ข่าว

'การเมือง'ผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาฯ

'การเมือง'ผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาฯ

20 มี.ค. 2557

สวัสดีเศรษฐกิจ : สถานการณ์ทางการเมือง ผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาฯ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

 
                           ตามข้อมูลข่าวสารที่ออกมาระบุว่า ในแวดวงของผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต่างให้ความเห็นว่า ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา การดำเนินธุรกิจดังกล่าวมีประเด็นที่น่าสังเกตอยู่หลายประการ อันเป็นผลกระทบจากสถานการณ์การเมืองและภาวะเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในขณะนี้ โดยพอสรุปได้ ดังนี้
 
                           1. ลูกค้าที่เข้าเยี่ยมชมโครงการบ้าน คอนโดมิเนียม มีจำนวนน้อยลงกว่าทุกเหตุการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมา ทำให้ยอดจองซื้อใหม่ๆ ลดลงไปมาก 
 
                           2. กิจกรรมและมาตรการสื่อสาร มาตรการทางการตลาดหยุดชะงัก เพราะเชื่อว่าคนซื้อหรือผู้บริโภคต่างก็ไม่มีความเชื่อมั่นในสถานการณ์การเมืองว่าจะยืดเยื้อไปนานแค่ไหน อารมณ์ความรู้สึกจึงกังวลใจอยู่มาก
 
                           3. การโอนกรรมสิทธิ์เมื่อลูกค้าผ่อนดาวน์ครบ หรือที่พูดกันว่าโอนกับธนาคาร ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่เจ้าของโครงการจะได้รับเงินสด จากการที่ธนาคารได้ปล่อยสินเชื่อไปแล้ว โดยพวกที่เก็งกำไรคอนโดมิเนียมมักจะชะลอการโอนเพราะขายต่อเอากำไรไม่ได้ และไม่อยากเป็นลูกหนี้ ประเด็นต่อมาคือธนาคารเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ ส่งผลให้ลูกค้าไม่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น ทั้งที่อาจจ่ายดาวน์ไปจนหมดแล้ว มีการประเมินว่า บริษัทอสังหาริมทรัพย์หรือเจ้าของโครงการมี backlog หรือห้องชุดอยู่ระหว่างผ่อนดาวน์ รอโอนประมาณ 250,000 ล้านบาท หากยอดโอนไม่เข้าเป้าย่อมกระทบกระแสเงินสดขาเข้า การจ่ายออกให้แก่ผู้รับเหมาอาจส่งผลกระทบชิ่งออกไปในอนาคตได้
 
                           4. ราคาซื้อขายอ้างอิงของตลาดบ้านมือสองก็อาจกระทบ ความคึกคักในการเปลี่ยนมือก็น้อยลงไปเป็นลำดับ คนที่อยากขายออกเพื่อรับเงินสดเข้ามาก็แย่หรือได้ช้าออกไป คนจะซื้อก็คิดว่าราคาจะลงไปอีก รออีกหน่อยดีหรือไม่ ทุกอย่างจึงเอาไปผูกไว้กับสถานการณ์ทางการเมืองไว้หมด
 
                           5. ในแง่การขาย นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรให้ความเห็นไว้น่าสนใจว่า ขณะนี้เจ้าของโครงการจะต้องตรวจสุขภาพธุรกิจของตัวเองอย่างจริงจัง โดยเช็กยอดขายและสัดส่วนการขายว่ามีการลดลงอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ เดิมเข้ามาดูโครงการ 5 คน ซื้อ 1 คน แต่หากตอนนี้เข้ามา 10 คน ซื้อ 1 คน ก็ต้องพิจารณาว่าเกิดอะไรขึ้น แก้ไขอะไรได้หรือไม่ การทำอย่างหนึ่งอย่างใดใช้เงินมากเงินน้อย ตรวจสอบว่ามีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อจากการยื่นขอโอนเพิ่มขึ้นมากหรือไม่ สินค้าใด 
 
                           รวมทั้งตรวจสอบว่าสถาบันการเงินมีเกณฑ์ที่เข้มงวดประมาณไหน โหดแบบไหน มีการส่งสัญญาณชะลอการปล่อยสินเชื่อจากสำนักงานใหญ่หรือไม่ แรงขนาดไหน หรือมีการขอให้เพิ่มหลักประกันหรือไม่ เพื่อรักษากระแสเงินสดของโครงการ จะต้องมีการปรับตัว เวลานี้ยังไงก็ต้องรักษาระดับหนี้สินต่อทุนไม่ให้สูงเกินไป เรียกว่าต้องกินยาทุกขนานแล้วนะครับ
 
 
 
-----------------------
 
(สวัสดีเศรษฐกิจ : สถานการณ์ทางการเมือง ผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาฯ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)