ข่าว

ปูตินลงนามรับรองไครเมียรัฐเอกราช

ปูตินลงนามรับรองไครเมียรัฐเอกราช

18 มี.ค. 2557

ปูตินลงนามรับรองไครเมียรัฐเอกราช ปูทางสู่การผนวกดินแดน ไม่สนนานาชาติลงโทษคว่ำบาตร

 
 
          วันที่ 18 มี.ค.57 ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียลงนามในกฤษฎีการับรองสาธารณรัฐปกครองตนเองไครเมียของยูเครนในฐานะรัฐเอกราช เพื่อปูทางผนวกรวมเข้าเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐรัสเซีย โดยไม่สนเสียงทักท้วงจากนานาชาติว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและมาตรการคว่ำบาตร
 
          ทำเนียบเครมลินแถลงเมื่อวันจันทร์ว่า ประธานาธิบดีปูตินลงนามในกฤษฎีการับรองไครเมียในฐานะรัฐเอกราชแล้ว หลังผลการลงประชามติในไครเมียเมื่อวันอาทิตย์ออกเสียงท่วมท้นเกือบ  97% ให้แยกตัวออกจากยูเครนเพื่อผนวกรวมกับรัสเซีย และรัฐสภาไครเมียซึ่งถูกรัฐสภายูเครนประกาศยุบไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้ประกาศเอกราชและยื่นเอกสารขอเข้าเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของรัสเซียเมื่อวันจันทร์ ซึ่งในเอกสารระบุว่าจะมีการใช้เงินรูเบิลของรัสเซีย และเลื่อนเวลาเร็วขึ้นสองชั่วโมงให้ตรงกับรัสเซียภายในสิ้นเดือนนี้ พร้อมทั้งร้องขอให้ทุกประเทศทั่วโลกรับรองเอกราชของไครเมีย
 
          และในวันนี้รัฐสภารัสเซียจะลงมติเห็นชอบให้ผนวกไครเมียเข้าเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของรัสเซียหรือไม่ หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายจะต้องลงนามทำสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ที่จะต้องได้รับการเห็นชอบจากศาลรัฐธรรมนูญ และยื่นเข้าสู่รัฐสภาเพื่อพิจารณาอนุมัติการผนวกดินแดน จากนั้นจะมีการออกกฎหมายเพื่อจัดตั้งฝ่ายบริหารขึ้นใหม่ในไครเมีย ขณะเดียวกันรัสเซียจะรับรองเมืองเซวาสโตโพล เมืองท่าในไครเมียที่เป็นฐานทัพเรือของรัสเซียในสถานะเขตปกครองตนเองภายในสาธารณรัฐไครเมีย
 
          ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นชาวรัสเซียพบว่า กว่า 90% สนับสนุนการผนวกไครเมียกลับเข้าสู่ดินแดนรัสเซียอีกครั้ง หลังจากในอดีตไครเมียเคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต แต่ถูกยกให้เป็นของยูเครนเมื่อ 60 ปีก่อน นอกจากนี้อีก 83% เห็นด้วยว่ารัสเซียควรปกป้องผลประโยชน์ของชาวรัสเซีย และประชากรเชื้อชาติอื่นๆในไครเมีย แม้ว่าการกระทำเช่นนี้อาจบั่นทอนความสัมพันธ์กับชาติอื่นๆ และอีก 86% เห็นว่า ไครเมียยังคงเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของรัสเซีย ผลสำรวจนี้สอบถามประชาชนเกือบ 50,000 คนใน 83 เขตทั่วรัสเซียระหว่าง 14-16 มี.ค. 
 
          ขณะที่ยูเครนไม่ยอมรับผลประชามติของไครเมีย แต่ก็ยังยืนยันจะแก้ไขปัญหาขัดแย้งด้วยสันติวิธี โดยนายอเล็กซานเดอร์ ตูร์ชินอฟ รักษาการประธานาธิบดียูเครน บอกว่า รัฐบาลจะทำทุกอย่างเพื่อแก้ไขวิกฤตครั้งนี้ด้วยวิถีทางการทูต แต่ได้กล่าวหาว่ารัสเซียกลัวอนาคตของระบอบประชาธิปไตยที่ยูเครนสร้างขึ้น จึงได้รุกรานยูเครน แต่รัฐบาลจะไม่ยอมให้สิ่งนี้เป็นอุปสรรคต่อประชาธิปไตย และประกาศว่าชาวยูเครนพร้อมปกป้องชาติบ้านเมือง
 
          นอกจากนี้นานาชาติเริ่มพิจารณามาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียเพื่อคัดค้านการผนวกดินแดนไครเมีย โดยประธานาธิบดีบารัก โอบามาของสหรัฐเตือนว่า ประชาคมโลกจะคัดค้านการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพทางดินแดนของยูเครน และการแทรกแซงทางทหารของรัสเซียในยูเครนจะทำให้รัสเซียถูกโดดเดี่ยวทางการทูตยิ่งขึ้นและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของรัสเซียด้วย
 
          และโอบามาออกมาตรการคว่ำบาตรระงับวีซ่าและอายัดทรัพย์สินต่อเจ้าหน้าที่รัสเซีย 7 คนซึ่งรวมถึงรองนายกรัฐมนตรี ดมิทรี โรโกซิน และเจ้าหน้าที่ยูเครน 4 คน ซึ่งรวมถึงประธานาธิบดีวิคเตอร์ ยานูโกวิชที่ถูกขับพ้นตำแหน่ง และยุโรปประกาศมาตรการเดียวกับกับเจ้าหน้าที่รัสเซียและยูเครน 21 คน รวมถึง พลเรือโทอเล็กซานเดอร์ วิตโก้ ผู้บัญชาการกองเรือทะเลดำ 
 
          นอกจากนี้ญี่ปุ่น จะระงับการเจรจาเรื่องการผ่อนปรนวีซ่ากับรัสเซียและจะไม่เจรจาทำสัญญาการลงทุนใหม่ๆ กับรัสเซีย