
'คิดถึงบ้าน'ตำรวจปจ.หนุนเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน
คิดถึงบ้าน-ไม่อยากเห็นรุนแรง ตำรวจปจ.หนุนเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน : พรรณทิพา จิตราวุฒิพรรายงาน
หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ภายในวันที่ 18 มีนาคมนี้ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ปฏิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ในฐานะที่ปรึกษาศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) จะนำเรื่องการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาว่าจะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้ว นำ พ.ร.บ.ความมั่นคงกลับมาใช้หรือไม่ ซึ่งหากมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จริง จะส่งผลให้มีการปรับเปลี่ยนกำลังพลในการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะตำรวจปราบจลาจล ที่ยังคงเข้าเวรรักษาการณ์อยู่ภายในสถานที่สำคัญๆ เช่น ศรส. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
การปรับเปลี่ยนกำลังพลของตำรวจดังกล่าวมีการคาดการณ์ในกลุ่มตำรวจระดับผู้ปฏิบัติว่า หลังประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่เข้าเวรรักษาการณ์อยู่ตามสถานที่สำคัญๆ ต่างจะถูกปรับลดปริมาณลง ซึ่งหมายความว่ากำลังพลส่วนใหญ่อาจจะได้กลับบ้าน ไปปฏิบัติหน้าที่ในสายงานที่รับผิดชอบตามปกติ มีโอกาสกลับไปหาครอบครัว ใช้ชีวิตตามปกติ ไม่ต้องมานอนกลางดินกินกลางทราย นอนในเต็นท์ที่กางอยู่ในพื้นที่ถนน หรือลานจอดรถ ที่มีพื้นที่จำกัด
ร.ต.ต.ออมสิน จำปาพรหม รอง สว.(ป.) กก.ตชด.12 จ.สระแก้ว ระบายความรู้สึกหลังจากทราบข่าวว่า ศรส.เตรียมจะเสนอคณะรัฐมนตรีให้มีการพิจารณายกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ว่า รู้สึกดีใจหากมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จริง เพราะมีความหวังว่าจะได้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามหน้าที่รับผิดชอบในสังกัดเดิม เพราะตั้งแต่มีการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2556 ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้เป็นเวลานานกว่า 5 เดือนแล้ว ต้องหมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ตำรวจปราบจลาจล (ปจ.) ในกรุงเทพมหานครเป็นระยะ ซึ่งกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่
"ตั้งแต่ชุมนุมมาต้องปฏิบัติหน้าที่งานด้าน ปจ. ทำหน้าที่มาตลอด ตั้งแต่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สะพานมัฆวาน และบริเวณแยกผ่านฟ้า ยิ่งในเหตุขอคืนพื้นที่มีเหตุปะทะกับผู้ชุมนุมก็ต้องทำหน้าที่ ซึ่งไม่มีความสบายใจ แต่เป็นหน้าที่ก็ต้องทำ หลังเหตุปะทะมีการปรับเปลี่ยนกำลังให้มาประจำที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ต้องกางเต็นท์นอนกันบริเวณลานจอดรถอยู่ต่อเนื่องกันมาเช่นนี้ สภาพก็อย่างที่เห็น แต่ต้องยอมรับ เพราะนี่คือหน้าที่" ร.ต.ต.ออมสิน กล่าว
ผู้หมวด สังกัดตำรวจตระเวนชายแดนจังหวัดสระแก้ว บอกด้วยว่า คิดถึงครอบครัว ทั้งภรรยา ลูก และหลานๆ ที่รออยู่ที่บ้าน อยากกลับไปใช้ชีวิตร่วมกันเช่นปกติ อีกทั้งอยากกลับไปทำงานในหน้าที่ที่รับผิดชอบอยู่เดิม เพราะตั้งแต่เดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร มาปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชน ทำให้กำลังในพื้นที่ขาด กระทบกับงานที่รับผิดชอบอยู่
"ถ้าถามว่าอยากกลับบ้านไหม ผมอยากกลับมาก คิดถึงครอบครัว แต่ด้วยหน้าที่ รับผิดชอบผมก็ต้องทำให้ดีที่สุด ผมมาดูแลม็อบตั้งแต่ปี 2551 ตั้งแต่เสื้อเหลืองชุมนุม ต่อเนื่องมาม็อบเสื้อแดง ปีนี้มีม็อบ กปปส. ซึ่งไม่รู้เมื่อไหร่จะหยุดความขัดแย้งกันเสียที ผมอยากเห็นประเทศสงบสุข ไม่อยากเห็นเหตุรุนแรง หรือความสูญเสียอีกแล้ว" ร.ต.ต.ออมสิน กล่าว
ไม่แตกต่างจากความรู้สึกของ พ.ต.ต.ณัฐจักร บุญกล้า สวป.สภ.หมูสี จ.นครราชสีมา ซึ่งมาปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบบริเวณทางเข้า ศรส. ต้องใช้ชีวิตอยู่ภายในเต็นท์ ซึ่งกางอยู่บริเวณด้านข้างอาคารสโมสรตำรวจ ที่บอกว่า หากมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จริง มีความหวังเล็กๆ ว่า กำลังพลของตำรวจที่เข้าเวรรักษาการณ์อยู่ตามสถานที่ต่างๆ จะได้รับคำสั่งให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ที่ต้นสังกัดเช่นเดิม รู้สึกดีใจที่จะได้กลับบ้าน ซึ่งตำรวจทุกคนล้วนแล้วแต่อยากกลับไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ตามเดิม เพราะการมาเข้าเวรรักษาการณ์ที่กรุงเทพมหานคร กระทบต่องานปกติในพื้นที่ เพราะกำลังพลถูกแบ่งมา แม้จะหมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนตามวงรอบทุก 10 วัน แต่ช่วงที่มาปฏิบัติหน้าที่ก็ไม่ได้มีกำลังไปทดแทนในพื้นที่
"ดีใจที่จะได้กลับบ้านไปหาครอบครัว ที่รออยู่ที่บ้าน ผมอยากกลับไปทำหน้าที่ตามเดิม ไม่อยากเห็นความสูญเสียที่เกิดจากความรุนแรงหรือเหตุปะทะกันจากการชุมนุมทางการเมืองอีกแล้ว" พ.ต.ต.ณัฐจักร กล่าว
ความคิดถึงระหว่างสมาชิกครอบครัวตำรวจ ซึ่งต้องมาปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เนื่องจากสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองนั้น มีให้เห็นเป็นระยะ โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ด.ช.ป่านธนา มาลาศรี หรือ น้องเติ้ล อายุ 9 ปี นักเรียนชั้น ป.3 โรงเรียนจักราชราษฎร์สามัคคี ต.จักราช อ.จักราช จ.นครราชสีมา เดินทางจากบ้านโดยลำพัง เพื่อมาหาพ่อ คือ ด.ต.ทองทวี มาลาศรี อายุ 51 ปี ผบ.หมู่ ป.สภ.จักราช ที่มาปฏิบัติหน้าที่ตำรวจปราบจลาจล ที่ประจำการที่ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) เป็นเวลาต่อเนื่องกันหลายวัน ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนความรู้สึกของครอบครัวตำรวจที่ต้องจากบ้าน จากงานที่รับผิดชอบอยู่เดิม มาใช้ชีวิตในกรุงเทพมหานคร ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชน ซึ่งคุณภาพชีวิต แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
.........................
(หมายเหตุ : คิดถึงบ้าน-ไม่อยากเห็นรุนแรง ตำรวจปจ.หนุนเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน : พรรณทิพา จิตราวุฒิพรรายงาน)



