ข่าว

“อภิสิทธิ์”ยอมรับผลโพลคะแนนนิยมรัฐบาลวูบ

“อภิสิทธิ์”ยอมรับผลโพลคะแนนนิยมรัฐบาลวูบ

23 มิ.ย. 2552

“อภิสิทธิ์” ยอมรับผลโพลคะแนนนิยมรัฐบาลวูบ บอกเพราะมีเรื่องขัดแย้งและการทุจริต ไม่ปฏิเสธเรื่องปรับ ครม. บอกขอดูจังหวะเวลาที่เหมาะสม ย้ำความสัมพันธ์พรรคร่วมยังคุยกันได้ทุกเรื่อง ยันพรรคร่วมเชิญไปงาน22มิ.ย.แต่ติดภารกิจ “เทพไท ”ปราม “พท.”อย่าเพิ่งหวังชนะทั้ง

 เมื่อเวลา 13.15 น.วันที่ 23 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม.ถึงผลสำรวจของกรุงเทพฯโพลที่ระบุว่า 6 เดือนรัฐบาลสอบตก ว่า ก็ต้องทำงานหนักขึ้น ส่วนจะมีการปรับ ครม.หรือไม่นั้น ทุกเรื่องก็ต้องนำมาประมวลและดูจังหวะเวลาต่างๆที่เหมาะสม

 เมื่อถามว่าคิดว่าเป็นเพราะอะไรจึงทำให้คะแนนนิยมตกลงจากเดือนแรกที่เข้ามาบริหารงาน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ ผมคิดว่าช่วงที่ผ่านมาอย่างที่ผมเคยพูดว่าเมื่อไหร่ก็ตามมีข่าวเรื่องความขัดแย้งกับการทุจริตประชาชนนับไม่ได้ ก็เป็นสิ่งที่เตือนใจทุกคนในรัฐบาลว่าต้องอย่าให้มีสิ่งเหล่านี้ เพราะพอมีข่าวอย่างนี้มาก็ไม่มีที่ไหนเขาจะนิยมชมชอบ ”

 ผู้สื่อข่าวถามว่าจากผลสำรวจงานด้านความมั่นคงดูจะได้คะแนนน้อยที่สุด นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องยอมรับว่ามันก็ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย ช่วงที่สำรวจก็เป็นช่วงที่ประชาชนทุกข์ใจกับหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 เมื่อถามว่าถือว่ารัฐบาลทำงานล้มเหลวใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าหลายเรื่องก็ได้พูดชัดเจนไปแล้วในเรื่องของกรอบเวลาที่จะต้องพิสูจน์การทำงาน ซึ่งมีหลายเรื่องที่มีการประเมินอยู่ตลอดเวลาที่มีปัญหา เช่น ปัญหาในเรื่องภาคใต้ก็มีการประชุมกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องและปรับแผนให้รับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และบางเรื่องรัฐบาลก็ยังไม่มีโอกาสเริ่มต้นในการผลักดันซึ่งเป็นทิศทางของนโยบายใหม่จึงจำเป็นต้องรอในเรื่องของงบประมาณ และเงินที่จะมาใช้ในโครงการซึ่งก็ต้องเข้าใจ แต่ตนก็เข้าใจดีว่าเวลาเกิดเหตุการณ์และปัญหาประชาชนก็ต้องการเห็นการแก้ไขปัญหาโดยเร็วและทันใจมากขึ้นกว่านี้ แต่ตนก็พูดมาตลอดโดยเฉพาะเรื่องของภาคใต้นั้นต้องใช้เวลาและความอดทน ส่วนปัญหาความยุ่งยาก อย่าวโครงการแซกแทรงสินค้าเกษตรเราก็กำลังปรับแนวทางให้เร็วที่สุด

 ผู้สื่อข่าวถามว่ามีประชาชนบางส่วนมองว่ารัฐบาลจะอยู่ไม่ครบ 1 ปี นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ ก็มีคนมองว่าไม่ครบ 3 เดือน ไม่ครบ 6 เดือน ไม่ครบ 1 ปี 2 ปี 3 ปี 4 ปี ก็มองกันได้ทั้งนั้น สำหรับผมเองแล้วผมสนใจว่าผมอยู่แล้วผมทำงาน ถ้าทำงานไม่ได้ก็ไม่อยู่หรอกครับ ”

 เมื่อถามว่าวันนี้พรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาลยังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหาอะไร ยังสามารถพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์และวุฒิสภานั้น เมื่อคืนที่ผ่านมา ( 22 มิ.ย.) ก็ต้องขอบคุณวุฒิสภาที่ได้ลงมติให้ความเห็นชอบ พ.ร.ก.กู้เงิน

 เมื่อถามว่าแต่วุฒิสภาก็ คว่ำร่างพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 ( ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2552 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้เราก็จะเสนอกลับไปยังสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเปิดสมัยประชุมช่วงนิติบัญญัติในเดือน ส.ค. ไม่จำเป็นต้องเปิดสภาสมัยวิสามัญเพื่อเร่งพิจารณา ต่อข้อถามว่าส่งผลให้รัฐบาลเสียรังวัดหรือ ไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็เป็นตัวที่กระตุกให้เราต้องมาดู เพราะประชาชนเดือดร้อนจากราคาน้ำมัน และมีความเข้าใจทั่วกันว่าเกี่ยวข้องกับภาษีซึ่งชี้แจงหลสยครั้งแล้วว่าไม่ใช่ อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องที่เราจะต้องกลับมาทบทวนมาตราการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของน้ำมันว่าจะทำอย่างไรที่จะช่วยประชาชนได้มากขึ้น

ยันพรรคร่วมเชิญไปงาน22มิ.ย.แต่ติดภารกิจ

 นายอภิสิทธิ์  ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม. อีกครั้งถึงกรณีที่พรรคร่วม รัฐบาล ที่ส่วนใหญ่เป็นอดีตสมาชิกบ้านเลขที่ 111 นัดพบและรับประทานร่วมกัน ว่า “ พอดีว่าผม รองฯสุเทพ (เทือกสุบรรณ) และเลขานิพนธ์ (พร้อมพันธุ์) เดินทางไปสิงคโปร์กลับมาไม่ทัน แต่ทราบอยู่แล้ว และได้บอกกับทางเจ้าภาพแล้วว่ามาไม่ทัน ยืนยันว่าเขามีการเชิญไปร่วมงานก่อนที่จะไปสิงคโปร์ ”

“เทพไท ”ปราม “พท.”อย่าเพิ่งหวังชนะทั้งประเทศ

 นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย หลายคนได้วิเคราะห์การเมืองหลังชนะการเลือกตั้งซ่อมที่จ.สกลนครว่า การเมืองจะเปลี่ยนขั้วบ้าง พรรคร่วมรัฐบาลจะถอนตัวบ้าง หรือปล่อยข่าวว่า อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทยจะไหลกลับมารวมตัวอีกครั้งหนึ่งบ้างนั้น ตนเห็นว่า การจะนำเอาผลการเลือกตั้งของจ.สกลนครเพียงแห่งเดียว มาสรุปอธิบายภาพการเมืองทั้งประเทศอาจจะคลาดเคลื่อนได้ เพราะชัยชนะของพรรคเพื่อไทยที่ จ.สกลนครไม่ได้หมายความว่า จะเป็นต้นแบบของการเลือกตั้งทั่วประเทศได้ สถานการณ์และบรรยากาศของการเลือกตั้งซ่อมกับการเลือกตั้งทั่วไปต่างกันโดยสิ้นเชิง กระแสของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยหลงไหลได้ปลื้มว่า จะใช้ได้ในทุกที่นั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้ ถ้าวิเคราะห์ถึงผลการเลือกตั้งที่ จ.สกลนครแล้ว การโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณเป็นแค่ปัจจัยหนึ่งเท่านั้น ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ยังไม่มีใครกล้าเปิดเผยและยอมรับความจริงคือ การใช้เงิน ซึ่งตนก็อยากถามเหมือนกันว่า ที่แกนนำพรรคเพื่อไทยออกมาบอกการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคเพื่อไทยใช้เงินน้อยกว่าทุกครั้งนั้นจริงหรือ

 โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ถ้าดูจากรูปการณ์ของรูปแบบการหาเสียงจะเห็นการทุ่มสรรพกำลัง ของพรรคเพื่อไทยมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะคนอย่างพ.ต.ท.ทักษิณเองก็รู้ว่าผลการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ หากผลออกมาเช่นใด ก็จะมีผลทางจิตวิทยาทางการเมืองต่อคนในภาคอีสาน ไม่เช่นนั้นคงไม่ส่งคนในตระกูลชินวัตร ทั้งตระกูลลงพื้นที่หาเสียงและใช้ทุกวิถีทางเกทับจนหมดหน้าตักสร้างภาพด้วยการตำส้มตำ จิ้มแจ่วกินข้าวกับชาวบ้านทุกวัน ก็ยอมทำ และผลการเลือกตั้งครั้งนี้เข้าใจว่าพรรคเพื่อไทยคงจะใช้ตีบี๊ป ขยายผลตีกินสร้างกระแสข่มขู่ส.ส.พรรคเพื่อไทย ไม่ให้เปลี่ยนใจย้ายพรรคไปสังหกัดพรรคการเมืองอื่น ถ้าหากพรรคเพื่อไทยมั่นใจว่า กระแสของพ.ต.ท.ทักษิณในภาคอีสานดีจริงแล้วเหตุใด ตอนเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ที่หมดสมาชิกภาพช่วงที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคทั้ง 28 เขตจึงแพ้การเลือกตั้งครั้งนั้นไม่เป็นท่า

 นายเทพไท กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยบางคนออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา เนื่องจากเข้าใจว่าพรรคเพื่อไทยมั่นใจในฐานเสียงของตัวเอง จึงเหิมเกริม แสดงความยโสโอหังให้ประชาชนเห็นว่า ถ้ามีการเลือกตั้งใหม่เมื่อไหร่พรรคเพื่อไทยก็จะได้กลับมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลว่า ความจริงแล้วประชาชนคงจำวีรกรรมของคนพรรคไทยรักไทยในอดีตได้ว่า ได้สร้างความเสียหายให้ชาติบ้านเมืองมากน้อยเพียงใด บ้านเมืองที่แตกแยก มีการแบ่งสี แบ่งฝ่ายทุกวันนี้เกิดจากผลงานรัฐบาลชุดใด ภาพเหล่านี้ยังคงหลอกหลอนในใจของคนไทยทั้งชาติ และเชื่อว่า เมื่อมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ ประชาชนคงจะให้บทเรียนกับกลุ่มคนเหล่านี้ เมื่อถึงวันนั้นจะได้เห็นนักการเมืองบางคนนั่งน้ำตาตกในกันบ้าง ขอเตือนไว้ว่าอย่าดูถูกกระแสของประชาชนว่าตนเองจะชักจูงไปทางไหนก็ได้

 โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เพราะการยุบสภานั้นเป็นกระบวนการหนึ่งในระบอบประชาธิปไตยที่นายกฯจะใช้สิทธิตามอำนาจหน้าที่ โดยการคืนอำนาจให้ประชาชน เมื่อถึงเวลาและสถานการณ์ทางการเมืองที่เหมาะสม แต่ในขณะนี้บ้างเมืองยังเกิดความแตกแยกกฏกติการในการเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขรัฐธรมนูญยังไม่แล้วเสร็จ การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลกำลังได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั้งไทยและเทศ ไม่อยากให้การยุบสภาจะเป็นการซ้ำเติมประเทศชาติ และการกู้วิกฤติเศรษฐกิจของชาติต้องหยุดชะงักลง แต่ถ้าทุกอย่างเข้าสู่ภาวะปกติ ทุกฝ่ายพร้อมที่จะพิสูจน์ศรัทธาจากประชาชนแล้ว เชื่อว่านายกฯเองก็พร้อมคืนอำนาจให้ประชาชนได้ตัดสินอนาตคของชาติอีกครั้งหนึ่ง และวันนั้นจะได้พบกันในสนามเลือกตั้งทั่วไป