถานที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
 
                      นายชวนนท์ กล่าวว่า ล่าสุดมีการปาระเบิดใส่บริเวณพื้นที่ชุมนุมสวนลุมพินีด้วย แต่รัฐบาลกลับยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน จึงเป็นการใช้อำนาจเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง จัดการกับกลุ่มประชาชนที่เห็นต่างจากรัฐบาล ถือเป็นความอำมหิตที่เจ้าหน้าที่ทหารจะต้องยืนหยัดในการปกป้องความสงบเรียบร้อย และขอบคุณที่ทหารยืนยันจะคงบังเกอร์ 176 จุดเพื่อดูแลความปลอดภัยให้ประชาชน
 
                      “ผมถามน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่าระหว่างบังเกอร์ที่ดูแลประชาชน กับระเบิดที่หย่อนตามสถานที่ต่างๆ อะไรทำลายเศรษฐกิจ ความมั่นคงของประเทศ ระหว่างทหารกับกลุ่มคนที่ไม่หวังดีหย่อนระเบิดตามที่ต่างๆ ใครต้องถูกจำกัดบทบาทไม่ให้ก่อเหตุวุ่นวาย และยังปล่อยให้คนเสื้อแดงคุกคาม คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อไม่ให้ป.ป.ช.ดำเนินคดีกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยรัฐบาลให้ท้ายการชุมนุมของคนเสื้อแดง ในขณะที่คนในรัฐบาลก็ออกมาวิจารณ์ องค์กรอิสระอย่างต่อเนื่อง แสดงว่าจงใจประกาศสงครามกับองค์กรอิสระ ประชาชน และพรรคการเมืองที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเพื่อรักษาอำนาจตัวเอง ทำให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลนี้เป็นโมฆะ ไม่มีความชอบธรรมในการดูแลประชาชนอีกต่อไป” นายชวนนท์ กล่าว
 
                      โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ได้ทำหนังสือถึงกองทัพเพื่อให้ดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน ด้วยการคงบังเกอร์ทั้ง 176 จุดไว้ ในฐานะที่เป็นผอ.รมน.กทม.และยังมีการเพิ่มการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อให้มาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยของประชาชนเป็นไปอย่างเข้มข้นมากขึ้นด้วย
 
 
'หมอวรงค์' จวก 'นิวัฒน์ธำรง' อ้างจำนำข้าวทำราคาขึ้น สวนทางความจริง
 
 
                      นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีความเดือดร้อนของชาวนา ที่ต้องขายข้าวในราคาถูกเพียงแค่เกวียนละ 5,000 บาทเศษ ว่า เกิดจากการระบายข้าวของรัฐบาล แต่นายนิวัฒน์ธำรงค์ บุญทรงไพศาล ปฏิบัติหน้าที่รมว.พาณิชย์ กลับอ้างว่าโครงการจำนำข้าวทำให้ราคาข้าวสูงขึ้น เป็นความพยายามแก้ตัว เพราะการระบายข้าวของรัฐบาลทำให้ราคาข้าวราคาตก เนื่องจากระบายข้าวมากในช่วงที่ชาวนาเกี่ยวข้าว ทำให้ราคาตก ข้าวเปลือกเหลือเพียงเกวียนละ 7,000 กว่าบาท แต่ชาวนาเกี่ยวเสร็จแล้วขายเลย ทำให้ถูกกดราคาเหลือเพียงแค่ 5,000 บาทเศษเท่านั้น จึงขอให้เลิกแถได้แล้ว นอกจากนี้ผลพวงจากการระบายข้าวของรัฐบาลยังมีเรื่องข้าวเสื่อมสภาพ และมีการเวียนเทียนข้าวซ้ำขึ้นอีก ขณะที่ระบายข้าวในราคาถูกมาก กิโลกรัมละประมาณ 8 บาทเศษเท่านั้น
 
                      นพ.วรงค์ ยังนำภาพข้าวที่มีสีเหลืองสะท้อนว่าข้าวมีปัญหาเรื่องการเสื่อมคุณภาพมาแสดงต่อสื่อมวลชน เพื่อยืนยันว่ารัฐบาลมีปัญหาในเรื่องการดูแลข้าว ทำให้ต้องระบายข้าวในราคาถูก เป็นการนำเงินประชาชนไปปู้ยี่ปู้ยำ อีกทั้งยังมีกระบวนการทุจริตทิ้งทวน เพราะแทนที่จะมีการนำข้าว ไปปรับปรุงคุณภาพกลับมีการนำข้าวไปเวียนเทียน ส่งในโกดังรัฐบาลในโครงการ 56/57 จึงไม่แปลกที่ประเทศชาติจะล่มจมจนชาวนาเดือดร้อน เพราะรัฐบาลสมรู้ร่วมคิดให้เกิดการทุจริต จึงขอเรียกร้องไปยัง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สอดส่องดูแลการระบายข้าวทุกแห่ง
 
                      "ผมยินดีให้ข้อมูลจะได้จับแบบคาหนังคาเขา และขอให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในฐานะ ประธานคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ (กขช.) รวมทั้งทีมรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องข้าว ให้ออกมาชี้แจงถึงปัญหาการเวียนเทียนข้าวที่เกิดขึ้น เพราะหากปล่อยไปเช่นนี้อาจได้เห็นว่า ต้องนำข้าวไปทำปุ๋ยในอนาคต เนื่องจากข้าวในขณะนี้กลายเป็นข้าวฟันหนู ซึ่งมองเห็นชัดเจนว่าไม่ใช่ข้าวในโครงการ 55/56 ตามที่มีการกล่าวอ้าง แต่มีการนำข้าวเก่ามายัดไส้แล้วนำข้าวใหม่ไปขาย ถือเป็นการเวียนเทียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งที่นางสาวยิ่งลักษณ์ กำลังจะติดคุกจากการโกงจำนำข้าวแล้ว แต่ก็ยังไม่เลิกพฤติกรรมโกงโดยร่วมกันเป็นขบวนการ และมีนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง" นพ.วรงค์ กล่าว
 
 
'ปชป.' ชี้ 8 เหตุผลเพื่อไทยกลัวเลือกตั้ง 2 ก.พ.เป็นโมฆะ
 
 
                      นายจุฤทธิ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าที่พรรคเพื่อไทยกลัวว่าการเลือกตั้ง 2 ก.พ.2557 จะเป็นโมฆะก็เนื่องจาก 1. กลัวเลือกใหม่จะแพ้มวลมหาประชาชน 2. ครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ลงสมัครจึงพยายามไขว่คว้าไว้ 3. หวังเป็นรัฐบาลพรรคเดียวออกกฎหมายเพื่อตัวเอง ทั้งออกกฎหมายนิรโทษกรรม และแก้รัฐธรรมนูญบางมาตรา 4 .รักษาอำนาจให้นานและมากที่สุดแม้จะเป็นเป็ดง่อยในขณะนี้ก็ตาม และหลงใหลความเป็นอำมาตย์จึงพยายามรักษาไว้ให้นานที่สุด
 
                      5. ประชานิยมฝีแตก ถูกประชาชนทวงถามจึงพยายามใช้อำนาจปกป้องตัวเอง เพราะไม่สามารถหานโยบายใหม่มาล่อลวงยั่วใจประชาชนคนไทยได้ 6. ต้องการอำนาจเพื่อปกป้องตัวรัฐบาลในการสู้คดีต่างๆ เช่น โกงจำนำข้าว กบฏและการทุจริตที่ถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น 7. ต้องการกลับมาบริหารงบแผ่นดินต่อไป และ 8 .การที่พรรคเพื่อไทยกลัวว่าการเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 เป็นโมฆะแสดงถึงความไม่จริงใจการปฏิรูปประเทศไทยคิดแต่รักษาอำนาจเพียงอย่างเดียว ตนจึงมองว่าหากการเลือกตั้งครั้งนี้ผ่านไปได้จะไม่เกิดการปฏิรูปขึ้นในประเทศไทย