
'สุรพงษ์'ไล่'6องค์กรอิสระ'ทำหน้าที่ตัวเอง
18 มี.ค. 2557
'สุรพงษ์' ไล่ '6องค์กรอิสระ' ทำหน้าที่ตัวเอง อัดไม่มีความเป็นกลาง ลั่นพร้อมนั่งนายกฯหาก 'ยิ่งลักษณ์' ถูก 'ปปช.' สอย เผย 'มาเลย์' ขอความช่วยเหลือหาเรดาห์ MH370
18 มี.ค.57 ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ปฏิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกระแสข่าวการวางตัวนายสุรพงษ์ ให้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปราบการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดในคดีโครงการรับจำจำข้าว ว่า หากเกิดอะไรขึ้นกับนายกฯ โดยตามลำดับการปฏิบัติหน้าที่ของครม.ชุดนี้ที่มีรองนายกฯ 7 คน โดย ตนเป็นรองนายกฯลำดับหนึ่งก็ต้องมาทำหน้าที่ และเชื่อว่ารัฐมนตรีทุกคนในครม.ชุดนี้พร้อมทำหน้าที่ จนกว่าครม.ชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งจะเข้ามารับหน้าที่
นายสุรพงษ์ กล่าวถึงข้อเสนอของ 6 องค์กรอิสระ ให้รัฐบาลและกลุ่มกปปส.เสนอคนกลางเข้ามาเจรจาพุดคุย เพื่อหาทางออกประเทศ ว่า ข้อเสนอดังกล่าวนั้น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯกปปส.และแนวร่วมของเขาไม่ยอมรับอยู่แล้ว ฉะนั้นขอให้ 6 องค์กรกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองให้ที่สุด อย่าไปยุ่งกับงานของคนอื่นและเท่าที่ตนติดตามการทำงานของ 6 องค์กร เห็นว่าไม่มีความเป็นกลางอยู่แล้ว โดยเฉพาะนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ออกอาการเหมือนกับรู้ผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาจะเป็นโมฆะ จึงอยากฝากไปถึงนายสมชัยว่าขอให้เก็บอาการอย่ากระดี๊กระด๊ามากเกินไป และให้พิจารณาให้ดีหากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมาเป็นโมษะ ผู้ที่ออกมาใช้สิทธิ์ 20 คนที่หวงแหนสิทธิ์การเลือกตั้ง จะยอมรับหรือไม่ และความวุ่นวายจะเกิดขึ้นหรือไม่
เมื่อถามว่าแสดงว่ารัฐบาลจะไม่เสนอชื่อคนกลางไปที่ 6 องค์กร นายสุรพงษ์ กล่าวว่า คิดว่านายสุเทพ เขาไม่ยอมรับคนกลางเพราะเขาจะเอาตัวเองเป็นคนตัดสิน หากเสนอคนกลางไปแล้วเขาไม่รับจะขายขี้หน้าเหมือนกับ6 องค์กร ที่เสนอแนวคิดที่ดูเหมือนจะดีแต่ไม่ได้รับการสนองรับจากกปปส.ซึ่งตนมองว่าอาจเป็นการแสดงละครระหว่างนายสุเทพและองค์กรอิสระ เพื่อให้สังคมเห็นว่าไม่ใช่พวกเดียวกัน แต่คงตบตาคนส่วนใหญ่ เพราะพฤติกรรมการที่ผ่านมาแสดงให้เห็นและปฎิเสธไม่ได้ว่าไม่ได้รู้กัน
'สุรพงษ์' เผย 'มาเลย์' ขอค้นหาเรดาร์ MH370
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์สูญหาย ว่า ในวันนี้เวลา 10.30 น. รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซียจะโทรศัพท์มาหารือเพื่อขอความช่วยเหลือเรื่องข้อมูลการจับสัญญาณเรดาห์ เนื่องจากมาเลเซียได้วิเคาระห์มุมหักเหที่เครื่องบินบินผ่านประเทศไทยซึ่งคิดว่าดาวเทียมหรือเรดาห์ของประเทศไทยน่าจะจับสัญญาณนี้ได้ แต่ไม่มีการพูดถึงพาสปอร์ตที่เกิดการปลอมแปลง
ประสาน 'ไอโอเอ็ม-ยูเอ็นเอชซีอาร์' ดูแล-พิสูจน์สัญชาติชาวมุสลิมอุยกูร์หนีเข้าไทย
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีของชาวมุสลิม 220 คนที่ถูกจับกุมที่จ.สงขลา ซึ่งต้องสงสัยว่ามาจากมณฑลซินเจียงอุยกูร์ ประเทศจีน ว่า ตนได้มอบหมายให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ประสานงานกับองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (ไอโอเอ็ม) และสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) เข้ามาช่วยดูแลและการพิสูจน์สัญชาติของคนกลุ่มดังกล่าว ขณะเดียวกันทางการจีนและตุรกีได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปยัง จ.สงขลา เพื่อตรวจสอบและดูแลชาวมุสลิมกลุ่มนี้แล้วเช่นกัน
เมื่อถามว่าทางการไทยจะส่งคนกลุ่มนี้กลับไปยังประเทศจีนหรือไม่ เพราะสหรัฐอเมริกาออกแถลงการณ์ร้องขอไม่ให้ไทยส่งคนเหล่านี้กลับจีน นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ต้องรอดูผลการพิสูจน์สัญชาติออกมาก่อน ทั้งนี้ตนได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ว่าอยากให้ดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด เพราะถ้าปล่อยให้นานเกิน ก็จะเป็นภาระกับเรา อีีกทั้งคนกลุ่มนี้กระทำผิดกฎหมายด้วยการหลบหนีเข้าเมือง เขาจึงไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควร แต่เราก็ไม่อยากให้เขาได้รับผลกระทบเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่าไทยใช้หลักมนุษยธรรมและจะให้ความเป็นธรรมแก่ผู้หลบหนีเข้าเมือง โดยต้องไปดูในรายละเอียดซึ่งถ้าสามารถพิสูจน์สัญชาติและตกลงกันได้เรียบร้อย ทุกอย่างก็จบ
'สุรพงษ์' ชี้ยังใช้ชื่อ 'ศรส.' ตามเดิม หลังปรับใช้พ.ร.บ.มั่นคง
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษาศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า โครงสร้างใหม่ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยภายใต้การบังคับใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง รัฐบาลจะใช้โครงสร้างและชื่อเดิม คือ ศูนย์รักษาความสงบ(ศรส.) และจะใช้โครงสร้างผู้บริหาร ศรส.เดิมตามที่เคยประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยกเว้นเพียงตำแหน่งเดียวที่เปลี่ยนแปลง คือ ไม่มีตัวแทนจากสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ที่จะมีนายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ตามที่ครม.จะคืนตำแหน่งเลขาธิการสมช.ให้นายถวิล
นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้โครงสร้างใหม่จะมีร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผอ.ศรส. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.เป็นรอง ผอ.ศรส. และมีนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นเลขานุการศรส. ซึ่งเดิมเลขานุการ ศรส.เป็นตำแหน่งที่พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช.คนปัจจุบันรับผิดชอบฝ่ายเลขานุการ ศรส.อยู่ ดังนั้นเมื่อมีการแต่งตั้งนายถวิล จะไม่มีตัวแทนจาก สมช.เข้าร่วมประชุม ศรส.แต่อย่างใด เพราะรัฐบาลได้เลือกให้นายธาริต เป็นเลขานุการ ศรส. แทน ดังนั้นทางสมช.จะกลับไปทำหน้าที่ตามงานและภารกิจขององค์กรสมช.เท่านั้นจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ศรส.โดยเด็ดขาด
'สุรพงษ์' แย้ม 'ถวิล' ไม่ได้นั่งใน ศอ.รส.
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย (ศรส.) เสนอที่ประชุมครม.เพื่อยกเลิกประกาศพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ว่า วันนี้จะเสนอเข้าที่ประชุมครม.แน่นอน และคิดว่าครม.จะอนุมัติยกเลิกเพื่อจะได้ประกาศใช้ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรทดแทน คาดว่าจะประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงฯประมาณ 1-2 เดือน เพื่อดูแลการเลือกตั้ง ในพื้นที่ที่มีปัญหาประมาณเดือนเมษายน-พฤษภาคม
นายสุรพงษ์กล่าวต่อว่า ภาพลักษณ์ของประเทศจะต้องเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว โดยเฉพาะในช่วงที่ใกล้ถึงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งจะมีนักท่องเทียวมาเที่ยวเมืองไทยเป็นจำนวนมาก รวมทั้งภาคธุรกิจ เอกชน ที่ต้องการเห็นประเทศชาติและเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวเดินหน้า เพราะฉะนั้นภาครัฐที่ต้องทำให้ภาพลักษณ์ต่างๆของประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครมีภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาของประชาคมโลกก็คือต้องเอาบังเกอร์ของทหารที่อยู่บริเวณท้องถนนที่ดูเหมือนเป็นพื้นที่สงครามให้หมดไปจากสายตาของประชาชนและสังคมโลกโดยทั่วไปด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากมีการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็จะประสานกองทัพให้นำบังเกอร์ออกไปทั้งหมดใช่หรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า เมื่อวาน (17 มี.ค.) ได้สั่งการให้พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ประสานไปยังพล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เพื่อจัดรูปแบบในการดูแลรักษาความสงบให้เหมือนเมื่อครั้งประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคง เพื่อให้ภาพลักษณ์กลับคืนมาดีขึ้น โดยให้มีบังเกอร์เฉพาะพื้นที่หน่วยงานราชการเหมือนเมื่อครั้งมีศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.) เนื่องจากการประเมินสถานการณ์ของกลุ่มผู้ชุมนุมของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลชาธิการกปปส. ลดน้อยลงและไม่ได้ออกมาสร้างความวุ่นวายหรือปิดกรุงเทพฯ (ชัทดาวน์) เหมือนเมื่อครั้งที่แล้ว แต่กลุ่มของนายสุเทพได้ใช้วิธีการอื่น เทคติคหรือกลยุทธอื่นนอกเหนือจากการประท้วง ซึ่งรูปแบบนี้เคยเกิดขึ้นในอดีตแล้วโดยการใช้กระบวนการอื่นๆมาร่วมด้วยช่วยกันเพื่อล้มล้างรัฐบาล
เมื่อถามว่าหากคืนตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้กับนายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีแล้วจะให้นายถวิลมานั่งทำงานในศอ.รส.หรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า “ไม่ครับ เพราะพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เลขาฯสมช.ไม่เกี่ยวเลย เพราะฉะนั้นคุณถวิลก็ไม่ได้นั่งในศอ.รส.อยู่แล้ว ซึ่งสามารถพูดได้เลย เพราะเราวิเคราะห์แล้วว่าเลขาฯสมช.ไม่เกี่ยวเลย”
ผู้สื่อข่าวถามว่า การประชุมครม.จะให้นายถวิลเข้าร่วมประชุมหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า สามารถเข้าได้อยู่แล้ว เพราะในการประชุมครม.ไม่ได้มีความลับที่ต้องปิดบัง
เมื่อถามว่าจะให้ใครมาเป็นผู้อำนวยการศอ.รส. นายสุรพงษ์กล่าวว่า ได้เสนอให้ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้ทำหน้าที่ผอ.ศอ.สร. ส่วนตำแหน่งเลขาธิการศอ.รส.ก็คือคนเดิมซึ่งไม่ใช่ตำแหน่งเลขาฯสมช. ทั้งนี้ตำแหน่งเลขาฯศอ.รส.ก็อาจจะเป็นนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสวบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งมีความเหมาะสม สำหรับพล.ท.ภราดร หากย้ายไปตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯ ก็อาจจะมีบทบาทมาร่วมในศอ.รส.ได้
ทั้งนี้เมื่อถามว่าได้ประเมินสถานการณ์ไว้หรือไม่ว่าอาจจะนำพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาใช้อีกรอบหนึ่ง นายสุรพงษ์กล่าวว่า หากมีความวุ่นวายเหมือนครั้งที่ผ่านมา เช่น การชัตดาวน์กรุงเทพฯรอบสอง ก็อาจจะนำพ.ร.ก.ฉุกเฉินมาใช้อีก ซึ่งสามารถประกาศได้ทันที
เมื่อถามว่าจะเชิญทูตต่างประเทศที่พำนักในประเทศไทยมารับฟังคำชี้แจงการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินเมื่อใด นายสุรพงษ์กล่าวว่า จะเชิญมารับฟังคำชี้แจงวันพรุ่งนี้ (19 มี.ค.) ประมาณ 13.30 น. เพื่อให้ทูตประเทศต่างๆไปชี้แจงต่อประชาชนในประเทศต่างๆให้เกิดความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยต่อนักท่องเที่ยว



