
ดีเอสไอเต้นรับ!สอบไฟไหม้บ่อขยะปากน้ำ
ดีเอสไอเต้นรับ!สอบไฟไหม้บ่อขยะปากน้ำ พร้อมดำเนินคดีเจ้าของบ่อ สธ.เผยป่วยแล้ว2รายหายใจไม่ออก
������������� เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 17 มีนาคม 2557 นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้เดินทางมาเยี่ยมประชาชนได้รับผลกระทบ ที่ศูนย์อพยพ ซึ่งตั้งอยู่ อบต.แพรกษา พร้อมเปิดเผยว่า เบื้องต้นได้สั่งให้ทีมสาธารณสุข ลงมาช่วยเหลือนำผ้าปิดจมูกมาแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบ และได้มีการจ่ายค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้น เยียวยาด้านร่างกายและจิตใจพร้อมกับได้มีการฝ้าระวังสุขภาพของบุคคลที่สูดดมแก๊สเข้าไปเพื่อประเมินผล ทั้งในระยะสั้นระยะยาวอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้อยากฝากให้ประชาชนผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสียงเมื่อได้เก็บข้าวของในบ้านของตนเรียบร้อยแล้วขอให้ออกมาอยู่ที่ ศูนย์อพยพ หรือเป็นบ้านญาติที่อยู่ห่างจุดเกิดเหตุ� จะปลอดภัยกว่า
������������ ด้านนายอิม� แพหมอ นายก อบต.แพรกษา กล่าวว่า ขยะที่อยู่ในบ่อที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ตนก็ไม่ทราบเช่นกันว่ามาจากไหน น่าจะเป็นขยะทั่วไปตามบ้านเรือนหรือว่าเป็นพลาสติกจำพวกขยะแห้งบ้างอะไรบ้าง เหตุที่เกิดขึ้นครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านในเรื่องควันอย่างเดียว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการพยายามดับไฟให้หมดมันก็หมด ส่วนประชาชนที่เดือดร้อนเราก็เอารถมารับออกไปพักที่ศูนย์อพยพของ อบต. ซึ่งเราก็ดูแลอย่างดี ส่วนในเรื่องว่าไฟจะสงบลงเมื่อไหร่ก็ยังคงบอกไม่ได้แต่ก็จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด ขณะนี้เราก็ระดมเครื่องจักรทั้งรถน้ำ เฮลิคอปเตอร์ และรถแม็กโคแบบสะเทรินน้ำสะเทรินบก เข้ามาช่วยอีก
������������ ชาวบ้าน นางอาภรณ์ เชี่ยวชาญ� อายุ 66 ปี กล่าวว่า เมื่อคืนต้องพาลูกหลานมานอนที่ศูนย์อพยพของ อบต.แพรกษา เพราะควันมันเข้าบ้านนอนไม่ได้มันหายใจไม่ออก มันอยู่ไม่ได้จึงได้ออกมาอยู่ที่นี่ ตอนต้องการอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลและแก้ไขกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะจะไปทำงานทำการอะไรก็ไม่ได้ เสียเวลา อยากให้มาดูแลบ้าง โดยส่วนตัวก็มีโรคประจำตัวอยู่แล้วพอมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นทำให้แสบหน้าแสบตาพร่ามั่วมองไม่ค่อยเห็น ก็อยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยลงมาแก้ไขให้เร็วที่สุด�����
������������ นางธัญทิพย์ พัฒนพิธาพงษ์ อายุ 47 ปี หนึ่งในประชาชนที่ได้รับผลกระทบ กล่าวว่า ตนพร้อมครอบครัวได้ออกมาจากบ้าน มาพักอยู่ที่ศูนย์อพยพ อบต.แพรกษา ตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เนื่องจากบ้านอยู่ติดกับที่เกิดเหตุ ส่วนในเรื่องได้รับความเดือดร้อน คือเรื่องของกลิ่นและควัน เมื่อสูดดมเข้าไปทำให้ตนรู้สึกแสบจมูกแสบตาและเจ็บคอ� ส่วนในเรื่องภาครัฐที่จะเข้ามาช่วยเหลือนั้น ถ้าเป็นไปได้จริง อยากให้ย้ายบ่อขยะออกไปนอกชุมชนมากกว่า แต่ตนก็เข้าใจว่ามันเป็นไปได้ยากแต่ก็อยากให้เอาออกไป ขณะเดียวกันถึงว่าไม่มีไฟไหม้ เวลาฝนตกบ่อขยะยังส่งกลิ่นเหม็นรบกวนชาวบ้านอีกด้วย
������������ ด้าน ดร.สุรพล� ซามาตย์� ผู้ช่วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว ว่า ขยะที่นำมาทิ้งในบ่อแห่งนี้ตนเองก็ไม่ทราบจริง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นขยะทั่วไปทั้งบ้านเรือนประชาชน ที่เกิดไฟไหม้เกิดจากก๊าซมีเทน ในการบ่อฝังขยะทุกบ่อจะมีการย่อยขยาย เพราะกาซมีเทนจะมีประมาณ 40 -50 เท่า แล้วแต่ว่ขยะจะเป็นอะไร� กาซมีเทนก็คือกาซหุงต้มอาหารสามารถติดไฟได้ เมื่อเกิดการติดไฟขึ้นจะทำให้ดับยาก วึ่งขยะทีทมีการฝังกลบไม่เป็นไปตามสุขลักษณะและวัตดุที่ติดไฟง่าย จะสร้างปัญหาให้เป็นอาทิตย์ เราจะทำการตรวจสอบในส่วนของขยะภาคอุตสาหกรรม ถือว่านำมาฝังกลบไม่ถูกต้อง ทางอุสาหกรรมได้รับคำสั่งให้เข้าตรวจสอบดูแลในครั้งนี้ ว่าได้รับอนุญาตหรือไม่� จากการตรวจของทะเบียนพบว่ายังไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นบ่อขยะเก่า บ่อขยะชุมชน ของเขตนี้� และจะตรวจสอบดูว่าขยะที่เอามาทิ้งเป็นขยะประเภทไหน� ถ้าขยะของพวกโรงก็ถือว่าฝังกลบแบบไม่ถูกต้อง
������������ นายภูวิช� ยมหา พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ กล่าวว่า ทางเราได้ทำการสอบสวนเรื่องนี้ โดยเรื่องบ่อขยะในสมุทรปราการทั้งหมด บ่อนี้เป็นบ่อหนึ่งในเบื้องต้นเราได้เรียกผู้เกี่ยวข้องไปทำการสอบปากคำเบื้องต้นแล้ว และพบว่าบ่อขยะที่เกิดเหตุบ่อนี้ มีการลักลอบมาจากนิคมอุสาหกรรมบางปู นำขยะมาทิ้ง เท่าที่ดูเห็นว่ามีขยะประเภท ขยะอุตสาหกรรม ซึ่งต้องปฎิบัติตามกฎกระทรวง ซึ่งตรงมันเกิดปัญหาขึ้นมาก่อน จึงต้องทำการดำเนินคดีกับเจ้าของบ่อขยะที่เกิดเหตุนี้ ทางเราจะทำการตรวจสอบรอบที่เกิดเหตุ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาสอบ� เท่าที่ตรวจสอบด้วยสายตามีผลกระทบทั้งหมดเพราะมันรุนแรงมาก เพราะควันขยะไปไกลมาก อาจจะไปไกลถึงสนามบินสุวรรณภูมิ� ส่วนการดำเนินคดีนั้นจะดำเนินคดีในข้อหาลักลอบทิ้งขยะ พรบ .โรงงาน และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอีกหลายคดี และขอให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบสามารถมาแจ้งความเพื่อดำเนินคดีต่อเจ้าของบ่อได้
������������ นอกจากนี้จังหวัดสมุทรปราการยังได้ประสานขอกำลังทหารจาก� ร. 11 จำนวน 50 นายพร้อมด้วยรถน้ำจำนวน 4 คัน เดินทางมาช่วยสกัดเพลิง
สธ.เผยป่วย2รายหายใจไม่ออก
������������ นพ.ณรงค์� สหเมธาพัฒน์� ปลัดกระทรวงสาธารณสุขให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่แพรกษาว่า� เบื้องต้นได้รับรายงานว่ามีผู้ได้รับผลกระทบ 2 ราย รายแรกเป็นอาสาดับเพลิงชาย อายุ 17 ปี สำลักควันไฟหายใจไม่ออกทีมแพทย์ฉุกเฉินนำตัวส่งโรงพยาบาลสมุทรปราการ ขณะนี้อาการดีขึ้นและกลับไปพักผ่อนที่บ้าน รายที่ 2 เป็นหญิงอายุ 35 ปี หายใจไม่ออกเช่นกัน ไปรักษาที่โรงพยาบาลเปาโล(เมโมเรียล) สาขาสมุทรปราการ อาการดีขึ้นกลับบ้านแล้ว
������������ นอกจากนี้ จากการที่ทีมสุขภาพจิตลงพื้นที่สุ่มสำรวจสภาพจิตใจประชาชนในพื้นที่อพยพเบื้องต้น พบว่ามีความเครียดระดับปานกลาง ขอแนะนำประชาชนให้หลีกเลี่ยงการสูดควันไฟ� หากจำเป็นต้องออกจากบ้าน� ขอให้ใส่หน้ากากอนามัยหรือใช้ผ้าชุบน้ำปิดปากจมูก�� หากเกิดอาการระคายเคือง เช่นแสบตา หรือใจสั่น แน่นหน้าอก ขอให้พบแพทย์ในสถานพยาบาลที่อยู่ใกล้
�����
������������ "การดูแลประชาชนใยระยะสั้นได้สั่งการให้มีการตั้งวอร์รูมสธ.ในระดับจังหวัดเพื่อติดตามสถานการณ์และดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้กรมควบคุมโรคจัดทำแผนการเฝ้าระวังอาการป่วยคนในพื้นที่ระยะยาวด้วย ซึ่งอาจจะจัดทำทะเบียนผู้สัมผัสใน 4 หมู่อาจเก็บเป็นรายครัวเรือนหรือรายบุคคล เพื่อติดตามผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาว"นพ.ณรงค์กล่าว
�������
������������ นพ.ณรงค์ กล่าวอีกว่า ได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกไปดูแล ให้การรักษาพยาบาลเบื้องต้นแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากควันไฟ ให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) แพรกษา อสม.ร่วมกับอบต.แพรกษา แจกหน้ากากอนามัย ไปแล้ง 5,600 ชิ้น แจกเพิ่มอีก 10,000 ชิ้น สำรอง 20,000 ชิ้นและหน้ากสกกันมลพิษอีก 500 ชิ้น เพื่อป้องกันการสูดละอองควันไฟเข้าปอด และดำเนินการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงที่อาศัยอยู่ในรัศมีรอบบ่อขยะที่สำคัญ เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคหอบหืด โรคปอด ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีอาการกำเริบได้ง่ายและได้สั่งการให้กรมควบคุมโรคส่งผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีวเวชศาสตร์ ลงไปประเมินผลกระทบสุขภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อวางแผนแก้ไขร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
���������
������������ นพ.โสภณ� เมฆธน� อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า วันนี้กรมควบคุมโรคได้ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญจากสำนักโรคจากการประกอบอาชีพ 1 ทีม เพื่อประเมินผลกระทบต่อสุขภาพจากควันไฟเผาไหม้ขยะ โดยทีมจะทำการตรวจวัดคุณภาพอากาศ เพื่อวัดมลพิษในอากาศ ที่สำคัญ 4 ตัว ได้แก่ คาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งค่ามาตรฐานต้องไม่เกิน 5,000 พีพีเอ็ม คาร์บอนมอนน็อคไซด์ ค่ามาตรฐานต้องไม่เกิน 34.2 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ใน 1 ชั่วโมง ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ต้องมีค่าไม่เกิน 0.30 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ใน24 ชั่วโมง��������� และสารฟอร์มาดีไฮด์ ค่ามาตรฐานในอากาศต้องไม่เกิน 0.004 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งความรุนแรงของผลกระทบจากสารพิษดังกล่าว ขึ้นอยู่กับปริมาณการสูดเข้าไป และระยะการสัมผัส เช่นอยู่ใกล้มาก ก็อาจได้รับเข้าไปมาก โดยอาการที่เกิดมีตั้งแต่ระคายเคืองอย่างเฉียบพลัน จนถึงหมดสติ
���������
������������ สำหรับอันตรายของสารพิษ มีดังนี้ 1.คาร์บอนไดออกไซด์ เมื่อสูดเข้าร่างกาย� จะทำให้หายใจเร็ว ความดันโลหิตสูงขึ้น หัวใจเต้นเร็ว หากได้รับปริมาณมาก จะมีผลกดสมอง มึนงง สับสน อาจหมดสติ เสียชีวิตได้����� 2.สารฟอร์มาดีไฮด์ มีทำให้ระคายเคืองเนื้อเยื่อทางเดินหายใจ ในระยะยาวทำให้เกิดโรคต่อถุงลมปอด ส่วนพิษในระยะเฉียบพลันคือแสบตา ระคายเคืองทางเดินหายใจ แน่นหน้าอก หายใจหอบ หากสูดดมไอระเหยเข้มข้นสูงมากตั้งแต่ 100 พีพีเอ็ม อาจทำให้เสียชีวิตได้ 3.คาร์บอนมอนออกไซด์ มีผลทำให้ออกซิเจนไม่สามารถรวมตัวกับเฮโมโกบินในเลือดได้� ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ หัวใจเต้นเร็ว คลื่นไส้อาเจียน ถึงขั้นหมดสติและเสียชีวิตได้ และ 4.สารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ทำให้ชีพจรเต้นถี่ แน่นหน้าอก หากได้รับในปริมาณเข้มข้นสูง อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มอ่อนแอ เช่น ผู้ป่วยโรคหอบหืด ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคปอด และผู้สูงอายุ
�
ผู้ว่าฯกทม.สั่งดูแลปัญหาควันจากไฟไหม้บ่อขยะ
����������� เมื่อเวลา 18.15 น.� ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้กรุงเทพมหานคร กล่าวถึงกรณี เกิดเหตุเพลิงใหม่ในบ่อทิ้งขยะ ซึ่งตั้งอยู่ภายในซอย 8 นิคมอุตสาหกรรมบางปู หมู่ 4 ตำบลแพรกษา อำเภอเมืองสมุทรปราการ� จนทำให้ ควันไฟปกคลุมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯว่า� ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาสำนักอนามัยได้ลงพื้นที่เข้าไปดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยนำหน้ากากอนามัยเข้าไปช่วยเหลือเบื้องต้นเพื่อป้องกันควันไฟที่เกิดขึ้น และลดผลกระทบไม่ให้เกิดมากเกินไป รวมถึงได้แนะนำให้ประชาชนที่ปิดประตู หน้าต่างเพื่อป้องกันควันไฟ� เนื่องจากพบว่า ค่าปริมาณคาร์บอน และฝุ่นละออก� มีค่าเกินกว่า 5 เท่ากว่าช่วงเวลาปกติ จากนั้นในช่วงบ่าย ปัญหาได้รุนแรงมากขึ้น มีผลกระทบใน 6 เขตของกรุงเทพฯ ประกอบด้วย เขตบางนา ประเวศ คลองสามวา สะพานสูง ลาดกระบัง และบึงกุ่ม� จึงได้สั่งการให้ นางนินาท ชลิตานนท์ ปลัดกรุงเทพมหานคร นายนินาท ชิริตานนท์� ระดมสรรพกำลัง� ทั้งสำนักการแพทย์ สำนักอนามัย และสำนักงานเขต ลงพื้นที่ดูและประชาชนทุกชุมชนที่ได้รับผลกระทบ� และให้ความรู้ ในการดูแลตัวเองในเบื้องต้น
����������� ผู้ว่าฯกทม.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ปลัดกทม. สั่งการไปยังสำนักพัฒนาสังคม ลงพื้นที่ให้กำลังใจกับประชาชนเพราะนอกจากบางพื้นที่จะมีผลกระทบเรื่องสุขภาพ และเรื่องขวัญและกำลังใจก็เป็นเรื่องที่สำคัญที่กทม.ต้องดูแล ขณะเดียวกันได้สั่งการให้ปลัดกทม. สั่งการต่อไปยังสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อติดต่อไปยัง จ.สมุทรปราการ ในการเตรียมความพร้อมเข้าไปช่วยเหลือในการดับไฟ เพราะหาก กองขยะไฟยังไม่ดับจริง อาจมีการปะทุขึ้นมาอีกได้ ซึ่ง กทม.จะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง� �
����������� "ส่วนสถานการณ์ จะน่าเป็นห่วงถึงขั้นอพยพประชาชน ในพื้นที่เสี่ยงหรือไม่นั้น ขณะนี้บางชุมชนได้มีการอพยพไปเบื้องต้นแล้ว แต่หวังว่า จะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอพยพมากกกว่านี้� แต่ กทม.ก็มีโรงเรียน ในสังกัดกทม.รองรับหากมีความจำเป็นต้องอพยพประชาชน"� ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว
�



