ข่าว

'องอาจ'จี้'ปู'ปราม'แดง'สะสมอาวุธ

'องอาจ'จี้'ปู'ปราม'แดง'สะสมอาวุธ

17 มี.ค. 2557

'องอาจ' จี้ 'ยิ่งลักษณ์' ปราม 'เสื้อแดง' สะสมอาวุธ กดดัน 'องค์กรอิสระ' เหน็บ 'จาตุรนต์' ขุดผี 'รัฐประหาร' หลอกคนไทย บี้ 'จตุพร' ถาม 'รัฐบาล' 3 ข้อ แทน 'นปช.'

 
                       17 มี.ค.57 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงในขณะนี้ว่า เป็นการส่อเจตนาใช้ความรุนแรงมาดำเนินการทางการเมืองอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการประกาศให้ประชาชนสะสมอาวุธปฏิบัติการ “ช้างสารกับมดแดง” ที่เป็นการกระทำผิดกฎหมาย และมีการเรียกร้องให้มวลชนออกมาบนท้องถนน ซึ่งกรณีที่จะถูกศาลวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โดยหากองค์กรอิสระวินิจฉัยให้นายกฯถูกถอดถอน หรือหยุดปฏิบัติหน้าที่
 
                       รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พฤติกรรมเหล่านี้ส่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง เพื่อให้อยู่ในสภาพไร้ระเบียบไม่สงบสุข โดยเฉพาะคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่กำลังพิจารณาคดีรับจำนำข้าว จึงขอเรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ หาทางยุติพฤติกรรมดังกล่าว อย่าปล่อยให้เสื้อแดงจัดตั้งกองกำลัง สะสมอาวุธไว้ต่อสู้ และอย่าให้ออกมาบนท้องถนน หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นโดยไม่ดำเนินการอะไร เท่ากับเห็นด้วยกับการทำให้บ้านเมืองเกิดปัญหา
 
                       ส่วนกรณีที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาฯ ออกมาวิเคราะห์ว่า กลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ร่วมมือกับพรรคประชาธิปัตย์ สร้างเงื่อนไขกดดัน ให้รัฐบาลปกครองประเทศไม่ได้ เพื่อให้เกิดความรุนแรงจนนำไปสู่การปฏิวัติรัฐประหาร และใช้ประเด็นการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง เป็นข้ออ้างเพื่อนำไปสู่การฉีกรัฐธรรมนูญนั้น นายองอาจ กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง เพราะกปปส.และองค์กรอิสระ ไม่ได้สร้างเงื่อนไขต่างๆเพื่อกดดัน แต่รัฐบาลชุดนี้อยู่ในสภาพที่ไม่สามารถปกครองประเทศได้ ตั้งแต่ก่อนที่จะมีการชุมนุมของกลุ่มกปปส.เสียอีก
 
                       “เหตุผลในการหมดสภาพเป็นรัฐบาลล้วนแล้วแต่ ขัดรัฐธรรมนูญและกฎหมายทั้งสิ้น เพราะ 4 เดือนของการชุมนุม ก็ไม่ได้มีเงื่อนไขใดๆที่จะนำไปสู่การรัฐประหาร หากกลุ่มผู้ชุมนุมต้องการสร้างเงื่อนไขดังกล่าว คงจะกระทำเหมือนเช่นกลุ่มคนเสื้อแดง ด้วยการใช้ความรุนแรงมากดดันแล้ว เป็นคำพูดที่หวังสร้างกระแสความชอบธรรม ให้คนเสื้อแดงมากกว่า นายจาตุรนต์ไม่ควรสร้างภาพหลอนขุดผีรัฐประหารขึ้นมาหลอกสังคมไทย เพราะกปปส.ไม่ใช้ความรุนแรง และพรรคประชาธิปัตย์ไม่มุ่งหวังดำเนินการ สู่การรัฐประหาร เราดำเนินการตามครรลองประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ” นายองอาจ กล่าว
 
 
'จุฤทธิ์' บี้ 'จตุพร' ถาม 'รัฐบาล' 3 ข้อ แทน 'นปช.'
 
 
                       นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ขึ้นเป็นประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ว่า ที่ผ่านมานายจตุพรเคยเรียกร้องให้รัฐบาลไม่ทุจริต ไม่ลุแก่อำนาจ ไม่ทรยศประชาชน เมื่อนายจตุพรได้ขึ้นเป็นประธานนปช.แล้ว อยากให้นายจตุพร ทวงถามไปยังรัฐบาลว่า 1.ทำไมจึงมีการทุจริตคอร์รัปชั่น 2.ทำไมจึงลุแก่อำนาจ ใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย และ 3.ทำไมจึงทรยศต่อคนเสื้อแดงด้วยการผลักดันร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมยกเข่ง เหล่านี้เป็นคำถามที่นายจตุพร ต้องทวงถามแทนคนเสื้อแดง ที่สำคัญต้องทวงถามถึงเงินจำนำข้าวแทนคนเสื้อแดงที่เป็นชาวนาด้วย ถ้านายจตุพรทำได้ทุกเรื่องจะถือว่าแสดงความเป็นลูกผู้ชายพูดคำไหนคำนั้น แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ควรขึ้นเป็นประธานนปช.
 
                       รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ส่วนปัญหาการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ที่รัฐบาลไม่สามารถกู้ได้ และการทำโครงการต่อไปต้องรอรัฐบาลใหม่เข้ามา จึงอยากเรียกร้องขอให้รัฐบาลใหม่เข้ามาพัฒนาระบบรถไฟรางคู่ รถไฟฟ้าทั้งกทม.และปริมณฑล ขยายสนามบิน เพื่อรองรับประชาคมอาเซียนและการท่องเที่ยว โดยไม่ต้องใช้งบเงินกู้และสามารถดึงภาคเอกชนเข้ามาลงทุนได้ รวมถึงจัดหาถนน 4 เลนเพิ่มขึ้นในทั่วประเทศ และต้องวางแผนทำประชาพิจารณ์ สำรวจโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง ให้เสร็จก่อนลงทุนสร้าง ขณะที่พรรคเพื่อไทยควรเลิกโอดครวญ ว่าประเทศพัฒนาไม่ได้เพราะคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านขัดรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทยควรกลับมาโทษตัวเองที่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ลูกพรรคกดบัตรแทนกันในสภาฯจะดีกว่า
 
 
'จุฤทธิ์' ขู่เปิดข้อมูลลับโยง 'จารุพงศ์' โกง
 
 
                       นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฎ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เข้าชื่อยื่นถอดถอน นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ปฏิบัติหน้าที่รมว.มหาดไทยออกจากตำแหน่ง ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา ว่า ข้อหาหนึ่งที่พรรคยื่นถอดถอนนายจารุพงศ์ คือสงสัยว่าจะมีการทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ โดยพรรคได้ส่งหลักฐานเป็นใบเสร็จ ที่บริษัททัวร์จ่ายค่าตั๋วเครื่องบิน ให้นายจารุพงศ์เดินทางไปประเทศจีนและมาเลเซีย ให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว
 
                       “ล่าสุดได้รับข้อมูลจากบริษัททัวร์ว่า ถูกข่มขู่จากกลุ่มบุคคลโดยสงสัยว่า จะเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว เนื่องจากมีการข่มขู่ว่า ให้บริษัททัวร์แก้ไขเอกสาร แต่บริษัททัวร์ไม่ยอมเพราะได้ส่งเอกสารดังกล่าวแจ้งเสียภาษีต่อกรมสรรพากรไปแล้ว จึงอยากให้หยุดพฤติกรรมข่มขู่ ไม่เช่นนั้นตนจะนำเอกสารเป็นตั๋วภาษีการเดินทางดังกล่าว มาเปิดเผยต่อสื่อมวลชนต่อไป” รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
 
 
'จุฤทธิ์' ป้อง 'ป.ป.ช.' อัด 'พร้อมพงศ์' แทรกแซง
 
 
                       นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฎ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุมีผู้ให้ข้อมูลว่าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มอบเอกสารการสอบสวนมากกว่า 49 แผ่น ว่า ในคดีการทุจริตจำนำข้าวให้กับทนายความของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีนั้น แสดงว่าพรรคเพื่อไทยทราบดีว่ามีการแทรกแซงองค์กรอิสระ เพราะข้อมูลที่นายพร้อมพงศ์นำมาพูด ถือเป็นเรื่องลับที่รู้กันเพียงผู้สอบ และผู้ถูกสอบเท่านั้น
 
                       รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ทราบว่านายพร้อมพงศ์รู้เรื่องนี้ได้อย่างไร ถ้าอยากให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา นายพร้อมพงศ์ควรออกมาบอกว่า ใครเอาข้อมูลนี้มาให้ ซึ่งการกระทำครั้งนี้ตนขอเดาว่า เป็นเพราะน.ส.ยิ่งลักษณ์รู้ตัวว่าทำความผิด จึงพยายามล้วงข้อมูลหรือไม่ และขอให้นายพร้อมพงศ์ไปบอกน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า ถ้าบริสุทธิ์จริงไม่ต้องกลัว และควรไปชี้แจงข้อกล่าวหากับป.ป.ช. ดีกว่าจะให้คนออกมาโจมตีป.ป.ช.
 
 
'อรรถวิชช์' จี้รัฐหยุดขึ้นราคา 'ก๊าซหุงต้ม' เหตุแพงทำลักลอบขนถ่าย
 
 
                       นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีตส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงนโยบายปรับราคาก๊าซหุงต้มของรัฐบาล สำหรับครัวเรือนเพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดการขึ้นราคา ก๊าซแอลพีจีภาคครัวเรือนเอาไว้ก่อน เนื่องจากว่า นโยบายดังกล่าว ได้มีการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค.56 โดยจะมีการขึ้นราคาก๊าซภาคครัวเรือนในวันที่ 1 ก.ย. 56 จากราคาเดิม 18.13 บาทต่อกิโลกรัม จะมีการขึ้นราคาเดือนละ 50 สตางค์ ไปจนถึงราคา 24.82 บาท เป็นระยะเวลา 1 ปี ปรากฏว่า ขณะนี้เกิดปัญหา เนื่องจากมติครม.เดิมได้กำหนดเอาไว้ว่า ถ้าราคาก๊าซหุงต้มขึ้นไปเท่ากับราคาภาคขนส่ง
 
                       นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า คือราคา 21.38 บาท เมื่อไหร่ ให้ก๊าซทั้ง 2 ประเภทขึ้นราคาพร้อมกัน แต่ปรากฏว่า ในเดือนมีนาคมนี้ ถือเป็นเดือนแรกที่ราคาก๊าซภาคครัวเรือน มีราคาแพงกว่าก๊าซภาคขนส่งและจะเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ทำให้เกิดปัญหาการลักลอบขนถ่ายถังก๊าซ จนสร้างความวิตกกังวลของผู้บริโภคเกี่ยวกับความปลอดภัย อีกทั้ง ไม่สามารถให้ราคาก๊าซทั้ง 2 ประเภทขึ้นพร้อมกันได้ เนื่องจากขณะนี้รัฐบาลยังมีสถานะรักษาการอยู่ ซึ่งกระทรวงพลังงานออกมาแสดงทีท่าว่า ต้องรอให้รัฐบาลใหม่เข้ามาพิจารณาในเรื่องดังกล่าว
 
                       นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า สิ่งที่ตนต้องออกมาร้องขอต่อรัฐบาลก็คือ ขอให้รัฐบาลหยุดการขึ้นราคาก๊าซภาคครัวเรือนไว้ก่อนในช่วงนี้ เนื่องจากรัฐบาลรักษาการสามารถทำได้ โดยร้องขอให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาในเรื่องดังกล่าว เพราะมิฉะนั้นแล้ว ประชาชนก็จะใช้ก๊าซในราคาที่สูงขึ้น ราคาอาหารก็จะแพงขึ้นในช่วงรัฐบาลรักษาการ และทำให้ประชาชนไม่มีความปลอดภัย จากการดำเนินการขนถ่ายถังก๊าซ และปราศจากการฉ้อโกง ของผู้ประกอบการปั๊มก๊าซและขนส่งก๊าซอีกด้วย ดังนั้น ขอให้รัฐบาลหยุดการขึ้นราคาเอาไว้ก่อน เพราะประชาชนเดือดร้อนมากในเวลานี้