ข่าว

เผยภาพ!เครื่องบินสีขาวในป่าทึบ

เผยภาพ!เครื่องบินสีขาวในป่าทึบ

19 มี.ค. 2557

เผยภาพ! เครื่องบินสีขาวในป่าทึบในเว็บไซต์ค้นหาเครื่องบิน ที่คาดว่าอาจเป็นเที่ยวบิน MH370 ที่หายไปอย่างลึกลับ ขณะที่ญาติของผู้โดยสารชาวจีนขู่อดอาหารประท้วง

 
                         19 มี.ค.57 เว็บไซต์ทอมน้อด (TomNod) ที่ตั้งขึ้นภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อเชิญชวนชาวเน็ต ร่วมกันเป็นอาสาสมัครค้นหาเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-200 เที่ยวบิน MH370 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ที่หายไปอย่างลึกลับ ได้โพสต์ภาพที่แสดงให้เห็นว่า มีเครื่องบินถูกทาสีขาวบินอยู่เหนือป่าทึบ หนังสือพิมพ์ไชน่า ไทม์ส ของไต้หวัน รายงานว่า คนที่พบภาพนี้ เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยไต้หวัน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการตรวจสอบภาพ และยังไม่ทราบด้วยว่า จุดที่เห็นเครื่องบินอยู่ในบริเวณใด แต่เรื่องนี้ได้สอดคล้องกับที่ชาวบ้านและชาวประมงในมาเลเซีย บอกว่า เห็นเครื่องบิน บินอยู่ในระดับต่ำ บริเวณตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ และน่าจะเป็นช่วงที่เครื่องบินกำลังหันหัวกลับ 
 
                         เว็บไซต์ ทอมน้อด ที่จัดตั้งขึ้นโดยบริษัทดาวเทียมในโคโลราโดของสหรัฐ ได้ถูกใช้งานโดยผู้มีจิตอาสาไม่ต่ำกว่า 5 แสนคน ที่พยายามช่วยค้นหา MH370 
 
                         มีคนอย่างน้อย 9 คน ทั้งเกษตรกร ชาวประมงและชาวบ้านในกลันตัน ที่ไปแจ้งตำรวจว่า พวกเขาเห็นแสงสว่างจ้าบนท้องฟ้า และบางคนบอกว่า ได้ยินเสียงกระหึ่มของเครื่องยนต์ ซึ่งสอดคล้องกับข้อสรุปของเจ้าหน้าที่สืบสวนที่บอกว่า เครื่องบินได้บินต่ำเพื่อหลบเรดาร์ หลังจากหันหัวกลับในเวลาอันรวดเร็ว โดยไม่ยอมบินข้ามทะเลจีนใต้ แต่เปลี่ยนเส้นทางไปยังทิศตะวันตกแทน
 
                         เจ้าหน้าที่สืบสวน เปิดเผยต่อหนังสือพิมพ์นิว สเตรท ไทม์ส ว่า พวกเขาคิดว่า เครื่องบินได้บินอยู่เหนือหมูบ้านทางตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นบริเวณเดียวกับที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านและชาวประมงว่า เห็นแสงจ้าและเสียงดังกระหึ่มของเครื่องยนต์ ในคืนที่เครื่องบินล่องหนไปอย่างลึกลับ
 
                         เจ้าหน้าที่สืบสวนเชื่อว่า เครื่องบินใช้เพดานบินเพียง 5,000 ฟุต ที่นอกจากจะหลีกเลี่ยงการถูกตรวจจับด้วยเรดาร์แล้ว ยังใช้สภาพภูมิประเทศเป็นที่กำบังอีกด้วย ซึ่งเป็นวิธีการที่นับว่า เสี่ยงและเป็นอันตราย เนื่องจากต้องเผชิญกับแรงดันมหาศาล และการบินต่ำในตอนกลางคืน โดยปราศจากเรดาร์ช่วยนำทาง อาจทำให้เครื่องบินชนกับต้นไม้หรือภูเขาได้
 
                         ชาวบ้านคนหนึ่ง บอกว่า ปกติแล้วเครื่องบินที่บินผ่านบริเวณที่เขาอยู่อาศัย จะบินตรงไปจนลับสายตา แต่สำหรับเครื่้องบินที่เขาเห็นในช่วงไม่กี่ชั่วโมงก่อนรุ่งเช้าของวันเสาร์ กลับบินหายไปในบริเวณด้านหลังทิวมะพร้าว และหลังจากนั้น เขาก็ได้ข่าวเครื่องบิน MH370 หาย จึงได้ไปแจ้งตำรวจ
 
 
( ที่มาข่าว : http://www.dailymail.co.uk/news/article-2583807/Did-Malaysian-tuna-fisherman-missing-flight-MH370-flying-low-Gulf-Thailand-tried-stay-radar.html )
 
 
 
ญาติผู้โดยสารชาวจีนของเที่ยวบิน MH370 ขู่อดอาหารประท้วง
 
 
 
                         หนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียน ฉบับออนไลน์ รายงานว่า ครอบครัวของผู้โดยสารบนเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 ER เที่ยวบิน MH370 ของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย ได้ขู่ว่าจะอดอาหารประท้วงที่ไม่ได้รับข้อมูลความคืบหน้าว่าเครื่องบินอยู่ที่ไหน 
 
                         เครื่องบินได้หายไปนาน 11 วันแล้ว ขณะที่ปฏิบัติการค้นหาครั้งใหญ่อย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน ยังคงดำเนินต่อไป นับตั้งแต่เครื่องบินหายไปจากจอเรดาร์ในเวลาไม่ถึงชั่วโมงหลังจากทะยานขึ้นจากสนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ ในเส้นทางไปยังกรุงปักกิ่ง ผู้โดยสารบนเครื่องบิน 153 คน จากทั้งหมด 239 คน เป็นชาวจีน และบรรดาญาติ ๆ ของพวกเขาได้ขู่ว่า จะอดอาหารประท้วงเพื่อตอกย้ำความต้องการได้รับข้อมูลจากทางการมาเลเซียให้มากนี้ 
 
                         ชายคนหนึ่งที่ไปรอฟังข่าวลูกชาย บอกว่า ไม่มีข่าวคืบหน้าใด และทุกคนต่างก็วิตกทุกข์ร้อนซึ่งบางคนบอกว่า จะไปที่สถานทูตมาเลเซีย เพื่อขอพบเอกอัครราชทูต และทูตก็ควรจะอยู่พบพวกเขาด้วย บรรดาญาติ ๆ ต่างไม่พอใจอย่างมากจนถึงขั้นบอกว่าจะอดอาหารประท้วง 
 
                         ผู้หญิงคนหนึ่ง บอกว่า นับตั้งแต่เกิดเรื่อง ทางการมาเลเซียไม่เคยให้ข้อมูลที่เท็จจริงเกี่ยวกับชะตากรรมของคนบนเครื่องบิน จนญาติ ๆ ทุกคนกำลังมีอาการเจ็บป่วยทางใจ 
 
                         ความคืบหน้าที่เกิดขึ้น มีเพียงการยืนยันว่าได้มีการตรวจสอบภูมิหลังของผู้โดยสารชาวจีนทุกคน และไม่พบความเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายแต่อย่างใด ทางการจีนประกาศใช้ดาวเทียม 21 ดวง ช่วยค้นหาเครื่องบิน ขณะที่เจ้าหน้าที่ทางการมาเลเซีย เชื่อว่า เครื่องบินยังคงตกอยู่ในมือของใครบางคน 
 
                         รายงานระบุด้วยว่า ได้มีการปิดระบบติดตามเครื่องบิน ซึ่งหมายความว่า แทบจะไม่สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวของเครื่องบินได้เลย หลังจากเรดาร์ทหารตรวจพบครั้งสุดท้าย เมื่อเวลา 02.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น ขณะบินอยู่เหนือช่องแคบมะละกา แต่จากการตรวจสอบด้านการสื่อสารผ่านดาวเทียม เมื่อเวลา 08.11 น. ตามเวลาท้องถิ่น พบว่า เครื่องบินอาจเดินทางต่อไปได้อีก 7 ชั่วโมง 
 
                         จีนได้ช่วยค้นหาเครื่องบินบนแผ่นดิน ขณะที่ออสเตรเลียและอินโดนีเซีย ช่วยกันค้นหาในพื้นที่ทางใต้ ซึ่งทางการออสเตรเลีย ระบุว่า ปฏิบัติการค้นหาในพื้นที่ 6 แสนตารางกิโลเมตรบริเวณมหาสมุทรอินเดีย ไม่ต่างจากการหาเข็มในกองฟางขนาดใหญ่