ข่าว

แรงเหวี่ยงย้อนกลับกองทัพ

แรงเหวี่ยงย้อนกลับกองทัพ

19 มี.ค. 2557

แรงเหวี่ยงย้อนกลับกองทัพ : ศรุติ ศรุตารายงาน

             สถานการณ์การเมืองเมื่อดำเนินมาถึงจุดที่ความพยายามจะเป็นตัวกลางของ 6 องค์กรอิสระไม่ได้รับการยอมรับ แม้กระทั่งถอยออกมาเป็นฝ่ายอำนวยการรับรายชื่อ "คนกลาง" ของทั้งสองฝ่ายก็ยังถูกปฏิเสธ ในมุมมองของฝ่ายความมั่นคงนั้นมองว่า แรงเหวี่ยงจะย้อนกลับไปหา "กองทัพ" อีกครั้ง

             ถึงแม้ว่า กองทัพในเวลานี้จะใช้วิธี "ติ๊ดชึ่ง" เพื่อไม่ให้แต่ละฝ่ายพูดได้ว่า ลำเอียงเข้าข้างใดข้างหนึ่ง ซึ่งนับว่าเป็นไปได้ยากเพราะ นปช.ก็หลุดปากออกมาแล้วว่า กองทัพไปร่วมมือกับ กปปส.เพื่อโค่นล้มรัฐบาล

             แน่นอนว่าเรื่องนี้ย่อมถูกปฏิเสธ ทั้งจาก สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. รวมทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ก็ยืนยันว่า เหตุที่กองทัพไม่ได้เข้าไปทำอะไรกับ กปปส. ก็เพราะก่อนหน้านี้ กปปส.ไม่เคยทำในสิ่งที่กองทัพได้ประกาศไว้ล่วงหน้าแล้ว ทั้งเรื่องแยกประเทศ เรื่องละเมิดสถาบัน โจมตีกองทัพ กระทบความมั่นคง นั่นเป็นเรื่องที่กองทัพจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง

             ถอดรหัสถ้อยแถลงของ พล.อ.ประยุทธ์ ในก่อนหน้านี้ ก็มีแกนนำคนเสื้อแดงไม่กี่คน ที่ พล.อ.ประยุทธ์ เจาะจงเอาคำพูดและพฤติกรรมของคนเหล่านั้นมาบอกกับสาธารณะว่า หากทำเช่นนั้น กองทัพก็ต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง

             นั่นก็เป็นจุดยืนของกองทัพที่ทำหน้าที่ของตน แต่ในความเป็นจริงนั้น หากปล่อยให้สถานการณ์การเมืองยังคงดำเนินไปเช่นนี้ เรื่องราวเช่นที่ว่านั้นก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ โดยผู้ที่ละเมิดข้อห้ามมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

             แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อทุกฝ่ายเฝ้ารอดาบขององค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ หรือจะเป็น ป.ป.ช. โดยลืมคิดไปว่า ดาบขององค์กรอิสระนั้นหาใช่ "ดาบอาญาสิทธิ์" ไม่ เมื่อฟาดฟันลงไปแล้วทุกอย่างจึงไม่ได้จบสิ้นลงในทันที

             ในกรณี รักษาการนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หากไม่รอดจริงๆ หลัง ป.ป.ช.ชี้มูลผิด ก็เพียงแค่หยุดปฏิบัติหน้าที่ จากนั้นพรรคเพื่อไทยก็คงจะหา รักษาการรองนายกฯ มารับตำแหน่ง รักษาการนายกฯ แทน

             หรือหากจะเล่นยาวๆ ไปจนถึง ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือส่งให้ วุฒิสภาถอดถอน มันก็อาจจะไปถึงจุดที่ต้องถกเถียงกันอีกว่า "รักษาการนายกฯ" นั้นถอดถอนได้หรือไม่ อย่างไร

             ขณะเดียวกัน ในการชุมนุมของ กปปส.เอง ก็ยังไม่รู้ว่าจะยุติลงได้อย่างไร ทั้งที่รู้ว่า ไม่เคยมีการชุมนุมใดจะสามารถโค่นรัฐบาลลงได้ ที่ผ่านมารัฐบาลยอมละอำนาจ ก็เพราะมีอำนาจอื่นเข้าแทรกทุกครั้ง

             อีกทั้งเงื่อนไขของ กปปส.นั้นก็สูงลิ่วจนยากที่อีกฝ่ายจะเดินเข้ามาเจรจาด้วย

             สุเทพ พยายามจะโบ้ยไปว่า เป็นเพราะเงื่อนไขของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ต้องการหลุดพ้นทุกข้อกล่าวหา พร้อมทั้งให้คืนเงินกว่า 4 หมื่นล้านบาทที่ยึดไปคืนกลับมาให้หมด และย้ำอีกครั้งว่า รักษาการนายกฯ ต้องลาออกเสียก่อน เพื่อให้มีการปฏิรูปการเมืองเกิดขึ้น ไม่เช่นนั้นไม่ยุติการชุมนุม

             เมื่อเป็นเช่นนี้ รัฐบาลรักษาการจึงไม่มีทางเลือกนอกจากพยายามจับกุมแกนนำให้ได้มากที่สุด เพื่อลดทอนผู้ชุมนุมลงให้เร็วที่สุด และมากที่สุด ถึงแม้ว่าในวันนี้ รักษาการรัฐบาลจะเปลี่ยนมาใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง แล้วก็ตาม

             ซึ่งประเมินแล้วนับเป็นเรื่องยากถึงยากที่สุด !

             ก่อนหน้านี้รัฐบาลมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อยู่ในมือ ก็ยังไม่สามารถทำได้ แถมตอนท้ายยังถูกศาลสั่งห้ามทำอะไรกับม็อบถึง 9 ข้อ แล้วตอนนี้มาใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ก็ยิ่งหนักเข้าไปอีก

             การใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังคุ้มครองเจ้าหน้าที่ หากทำในกรอบกฎหมายกำหนด ก็ไม่ต้องไปขึ้นศาล-ชี้แจงสภา แต่ พ.ร.บ.ความมั่นคง ที่ทำไปทุกเรื่องต้องชี้แจงสภา แล้วอาจจะต้องขึ้นศาลหากมีการฟ้องร้องกันในภายหลัง เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในยุค พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ เป็น ผบ.ตร. แล้วเกิดการสลายการชุมนุมที่หน้ารัฐสภา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

             แม้สถานการณ์จะมาถึงวันนี้ วันที่การชุมนุมยาวนานเข้าสู่เดือนที่ 4 ไปแล้ว แต่รัฐบาลรักษาการก็ยังไม่รู้ว่าจะยาวนานขนาดไหน เพราะการเลือกตั้งคงจะสิ้นสุดจนสามารถเลือกนายกฯ คนใหม่ ได้รัฐบาลมาบริหารประเทศนั้น ยังไม่มีใครมองเห็นหนทางไป

             "ทางตัน" ของประเทศกำลังจะเกิดขึ้น

             เว้นแต่ว่า "กองทัพ" ตัดสินใจทำการบางอย่างที่ไม่เรียกว่า "ปฏิวัติ" บางอย่างที่ไม่ต้อง "ฉีก" รัฐธรรมนูญอันเป็นเงื่อนไขสำคัญของรัฐบาลและกลุ่ม นปช.รับไม่ได้

             ว่ากันว่า "สูตร" นี้เคยถูกนำมาเป็นประเด็นถกกันภายในแล้ว เพียงแต่ขณะนั้นยังเชื่อว่า การเมืองยังเดินกันต่อไปได้

             แต่เมื่อมาถึงวันนี้ คำถามคือว่า "บ้านเมือง" ยังเดินต่อไปได้หรือไม่? ไม่ได้ถามว่า "การเมือง" ยังเดินต่อไปได้หรือไม่

............

(หมายเหตุ : แรงเหวี่ยงย้อนกลับกองทัพ  : ศรุติ ศรุตารายงาน)