
40ส.ว.ออกลายหลังผ่านพรก.กู้เงินของบลงพื้นที่
40 ส.ว. ออกลายให้เห็น ผ่านพรก.กู้เงิน ขอแลกงบประมาณลงใต้ - แจกเกษตรกร โยน "พฤฒิชัย" แจงไม่เคลียร์ เหตุคว่ำพรก.น้ำมัน ลับมีดรอชำแหละพรบ.กู้เงิน ตั้งแต่หัวจรดเท้า ตั้งธง ลดวงเงิน - ทอนอำนาจรมต.
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา แกนนำกลุ่ม 40 ส.ว. กล่าวว่า ภายหลังจากที่วุฒิสภาให้ความเห็นชอบกับพรก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาทแล้ว อยากเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ นายกรณ์ จาตกวณิช รมว.คลัง ให้พิจารณาเพิ่มเติมโครงการในกรอบการใช้เงินตามพรก.ด้วย โดยเฉพาะใน 2 กรณี คือ 1.โครงการเช็คช่วยชาติควรขยายเพิ่มให้แก่เกษตรกรที่มีรายได้น้อยทั่วประเทศ โดยใช้ฐานข้อมูลจากธกส.จำนวน 4,341,171 บาท
และ 2. ให้จัดทำโครงการให้เงินสนับสนุนความเข้มแข็งของหมู่บ้านในเขต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จ.นาธิวาส 581 หมู่บ้าน จ.ปัตตานี 616 หมู่บ้าน จ.ยะลา 327 หมู่บ้าน และ 4 อำเภอในจ.สงขลา 358 หมู่บ้าน รวม 1,882 หมู้บ้าน โดยให้เงินสนับสนุนหมู่บ้านละ 2 ล้านบาท รวมวงเงิน 3,764 ล้านบาท โดยให้หมู่บ้านตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลการใช้เงินเอง
“แม้โครงการนี้ไม่ได้อยู่ในโครงการไทยเข้มแข็ง แต่ก็ขอให้รัฐบาลบรรจุเข้าไป เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และส่งผลให้รัฐบาลแสดงถึงความตั้งใจ ที่จะกระจายเม็ดเงินให้ถึงมือประชาชน ผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง” นายไพบูลย์ กล่าว
นายไพบูลย์ ยังกล่าวถึงกรณีทีมีกระแสข่าวรัฐบาลมีการล็อบบี้ส.ว.เพื่อให้ผ่านพรก.กู้เงินว่า ปกติแล้วเมื่อรัฐมนตรีเข้ามา สภาก็จะมีการเข้ามาพูดคุยกับส.ว.อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า เหตุผลส่วนหนึ่งที่ส.ว.ไม่เห็นด้วยกับพรก.ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพราะนพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รมช.คลังไม่สามารถชี้แจงต่อวุฒิสภาได้เพียงพอ และบางช่วงยังมีการตอบโต้ระหว่างส.ว.กับรัฐมนตรีอีก เมื่อที่ประชุมฟังแล้ว จึงไม่เห็นด้วย ผลจึงออกมาอย่างที่เห็น
ทั้งนี้ ยืนยันว่า ส.ว.ไม่ได้เตรียมการมาล่วงหน้าว่า จะลงมติอย่างไร ในส่วนของภาษีสรรพสามิต ไม่มีการล็อบบี้กัน และมติที่ออกมา ก็แสดงให้เห็นถึงความเป็นธรรมชาติของส.ว.ทุกคน
นายไพบูลย์ กล่าวว่า สำหรับการลงมติพรก.กู้เงิน โดยรวมถือว่า การชี้แจงของนายกฯมีผลต่อการตัดสินใจของส.ว.บางส่วน แต่ส่วนใหญ่ตัดสินใจก่อนที่นายกฯจะเดินเข้ามาสภาแล้ว และเมื่อนายกฯกลับมาชี้แจงด้วยตัวเอง วุฒิสภาก็รู้สึกว่า นายกฯให้เกียรติกับวุฒิสภา ซึ่งมติที่ออกมา ระหว่างไม่เห็นด้วยกับเห็นด้วย ที่ห่างกัน 21 เสียงนั้น ส่วนใหญ่ก็เป็นไปตามจุดยืนของแต่ละคน ยืนยันว่า 40 ส.ว.ไม่มีการเสียงแตก
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา 40 ส.ว. ไม่เคยมีมติว่า จะลงมติอย่างไรให้เป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละคน ซึ่งถือว่า เป็นวัฒนธรรมของกลุ่ม ที่แต่ละคนแสดงความคิดเห็นแตกต่างกันรได้ ส่วนมติจะออกมาอย่างไร เราเคารพการตัดสินใจนั้น สำหรับพรก.สรรพสามิตฉบับนี้ ถือว่า หมดหน้าที่ของส.ว.แล้ว แต่เป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎรและรัฐบาล จะเป็นผู้พิจารณา
นายไพบูลย์ กล่าวว่า ในส่วนการที่ประธานวุฒิสภาปิดประชุม เมื่อคืนวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยไม่มีการพิจารณาพรบ.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท เป็นเพราะเห็นว่า ใกล้เวลาปิดสมัยประชุมวันที่ 23 มิ.ย.ในเวลา 24.00 น. อีกทั้งนายกรณ์ ไม่ได้เสนอหลักการและเหตุผล ของร่างพรบ.เงินกู้ดังกล่าว หากนำมาพิจารณา จะไม่ทันกับเวลาที่จะหมดไป
อย่างไรก็ดี เข้าใจว่า รัฐบาลคงมีเวลาเตรียมตัวในการอธิบายกับวุฒิสภาให้ชัดเจน ในการเสนอร่างพรบ.นี้เข้ามาในการประชุมวุฒิสภาครั้งต่อไป
“ผมเชื่อว่า เมื่อร่างพรบ.ฉบับนี้ เข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาส.ว.ส่วนใหญ่ คงลงมติรับหลักการ แต่จะมีการแก้ไขมากพอสมควร ในชั้นการพิจารณาของคณะกรมาธิการวิสามัญ ไม่ว่าจะเป็นวงเงินที่อาจปรับลดไม่ให้ถึง 4 แสนล้านบาท ตลอดจนกรอบการใช้เงิน ที่อยากให้เข้าสู่ระบบงบประมาณปกติ รวมทั้งกลไกการตรวจสอบการใช้เงิน และอำนาจของรัฐมนตรีว่า มีอำนาจมากเกินไปหรือไม่ และควรตัดทอนอำนาจอย่างไร เพื่อให้เกิดความเหมาะสมอย่างไร” นายไพบูลย์ กล่าว
นายไพบูลย์ กล่าวว่า นอกจากนี้ วุฒิสภาคงจะมอบให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณประจำปี 2553 ของวุฒิสภาทั้ง 27 คน มาเป็นผู้มาดูแลและตรวจสอบการใช้เงินตามพรบ.เงินกู้ ส่วนพรก.เงินกู้ อาจตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาเป็นการเฉพาะอีกหนึ่งชุด เพื่อมาดูแล



