
'ยิ่งลักษณ์'นั่งรถเข็นถกแก้ภัยแล้งที่ปทุมฯ
19 มี.ค. 2557
'ยิ่งลักษณ์' นั่งรถเข็นถกแก้ปัญหาภัยแล้งที่ปทุมฯ พร้อมเยี่ยมชมแปลงสาธิตพันธุ์ข้าว ทำได้แค่ยืนเกาะประตูรถฟังบรรยายสรุปก่อนบึ่งกลับบ้านทันที ไม่ให้สัมภาษณ์สื่อ
19 มี.ค.57 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี จ.ปทุมธานี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตร การจัดทำโซนนิ่งภาคเกษตรและสถานการณ์ภัยแล้ง โดยมีรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรมช.เกษตรเเละสหกรณ์ นายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม นายวิบูลย์ สงวนพงษ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย (ปภ.) นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) อธิบดีกรมชลประทาน อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน อธิบดีกรมการข้าว
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวตอนหนึ่งว่า สำหรับสถานการณ์ผลผลิตสินค้าเกษตรจะต้องมีการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลอุปสงค์และอุปทานของสินค้าเกษตรที่จะออกสู่ตลาดในแต่ละจังหวัด เพื่อไม่ให้ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ โดยสินค้าที่ต้องให้ความสำคัญเร่งด่วนประกอบด้วย ข้าวนาปรัง ปาล์มน้ำมัน สับปะรดโรงงาน และผลไม้ จึงอยากมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตรฯและกระทรวงพาณิชย์จัดทำข้อมูลสินค้ารายจังหวัด รวมทั้งหารือถึงแนวทางบริหารจัดการสินค้าเกษตรเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และข้อให้กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ มหาดไทยและอุตสาหกรรมเตรียมมาตรการรองรับผลผลิตทางการเกษตรที่จะออกสู่ตลาดล่วงหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาผลผลิตล้นตลาด และขอให้กระทรวงพาณิชย์นำรูปแบบการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรข้ามจังหวัดมาใช้ ตลอดจนพิจารณาอุปสงค์ อุปทานและแนวทางแก้ปัญหาราคาตกต่ำเพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อไป
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า เกษตรโซนนิ่ง ขอให้มีการจัดทำโซนนิ่งภาคเกษตรโดยใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด สอดคล้องกัยศักยภาพและผลตอบแทนที่เหมาะสม รวมทั้งจะต้องมีการพัฒนาอย่างเป็นระบบจากต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร ซึ่งทั้งหมดจะเป็นการแก้ไขปัญหาราสินค้าเกษตรตกต่ำด้วย ดังนั้นจึงต้องมีการขับเคลื่อนในพื้นที่อย่างจริงจัง ซึ่งขณะนี้หลายจังหวัดได้ดำเนินการไปบ้างแล้ว ดังนั้นจึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงอุตสาหกรรมและพาณิชย์พิจารณาแนวคิดจัดทำเกษตรโซนนิ่ง โดยคำนึงถึงสภาวะแวดล้อม ภูมิอากาศ โรงงานแปรรูปในพื้นที่ ระบบโลจิสติกส์ และปลูกพืชให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงปัญหาภัยแล้งว่า แม้ปีนี้พื้นที่ชลประทานจะดีกว่าเดิม แต่พื้นที่นอกเขตชลประทานยังประสบภัยแล้งอยู่ จึงจำเป็นต้องมีการแก้ไขปัญหาภัยแล้งเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและจัดหาน้ำกิน น้ำใช้ จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดในการวิเคราะห์ สำรวจ และติดตามข้อมูลพื้นที่ประสบภัยแล้งและปริมาณน้ำจากแหล่งน้ำในพื้นที่ ยึดหลักแอเรียเบส(area base) เพื่อเน้นให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ตามหลักการเกษตรโซนนิ่ง รวมทั้งการเจาะบ่อบาดาลเสริมในพื้นที่ที่มีศักยภาพ โดยการจัดคณะทำงานชุดเล็กที่ประกอบด้วย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมชลประทาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรมและสำนักงานนโยบายบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) ร่วมกันวางแผนช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยมีสศช. และ GISTDA เป็นผู้ประสานและบูรณาการข้อมูลทั้งหมดเพื่อนำเสนอต่อไป
ทั้งนี้ในการเดินทางมาประชุมที่ห้องประชุมศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี จ.ปทุมธานี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังนั่งรถเข็น เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าด้านซ้ายจากการเสียหลักล้มที่ด้านหน้าร้านก๋วยเตี๋ยว 3 บาท ที่จังหวัดเชียงใหม่่ ยังไม่หายและยังคงมีอาการบวมอักเสบ จึงยังต้องใช้รถเข็นและเข้าเฝือกและพันด้วยผ้าก็อตที่เท้าซ้ายอย่างต่อเนื่องตามคำสั่งแพทย์
อย่างไรก็ตาม ทางทีมงานของน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ต้องการให้มีการวิพากษ์วิจารณ์จากอาการบาดเจ็บของนายกรัฐมนตรี จึงไม่ต้องการให้บันทึกภาพในช่วงที่นายกฯ ลงจากรถแล้วนั่งรถเข็นมายังห้องประชุมที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี โดยจัดพื้นที่ให้สื่อมวลชนอยู่คนละอาคารกับจุดที่นายกฯลงจากรถ และเมื่อนายกฯมาถึงห้องประชุมก็เชิญให้สื่อมวลชนเข้าไปทำข่าวได้
'ยิ่งลักษณ์' เยี่ยมชมแปลงสาธิตพันธุ์ข้าว
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมด้วยนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเเละรมช.เกษตรเเละสหกรรณ์ ได้ขึ้นรถตู้ของศูนย์วิจัยฯ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน นค 5487 ปทุมธานีเพื่อเยี่ยมชมแปลงนาสาธิตภายในศูนย์วิจัยข้าว
และในช่วงหนึ่งนายกฯ ได้จอดรถเพื่อลงดูแปลงสาธิตการปลูกข้าว โดยเป็นที่สังเกตว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้เดินชมรวมทั้งไม่ได้นั่งรถเข็น แต่กลับใช้วิธียืนเกาะขอบประตูรถตู้เพื่อพยุงตัวเพื่อไม่ทิ้งน้ำหนักลงที่ข้อเท้าซ้าย เพื่อฟังการบรรยายสรุป นอกจากนี้ระหว่างที่เยี่ยมชมจุดที่สองซึ่งเป็นศูนย์ปฏิบัติการและเก็บเชื้อพันธุ์ข้าวแห่งชาติ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่สามารถลงจากรถเพื่อไปเยี่ยมชมได้ จึงมอบหมายให้นายนิวัฒน์ธำรง นายยุคล และนายวราเทพไปรับฟังการบรรยายสรุปแทน จากนั้นเวลา 14.00 น. นายกรัฐมนตรีก็ได้เดินทางกลับออกจากศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานีโดยไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เดินทางกลับบ้านพักทันทีด้วยรถตู้ยี่ห้อโฟล์คสวาเก้น สีดำ หมายเลขทะเบียน ฮภ 2924 กรุงเทพมหานคร กลับทันที โดยไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน
'ยิ่งลักษณ์' ถกแนวทางการแก้ปัญหาพืชผลการเกษตรล้นตลาด
เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ผู้สื่อข่าวรายงานภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตร ความก้าวหน้าการจัดทำโซนนิ่งภาคเกษตรและสถานการณ์ภัยแล้งที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมเป็นประธานนั้น ที่ประชุมได้รับฟังรายงานการวิเคราะห์ข้อมูลอุปสงค์อุปทานของสินค้าเกษตรที่จะออกสู่ตลาดซึ่งที่ประชุมเห็นว่าเพื่อรับรองพืชผลที่จะออกส่งตลาดในช่วงเดือนพฤษภาคม คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องพิจารณาข้อมูลสถานการณ์สินค้าเกษตร
โดยให้เสนอแนวทางการบริหารจัดการผลผลิตที่ล้นตลาดโดยจะต้องเสนอต่อนายกรัฐมนตรีภายใน 2 สัปดาห์ และเห็นควรให้กระทรวงอุตสาหกรรมประสานกับผู้ประกอบการโรงงานที่มีกำลังการผลิตเกิน เพื่อรับซื้อผลผลิตไปแปรรูป นอกจากนี้เห็นควรให้จัดหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือแนวทางการใช้ประโยชน์ยางพารา โดยให้กรมบัญชากลางร่วมประชุมเพื่อร่วมแก้ไขระเบียบ ขณะที่การประชุมเรื่องความคืบหน้าการจัดทำโซนนิ่งเกษตรเสนอให้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยระยะแรกให้เน้นการปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวให้เหมาะสม ไปเป็นปลูกอ้อยโรงงาน เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม นอกจากนี้เห็นว่าควรมีการปรับปรุงข้อมูลความต้องการในการปรับเปลี่ยนพื้นที่โดยให้สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเป็นผู้ประสานในการบูรณาการข้อมูลของแต่ละหน่วยงาน โดยจะต้องจัดให้โซนเกษตรอยู่ในแผนที่พัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด และจัดสรรงบประมาณในการดำเนินการระดับพื้นที่ ทั้งนี้จะต้องมีคณะกรรมการส่วนกลางในการดูแลโซนนิ่งเกษตรที่สามารถทำงานเชื่อมโยงในระดับพื้นที่ได้
ขณะที่สถานการณ์ภัยแล้งนั้น ในเขตชลประทานไม่มีปัญหา เนื่องจากมีน้ำต้นทุนมากกว่าปีก่อน แต่นอกเขตชลประทานต้องแก้ไขปัญหาภัยแล้งเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและจัดหาน้ำกินน้ำใช้ให้แก่ประชาชน และมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยดูแลแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด



