
บ่อขยะไฟไหม้ป่วยแล้ว15รายไม่รุนแรง
วอร์รูมสธ.จ.รายงานคนป่วยเข้ารับรักษา 15 ราย แบ่งพื้นที่ 3 โซนเฝ้าระวัง อยู่ห่างจากบ่อขยะ 300-500 เมตรต้องย้ายพ้นพื้นที่ ดีเอสไอลงพื้นที่วางแนวทางสอบ
เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 18 มีนาคม ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด(สสจ.)สมุทรปราการ นพ.นำพล แดนพิพัฒน์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะผู้บัญชาการวอร์รูมสธ.จังหวัดกรณีไฟไหม่บ่อขยะ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมะว่า สธ.จะดำเนินการใน 3 ประเด็น คือ 1.จัดบริการทางการแพทย์ โดยโรงพยาบาลสมุทรปราการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ที่อบต.แพรกษาและวัดแพรกษา รวมถึง ให้บริการนสถานพยาบาลสังกัดสธ. ซึ่งในวันที่ 18 มีนาคม พบประชาชนมาเข้ารับบริการ 15 รายที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.)แพรกษา ด้วยอาการแสบตา แสบจมูก แสบคอ ไม่มีอาการรุนแรง 2.การเฝ้าระวัง แบ่งกลุ่มเฝ้าระวังเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มสัมผัสมาก เช่น นักผจญเพลิง และประชาชนที่อยู่ห่างจากบ่อขยะ 200 เมตรจะมีการตรวจร่างกาย เอ็กซเรย์ เจาะเลือดและประเมินว่าจำเป็นต้องตรวจสารก่อมะเร็งหรือไม่ กลุ่มสัมผัสปานกลางและกลุ่มสัมผัสน้อย และ3.การให้คววามรู้และการป้องกัน มีการแจกหน้ากากอนามัยตามปริมาณการสัมผัสฝุ่นควันและออกรณรงค์ให้ความรู้
"วอร์รูมได้มีการจัดโซนนิ่งเพื่อวางมาตรการต่างๆในพื้นที่ แบ่งเป็น 3 โซนโดยการใช้ค่าที่มีการตรวจปริมาณสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์เป็นเกณฑ์ ได้แก่ โซนสีแดง มีปริมาณสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ มากกว่า 5 ppm ระยะห่างจากบ่อขยะ 300-500 เมตร ต้องย้ายออกจากพื้นที่ โซนสีเหลือง ปริมาณสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ 2-5 ppm ระยะ1 กิโลเมตรจากบ่อขยะ แนะนำให้กลุ่มเสี่ยงหญิงท้อง เด็กแรกเกิด ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น หอบหืด ถุงลมโป่งพอง หัวใจควรย้ายออกจากพื้นที่และโซนสีเขียว ระยะห่างจากบ่อขยะมากกว่า 1 กิโลเมตรพิจารณาตามความเหมาะสม"นพ.นำพลกล่าว
สุ่มตรวจอากาศในบ้าน1 กม. สารพิษ 5 ตัวไม่เกินมาตรฐาน
ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด(สสจ.) สมุทรปราการ นพ.พิบูล อิสสระพันธุ์ รองผู้อำนวยการสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ช่วงบ่ายวันที่ 18 มีนาคม 2557สำนักโรคจากการประกอบาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค ได้ดำเนินการสุ่มตรวจค่ามลพิษในอากาศที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งห่างจากบ่อขยะประมาณ 1 กิโลเมตร ทำการตรวจภายในบ้านที่มีการปิดสนิทเพื่อตรวจสอบว่าประชาชนสามารถอยู่อาศัยได้หรือไม่ โดยตรวจสอบสารพิษ 5 ตัว คือ ฝุ่นที่มีอนุภาคต่ำกว่า 10 ไมครอน ค่ามาตรฐาน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ,โอโซน ค่ามาตรฐาน 0.10 ppmต่อ1 ชั่วโมง ,คาร์บอนไดออกไซด์ 5,000 ppm,คาร์บอนมอนออกไซด์ ค่ามาตรฐาน 30 ppm ต่อ 1ชั่วโมง และไนตริกออกไซด์ 0.17 ppmต่อ 1 ชั่วโมง
"ผลปรากฎว่า ทั้ง 5 ตัวไม่พบค่าเกินมาตรฐาน แต่ในส่วนของฝุ่นที่มีอนุภาคต่ำกว่า 10 ไมครอน พบ 80-90 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ประชาชนที่มีสุขภาพแข็งแรงพอที่จะอยู่อาศัยในบ้านที่ปิดมิดชิดได้หากมีความจำเป็น แต่เนื่องจากสภาพอากาศภายนอกบ้านยังมีฝุ่นควันและมีกลิ่นสูง ดังนั้น หากมีอาการไม่สบายตัวควรย้ายออกจากบ้าน อย่างไรก็ตาม 4 กลุ่มเสี่ยงไม่ควรอยู่ในพื้นที่ที่มีควัน ควรย้ายออกจากพื้นที่ ได้แก่ 1.หญิงตั้งครรภ์ต่ำกว่า 3 เดือน เนื่องจากควันพิษสามารถผ่านรกและสายสะดือไปสู่เด็กได้ อาจทำให้เก็มีความผิดปกติหรือเสียชีวิต 2.เด็กแรกเกิด ซึ่งปอดจะสามารถดูดซึมสารเคมีได้ดีกว่าผู้ใหญ่ อาจดูดซึมเข้ากระแสเลือด รวมทั้ง ระบบทางเดินหายใจยังเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์ 3.ผู้สูงอายุ หัวใจจะทำงานหนัก และ4.ผู้ป่วยโรคหอบหืด ถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจ จะมีความไวต่อมลพิษในอากาศมากกว่ากลุ่มอื่น อาการอาจรุนแรง"นพ.พิบูลกล่าว
กสร.เผยไฟไหม้บ่อขยะไม่กระทบโรงงาน
นายพานิช จิตร์แจ้ง อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน(กสร.) กระทรวงแรงงาน กล่าวถึงกรณีไฟไหม้บ่อขยะ ในซอย 8 นิคมอุตสาหกรรมบางปู หมู่ 4 ตำบลแพรกษา อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการว่า เบื้องต้นได้รับรายงานจากสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรปราการว่าสถานประกอบการภายในนิคมอุตสาหกรรมและบริเวณใกล้เคียงยังไม่มีการสั่งปิดงานชั่วคราว เนื่องจากควันพิษจากการเผาไหม้ของบ่อขยะไม่ได้กระจายมาทางทิศที่ตั้งของสถานประกอบการ แต่กระจายไปตามทิศทางอื่น อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้(19มี.ค.) นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ ปลัดกระทรวงแรงงาน(รง.)จะนำทีมแพทย์ในเครือข่ายระบบประกันสังคมลงพื้นที่เพื่อสุ่มตรวจสุขภาพแรงงานว่าได้รับผลกระทบหรือไม่ หากพบว่าแรงงานมีอาการเจ็บป่วยก็จะนำเข้าสู่การรักษาในสถานพยาบาลเครือข่ายประกันสังคม
ดีเอสไอลงพื้นที่วางแนวทางสอบ
พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีเพลิงไหม้บ่อขยะ ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เนื่องจากกรณีดังกล่าวเคยมีชาวบ้านมาร้องเรียนให้ดีเอสไอเข้าไปตรวจสอบหลังพบมีการลักลอบนำกากขยะพิษมาทิ้งส่งกลิ่นเหม็นและก่อมลภาวะ โดยองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)แพรกษา เคยเรียกผู้ประกอบการที่ลักลอบทิ้งขยะพิษลงโทษปรับ แต่เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้จนส่งผลกระทบกับหลายพื้นที่ข้างเคียง ดีเอสไอจึงลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้ง เนื่องจากคดีการลักลอบทิ้งกากขยะพิษเป็นความผิดแนบท้ายพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ โดยมีประเด็นต้องตรวจสอบว่ากากขยะดังกล่าวมีที่มาอย่างไรและมีวัตถุอันตรายปนเปื้อนถูกนำมาลักลอบทิ้งหรือไม่ ซึ่งจะต้องรอผลการตรวจสอบทางเทคนิคของกรมควบคุมมลพิษ ระหว่างนี้ดีเอสไอจะสอบสวนผู้เกี่ยวข้องคู่ขนานไปกับการตรวจสอบทางเทคนิค
โรงงานผลิตหมูหยองได้รับผลกระทบปิดโรงงาน
ที่ศาลากลาง จ.สมุทรปราการ นายคณิตเอี่ยมระหงส์ ผวจ.สมุทรปราการ ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อสรุปและประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับหารือเรื่องดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้สถานการณ์นั้นคลี่คลายโดยเร็ว
ช่วงบ่ายนายวิเชฐษ์ เกษมทองศรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและธรรมสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะได้เดินทางที่บ่อขยะที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ พร้อมเข้าดูการทำงานของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่เดินทางมาจากหลายหน่วยงานทั้งในกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียงกว่า 30 คันที่เดินทางเข้ามาช่วยดับเพลิง
นายโกณธัญญะ ช่อมะลิ เจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด เค. แอนด์ บี. ฟู๊ด ซึ่งเป็นโรงงานผลิตหมูหยอง ไก่หยอง และหมูหยองน้ำพริกเผา ส่งขายตามห้างสรรพสินค้าชื่อดังทั่วประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควัน จากไฟไหม้บ่อขยะ เนื่องจากโรงงานดังกล่าวตั้งอยู่ใต้ลม ซึ่งได้รับผลกระทบตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ถึงขั้นต้องปิดโรงงานมาแล้วถึง 3 วันที่ผ่านมา คนงานกว่า 50 คนไม่สามารถทำงานและพักอาศัยได้เจ้าของโรงงานได้ไปเช่าห้องพักให้อยู่ที่อื่นเพราะเป็นห่วงสุขภาพของคนงาน ได้กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุมาโรงงานของตนได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากเนื่องจากอยู่ใต้ลมพอดี ต้องปิดโรงงานตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ คนงานก็ต้องหยุดไม่สามารถทำงาน ทำให้ขาดรายได้
ผบ.ทบ.จัดส่งกองร้อยช่วยเหลือปชช.
พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า หลังเกิดเหตุกองทัพบกได้ส่งกองร้อยช่วยเหลือประชาชนจากกองพลทหารราบ ที่ 11 พร้อมรถดับเพลิงจำนวน 3 คัน สนธิกำลังกับจ.สมุทรปราการ และส่วนราชการในพื้นที่เข้าดับเพลิงทันที ปัจจุบันสามารถควบคุมเพลิงไม่ให้ขยายวงกว้างได้แล้ว โดยยังคงกำลังทหาร พร้อมเข้าช่วยดับไฟ สำรวจความเสียหาย, เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากซากขยะที่ถูกเผาไหม้ยังคงมีความร้อนและอาจปะทุขึ้นได้อีก
ทั้งนี้ล่าสุดผบ.ทบ. มีความห่วงสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง จึงได้สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบกส่งชุดประเมินภัยพิบัติกองทัพบก ซึ่งประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการวิทยาศาสตร์บรรเทาสาธารณภัย ด้านสารเคมีพิษและวัตถุอันตราย จากกรมวิทยาศาสตร์ทหารบกเข้าประเมินความเสียหายและตรวจสอบสารพิษ สารเคมีปนเปื้อน รวมทั้งประเมินสภาพควันพิษ ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่รับผิดชอบ รวมทั้งได้ส่งชุดแพทย์เคลื่อนที่จากกรมแพทย์ทหารบก เพื่อตรวจรักษาและให้คำแนะนำกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากนี้กองทัพบกยังมอบให้กองทัพภาคที่ 1 เตรียมกำลังพลและยุทโธปกรณ์กู้ภัย พร้อมเข้าสนับสนุนเพิ่มเติม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และคลี่คลายสถานการณ์ให้ยุติโดยเร็ว



