
เรียนพิเศษกับความสมดุลในชีวิตเด็ก
19 มี.ค. 2557
เล่าสู่กันฟัง : เรียนพิเศษกับความสมดุลในชีวิตเด็ก : โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒน์
วันนี้อยากจะเล่าสู่กันฟัง ถึงเรื่องค่านิยมในการส่งบุตรหลานไปเรียนพิเศษตามโรงเรียนกวดวิชาชื่อดัง ด้วยความหวังจะให้สอบเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยดังๆ ของประเทศได้ ซึ่งการกวดวิชาที่ว่านี้เป็นที่นิยมมากว่าครึ่งศตวรรษแล้ว แต่ที่เริ่มมีปรากฏให้เห็นชัดเจน เป็นล่ำเป็นสันก็น่าจะเมื่อราวๆ 20 ปีมานี้ ยุคที่ธุรกิจ “โรงเรียนกวดวิชา” กลายเป็นธุรกิจที่ดูจะมีอนาคตสดใส เติบโตในกรุงเทพฯ และครอบคลุมไปในหลายหัวเมืองของประเทศ
โดยข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) พบว่า ปัจจุบันเรามีโรงเรียนกวดวิชาในประเทศกว่า 2,000 แห่ง อยู่ในกรุงเทพฯ ราว 500 แห่ง และต่างจังหวัด 1,500 แห่ง
กลยุทธ์ เทคนิค รูปแบบการสอนก็แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความถนัดด้านวิชาการของโรงเรียนที่เปิดสอน รวมถึงความต้องของเด็กๆ ล่าสุดจากผลสำรวจวิจัยของปัญญาสมาพันธ์เพื่อการวิจัยสาธารณะแห่งประเทศไทย ที่ได้ไปถามเด็กๆ กลุ่มตัวอย่าง ชั้นม.4-ม.6 กว่า 5,000 คนทั่วประเทศ ในประเด็นว่าเด็กๆ กลุ่มนี้เคยเรียนพิเศษกันหรือไม่ เด็กทุกคนแทบจะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “เคยเรียนหรือไม่ก็กำลังเรียนอยู่” ถึง 90.4% ซึ่งเด็กคนที่ตอบว่าเรียนนั้นกว่า 80% เชื่อว่าเป็นสิ่งจำเป็นอีกด้วย
ส่วนเหตุผลของเด็กๆ ที่เลือกเรียนพิเศษ ก็มีทั้งเพื่อเตรียมสอบแอดมิชชั่นส์ 40.45%, เพื่อให้ผลการเรียนดีขึ้น 19.33%, เพื่อเตรียมสอบรับตรงในมหาวิทยาลัยต่างๆ 17.62% เพื่อเพิ่มเกรด 14.58%, เพื่อเรียนล่วงหน้าก่อนเรียนในห้องและอื่นๆ 8.02%
จากข้อมูลนี้ยังพบว่าในเทอมหนึ่งๆ พ่อแม่ผู้ปกครองจะต้องจ่ายค่าเล่าเรียนพิเศษ ครั้งละตั้งแต่ 5,000 บาท ไปจนถึง 15,000 บาท ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองก็คงต้องมีกำลังทรัพย์ส่งให้เด็กๆ เรียนสูงๆ พอตัวเลยทีเดียว สำหรับอาชีพที่นิยมให้ลูกเรียนพิเศษมากที่สุดนั้นก็เป็น พนักงานบริษัท ถึง 92.55% หรือพ่อแม่ที่มีรายได้ราวๆ 30,000 บาทขึ้นไป ถึงจะมีเรี่ยวมีแรงจ่ายค่าเรียนได้อย่างสบายตัว
สิ่งสำคัญไม่แพ้การเรียนพิเศษ คือการจัดสรรเวลาให้ช่วงชีวิตที่ยังเป็นเด็กเล็กๆ เพราะเด็กที่เรียนพิเศษส่วนใหญ่ใช้เวลาในชั่วโมงเรียนพิเศษต่อสัปดาห์ 8-10 ชั่วโมง คิดเป็น 40.93% ของผลสำรวจ และใช้เวลา 10-15 ชั่วโมง คิดเป็น 27.22% จะเรียกว่าเป็นการเรียนกันชนิดหามรุ่งหามค่ำกันเลยทีเดียว ซึ่งก็น่าเป็นห่วงว่าแล้วเด็กจะเอาเวลาที่ใหนไปทำอย่างอื่นบ้าง เช่น อยู่กับพ่อแม่พี่น้อง หรือออกกำลังกายหรือไปเที่ยวเล่นสนุกสนานตามวัยเด็ก
ผมเป็นคนหนึ่งที่มีความเชื่อมั่นในคุณค่าของการศึกษา และอยากเห็นธุรกิจเพื่อการศึกษาเติบโตไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็อยากเห็นการพัฒนาคุณค่าทางจิตใจให้เด็กและเยาวชนเติบโตไปพร้อมๆ กัน หากเรามองว่าการส่งเสริมการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ การเพิ่มเติมองค์ความรู้ด้วยการเรียนพิเศษเป็นสิ่งที่ดี ก็อยากให้มองว่าการสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต เพิ่มการพัฒนาการด้านอื่นๆ โดยเฉพาะความสุข และความอบอุ่นที่ได้จากการใกล้ชิดครอบครัว ของเด็กๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญต่อชีวิตไม่แพ้กัน จึงเป็นหน้าที่ของคนเป็นพ่อแม่ว่าจะบริหารเวลาการเรียนของลูกให้สมดุลได้อย่างไร?
------------------------
(เล่าสู่กันฟัง : เรียนพิเศษกับความสมดุลในชีวิตเด็ก : โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒน์)



