
มติผลหารือรถไฟเริ่มวิ่ง6โมงเย็น23มิ.ย.
ครม.มอบ "เสธ.หนั่น" เจรจาสหภาพรฟท.คลี่คลายปัญหาหยุดเดินรถไฟ ล่าสุดได้ข้อยุติให้รถไฟเริ่มวิ่งภายใน 6 โมงเย็น 23 มิ.ย. ขณะที่สถานีรถไฟลำปาง-เชียงใหม่เปิดให้บริการขายตํ๋วตามปกติแล้ว อภิสิทธิ์ ยันแผนฟื้นฟูรถไฟไม่ใช่แปรรูป เผย ครม.ตีกลับขึ้นค่าครองชีพ กปน.-
(23มิ.ย.) พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ กล่าวหลังประชุมครม.ว่า ที่ประชุมมอบให้ตนไปร่วมประชุมกับสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อหาทางออกและคลี่คลายสถานการณ์กรณีที่รถไฟหยุดการเดินรถ และหาทางบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน เพราะจากเดิมที่รัฐบาลมีนโยบายโดยสารรถไฟฟรีแต่ต้องมาเสียค่าเดินทาง จึงถือว่าประชาชนได้รับความเดือร้อน ดังนั้นจึงต้องหาทางยุติเพื่อให้ประชาชนมีรถโดยสารโดยเร็ว และอาจเห็นผลใน 2-3 ชม.ก็ได้
โดยตนจะไปร่วมประชุมกับรมว.คมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนแนวทางการแปรรูปของรฟท.ก็เป็นเรื่องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการเอง ในขณะนี้ขอแก้ปัญหาความเดือดร้อนประชาชนก่อน
มติผลหารือรถไฟเริ่มวิ่งภายใน6โมงเย็นนี้
พล.ต.สนั่น เปิดเผยภายหลังเจรจาร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. และสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ สร.กฟผ. ว่า หลังจากพูดคุยเรื่องข้อเรียกร้องของ สร.รฟท.ทั้ง 3 ข้อแล้ว ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกันไว้ด้วย และคาดว่าจะสามารถเปิดเดินรถได้อย่างช้า ภายในเวลา 18.00 น.ที่จะถึงนี้
สำหรับประเด็นข้อเรียกร้องของ สร.รฟท. เกี่ยวกับการยกเลิกแผนปฏิบัติการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการ เพื่อฟื้นฟูฐานะทางการเงินของ รฟท.นั้น ที่ประชุมมอบหมายให้ ฝ่ายผู้บริหารไปหารือกับ สร.รฟท. ถึงรายละเอียด รวมทั้งการจัดตั้งบริษัทลูก และเมื่อมีข้อสรุปให้นำกลับมาเสนอต่อที่ประชุมในครั้งหน้า เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง โดยไม่ได้กำหนดกรอบเวลาเอาไว้ ดังนั้น
ในระหว่างนี้ การจัดตั้งบริษัทลูก เพื่อบริหารโครงการเดินรถแอร์พอร์ต ลิงค์ และบริษัทลูกเพื่อบริหารทรัพย์สิน คงต้องหยุดไว้ก่อน เพื่อรอผลการเจรจาระหว่างบอร์ดกับสหภาพฯ
ส่วนข้อเรียกร้องให้อธิบดีกรมที่ดินใช้อำนาจตามมาตรา 61 ของพระราชบัญญัติที่ดิน เพิกถอนสิทธิ์การครอบครองที่ดินของ รฟท. บริเวณเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ จากนายชัย และนางกรุณา ชิดชอบ ให้กลับมาเป็นของ รฟท.โดยทันทีนั้น พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จึงขอให้เป็นไปตามกระบวนการ และข้อเรียกร้องข้อ 3 ที่ สร.รฟท. ขอมีส่วนร่วมในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทุกขั้นตอน ที่ประชุมไม่ขัดข้อง
หลังจากนี้ นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธาน สร.รฟท. จะไปทำความเข้าใจกับพนักงานและเปิดเดินรถได้อย่างช้า ในเวลา 18.00 น.วันนี้ แต่อาจจะไม่ทุกขบวน โดยนายสาวิทย์ กล่าวว่า สามารถเรียกพนักงานที่หยุดไป กลับมาทำงานได้ แต่คงไม่เต็ม 100 % พร้อมยืนยันการดำเนินการของพนักงาน เพื่อต่อสู้กระบวนการแปรรูปรัฐวิสาหกิจในทุกวิธีทาง และการดำเนินการต่อจากนี้ จะต้องได้ข้อสรุปให้ได้ผลเร็วที่สุด
ด้านนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า การที่ต้องชะลอขั้นตอนการจัดตั้งบริษัทลูกของการรถไฟฯ จะมีผลกระทบต่อโครงการแอร์พอร์ตลิงค์แน่นอน เพราะโครงการใกล้จะแล้วเสร็จ จำเป็นต้องหาผู้บริหารการเดินรถ เพราะโดยศักยภาพของ รฟท.ไม่สามารถดำเนินการได้ ถึงอย่างไรก็จำเป็นต้องจัดตั้งบริษัทลูกขึ้นมาบริหาร และคิดว่าการเจรจาระหว่างบอร์ดกับสหภาพฯ ไม่ควรใช้เวลาเกิน 2 สัปดาห์ เพราะถ้ายิ่งช้าจะยิ่งกระทบต่อ รฟท.และยืนยันถ้า รฟท.ไม่ฟื้นฟูคงไปไม่รอด เพราะปัจจุบันมีหนี้สินจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ รถไฟสายสั้นเส้นทางวงเวียนใหญ่-มหาชัย-แม่กลอง เริ่มให้บริการเดินรถแล้ว สำหรับมูลค่าความเสียหายจากการหยุดเดินรถ นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เสียหายกว่า 16 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นความเสียหายจากค่าขนส่งสินค้ากว่า 6 ล้านบาท และค่าเสียหายจากการขนส่งผู้โดยสารเกือบ 10 ล้านบาท
สถานีรถไฟลำปางประกาศขายตํ๋วตามปกติแล้ว
เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 23 มิ.ย.นายพนัส มงคลฤทธิ์ นายสถานีรถไฟนครลำปาง ได้ให้เจ้าหน้าที่ประกาศเสียงตามสายที่ติดตั้งบริเวณด้านหน้าสถานีรถไฟนครลำปาง เพื่อให้ประชาชนชาวลำปางทราบว่าทางสถานีรถไฟนครลำปาง ได้รับแจ้งจากการรถไฟแห่งประเทศไทยว่าให้สถานีรถไฟนครลำปาง เปิดจำหน่ายตั๋วรถไฟตามปกติ หลังจากมีการงดจำหน่ายตั๋วและหยุดเดินรถตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย.2552 ที่ผ่านมา ซึ่งทางสถานีรถไฟนครลำปาง ได้ทำการปลดป้ายหยุดจำหน่ายตั๋วรถไฟออก และเจ้าหน้าที่มาประจำจุดจำหน่ายตั๋วรถไฟ ได้ตามปกติ
สำหรับขบวนรถไฟขบวนแรกที่จะมาแวะรับผู้โดยสารที่จังหวัดลำปาง ได้แก่ ขบวนรถไฟด่วนธรรมดา ซึ่งจะออกจากต้นทาง จ.เชียงใหม่มาถึง จ.ลำปาง เวลาประมาณ 18.00 น. และจะช้ากว่าปกติ เวลา 17.00 น. เนื่องจากต้นทางจะต้องเตรียมเจ้าหน้าที่และหัวรถจักร หลังการรถไฟแห่งประเทศไทย เจรจากับทางรัฐบาล ได้ข้อยุติการหยุดเดินรถ จึงเกิดความล่าช้า
ประกอบกับต้องเตรียมการการวิ่งของรถไฟ อีก 3 ขบวน ที่จะวิ่งมารับผู้โดยสารในช่วงคืนนี้ คือ ขบวนด่วนนครพิงค์ ด่วนพิเศษ และสปรินเตอร์ จะมีการวิ่งตามปกติเช่นกัน โดยทุกขบวนมุ่งหน้าสู่ปลายทางกรุงเทพมหานคร ซึ่งประชาชน ชาวลำปางสามารถซื้อตั๋วรถไฟได้ตามปกติ
รถไฟขบวนแรกเชียงใหม่-กรุงเทพฯ18.00น.
นายวีระศักดิ์ ขวัญยืน นายสถานีรถไฟจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานีรถไฟจังหวัดเชียงใหม่ได้รับการประสานงานจากสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้เปิดเดินรถได้ตามปกติแล้วในเวลา 18.00 น. วันนี้ (23 มิ.ย.) เนื่องจากผลการเจรจาทั้งสองฝ่ายเป็นที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตาม ต้องรอหลักฐานรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรจากสร.รฟท.ให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่งจึงจะสามารถเปิดเดินรถได้
ทั้งนี้ ในส่วนของสถานีรถไฟจังหวัดเชียงใหม่เองก็มีการเตรียมความพร้อมของพนักงานขับรถ รถไฟ และพนักงานขายตั๋วเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีการออกเสียงตามสายแจ้งให้ประชาชนได้รับทราบ โดยรถไฟที่จะให้บริการขบวนแรกจะเริ่มในเวลา 17.55 น. เชียงใหม่-กรุงเทพฯ และเที่ยวต่อไปเป็นขบวนที่ 10 ในเวลา 21.00 น.
"ตอนนี้ประชาชนยังไม่ทราบข่าวว่ามีการเปิดให้เดินรถตามปกติแล้วบรรยากาศยังไม่คึกคักมากนัก แต่เมื่อมีประชาชนมาก็แจ้งให้ทราบข่าวว่ามีการเดินรถตามปกติแล้ว" นายวีระศักดิ์ กล่าว
สหภาพแรงงานโคราชพร้อมเปิดเดินรถ
เมื่อเวลา 15.30 น. ภายหลังจากที่มีข่าวว่า พล.ต.สนั่น ซึ่งเป็นประธานการประชุมร่วมของบอร์ดผู้บริหาร รฟท.กับสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติให้คณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทยหรือบอร์ด รฟท.ไปเจรจากับสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทยตามข้อเรียกร้อง 3 ข้อ และให้เสนอกลับคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง โดยไม่ได้กำหนดระยะเวลาแต่อย่างใดและได้มีการลงนามข้อตกลงร่วมกันที่จะเปิดให้การตามปกติเวลา 18.00 น.วันที่ 23 มิถุนายนนั้น
บรรยากาศที่สถานีรถไฟนครราชสีมา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ยังคงเงียบเหงา ไม่มีผู้โดยสารมารอขึ้นรถไฟ ทั้งนี้เนื่องจากว่าประชาชนยังคงไม่แน่ใจกับกระแสข่าวที่ออกมา ว่าจะมีการเปิดเดินรถจริงหรือไม่ ทั้งนี้คาดว่าภายหลังจากที่มีประกาศแถลงของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย ออกมาอย่างชัดเจน ว่าจะเปิดเดินรถตามปกติ ประชาชนก็น่าจะกลับมาใช้บริการรถไฟตามปกติเช่นเดียวกัน
นายสมศักดิ์ เตียนพลกรัง นายสถานีรถไฟนครราชสีมา กล่าวว่า จนถึงขณะนี้แม้ว่าจะมีกระแสข่าวออกมาทางสื่อต่างๆว่า ทางสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย จะยุติการประท้วงหยุดงาน และกลับเข้าทำงานตามปกติ ซึ่งจะทำให้รถไฟทุกขบวนสามารถให้บริการได้ในเวลา 18.00 น. วันนี้ ( 23 มิ.ย.52 ) ก็ตาม แต่ยังไม่มีการติดต่อหรือคำสั่งใดๆออกมาอย่างเป็นทางการ
ดังนั้นก็ยังไม่เป็นที่รู้แน่ว่าการรถไฟจะเปิดให้บริการได้จริงหรือไม่ แต่ทั้งนี้ในส่วนของสถานีรถไฟนครราชสีมา หากมีคำสั่งให้เตรียมพร้อมและข้อมูลยืนยันว่าจะมีการเปิดเดินขบวนรถออกมาอย่างเป็นทางการ ทางสถานีก็พร้อมจะเปิดให้บริการทุกเมื่อ และยังได้เตรียมพร้อมประชาสัมพันธ์ผ่านเครื่องขยายเสียงให้แก่พี่น้องประชาชนได้รับทราบอีกด้วย
ขณะเดียวกันที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย สาขาจังหวัดนครราชสีมา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา บรรดาสมาชิกของสหภาพฯ ที่นัดหยุดงานประท้วงรัฐบาล ต่างก็เดินทางมารวมตัวกันเพื่อปรึกษาหารือถึงมาตรการดำเนินการ และรับฟังข่าวสารจากทางส่วนกลางผ่านทางสื่อโทรทัศน์และวิทยุอย่างใกล้ชิด
นายสาธร สินปรุ ประธานสหภาพฯ กล่าวว่า หากทางสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย ส่วนกลางมีคำแถลงออกมาอย่างเป็นทางการว่าจะหยุดการประท้วงและให้สมาชิกทุกคนกลับเข้าทำหน้าที่เหมือนเดิม ก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามมติ แต่ทั้งนี้การแถลงการณ์ต้องมีนายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นผู้แถลงด้วยตนเองเท่านั้น ซึ่งหากว่ามีการแถลงออกมาอย่างเป็นทางการ ก็จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการเตรียมพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ
“อภิสิทธิ์ ”ยันแผนฟื้นฟูการรถไฟไม่ใช่การแปรรูป
เมื่อเวลา 13.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ปัญหาการหยุดเดินรถไฟ ว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องหลายคนไปพูดคุยทำความเข้าใจ สิ่งแรกก็คือมติ ครม.ในเรื่องของการฟื้นฟูกิจการนั้น มีหลักการเพียงแค่เป็นการแยกกิจการของการรถไฟ เพื่อประสิทธิภาพในการบริหารมาเป็น 3 ส่วน โดยส่วนเดิมคือการดูแล บำรุงรักษาระบบราง การวิ่งรถ การบริหารทรัพย์สินของการรถไฟ ไม่ได้มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการแปรรูปใดใดทั้งสิ้น
เพราะทั้ง 3 ส่วนนั้นยังเป็นเรื่องที่การรถไฟดูแลอยู่ เพียงแต่แยกการบริหารจัดการออกจากกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ส่วนประเด็นที่บอกว่าประเด็นนี้ยังไม่ผ่านการหารือกับทางสหภาพแรงงานการรถไฟนั้น พบว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ประกอบกับทางสหภาพฯก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน จึงมีการทักท้วงมา ความจริงยังไม่มีอะไร มติ ครม.ที่ให้ความเห็นชอบไปนั้นเป็นเพียงหลักการที่ยังไม่มีการปฏิบัติ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลยินดีที่จะให้ตัวแทนของสหภาพฯมาพูดคุยกันเกี่ยวกับมติ ครม.นี้ มีข้อท้วงติงอะไรก็สามารถเสนอกลับมาที่ ครม.ได้ แต่ขณะนี้อยากให้เร่งเปิดการบริการให้ประชาชนโดยเร็ว ซึ่งที่ผ่านมาการบรรเทาความเดือดร้อนได้รับความร่วมมือจาก ขสมก. และ บขส. ส่วนที่ว่ารัฐบาลจะยอมให้สหภาพฯกดดันอย่างนี้ต่อไปหรือไม่ นั้นไม่ใช่เรื่องยอมหรือไม่ยอม แต่อยากให้เกิดความเข้าใจตรงกัน และเร่งเปิดบริการให้กับประชาชน
เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่ามีการเปิดช่องให้มีการหาประโยชน์จากการฟื้นฟูกิจการครั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังมองเห็นไม่ชัดเจน และที่มีการพูดไปถึงว่าเป็นการแปรรูปนั้นก็ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของมติ ครม.
เมื่อถามย้ำว่ารัฐบาลจะมีแนวทางการชี้แจงกับประชาชนอย่างไร เพราะมีการเชื่อมโยงว่าจะมีการแปรรูป นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ มันไม่ได้เป็นการแปรรูป เพราะฉะนั้นจึงไม่ต้องไปกังวลว่าจะแปรรูปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น เพราะไม่ได้เป็นการแปรรูป แต่เป็นการแยกการบริหารจัดการออกเป็น 3 ส่วน ซึ่งเป็นมติ ครม. ”
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังเจรจาให้จบ เพราะต้องการให้การหยุดงานยุติ และประชาชนเดือดร้อน ซึ่งรัฐบาลได้บรรเทาความเดือดร้อนแล้ว ตนขอย้ำว่าประเด็นปัญหาอะไรที่เป็นข้อร้องเรียน หรือความเดือดร้อน สามารถมาพูดคุยและพิจารณาร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ ไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องใช้วิธีการหยุดงานประท้วง วันนี้จะพยายามเจรจาให้เกิดความเรียบร้อย
เมื่อถามว่ามีอะไรเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งที่เขาท้วงติงและห่วงใย มันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาเข้าใจ เพราะทางสหภาพฯเข้าใจว่าจะให้เอกชนเข้ามาดำเนินการ ทั้งนี้ตนได้มอบหมายให้ดำเนินการพูดคุย เจรจากัน ซึ่งทาง พล.ต.สนั่นได้รายงานในเบื้องต้นว่าการเจรจาน่าจะไปในทิศทางที่ดี
เมื่อถามว่าทางสหภาพฯต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนที่มีการดำเนินการโครงการฟื้นฟู นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่มีปัญหา แต่บังเอิญว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงทั้งในส่วนของรัฐบาลและสหภาพฯ ซึ่งก่อนนำเรื่องเข้าสู่ ครม. ได้ผ่านขั้นตอนเหล่านั้นมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ถ้าจะเสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงก็ไม่มีปัญหา ถ้ามีการพูดคุยกันได้ และขณะนี้มติ ครม.ยังไม่มีการปฏิบัติ และในชั้นนี้เห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนแปลงมติ ครม.
ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้มีประชาชนบางส่วนจะดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลปกครองว่าการออกมติ ครม.ดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่มีการทำประชาพิจารณ์มาก่อน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้มีการพูดคุยกันมาก่อนหน้านี้ และถือว่าเป็นการปรับระบบการบริหารจัดการภายใน
เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่ามั่นใจว่าการดำเนินการพิจารณาแผนฟื้นฟูการรถไฟครั้งเป็นเป็นไปตามขั้นตอนและกระบวนการของกฎหมาย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้มีการดำเนินการกันมาก่อนหน้านี้ แต่ระยะหลังมีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของสหภาพ ดังนั้นหากคิดว่าจำเป็นต้องมีการพูดคุยกันเพิ่มเติมก็ไม่มีปัญหา เพียงแต่ตนได้ย้ำว่าประเด็นที่มีการคัดค้านนั้นไม่ได้ตรงกับมติ ครม. ที่ได้ให้ความเห็นชอบไป เพราะในการคัดค้านไปมุ่งประเด็นว่ากำลังเตรียมการให้บริษัทเอกชนเข้ามาบริหารจัดการเพื่อแสงวงหาผลประโยชน์ ในเมื่อมติ ครม.ไม่ได้พูดถึงภาคเอกชน และบอกชัดเจนว่าการรถไฟจะเป็นผู้ดูแลกิจการรถไฟต่อไป จึงไม่น่าเป็นประเด็นที่มีปัญหาระหว่างกัน
เมื่อถามว่ามีการเกรงว่าเอกชนจะเข้ามาฮุบกิจการรถไฟ รัฐบาลจะให้หลักประกันในเรื่องนี้ได้อย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในชั้นนี้ ครม.มีมติชัดเจนว่าให้ดำเนินการในลักษณะนี้ ถ้าจะกลัวก็กลัวได้ตั้งแต่ก่อนมีมติ ครม.แล้ว มันไม่ได้เกี่ยวกัน ขณะนี้ปรับรูปแบบการบริหารจัดการ ถ้ารัฐบาลคิดว่าจะให้เอกชนเข้ามาบริหารจัดการ ก็อาจจะเสนอเป็นการแปรรูป แต่เราไม่ได้เสนอเรื่องการแปรรูป แต่เราเห็นว่ากิจการ 3 ส่วนนี้ควรจะต้องแยกมาบริหาร และเรามีเป้าหมายเพื่อลดการขาดทุนของการรถไฟ
เผย ครม.ตีกลับขึ้นค่าครองชีพ กปน.-กฟน.
นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาจ่ายเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวให้แก่พนักงานรัฐวิสาหกิจ 2 แห่ง คือ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการประปานครหลวง (กปน.)ทุกคน ในอัตรา 2 พันบาทต่อเดือน ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องนี้และมีความเห็นว่าการช่วยเหลือค่าครองชีพน่าจะเป็นกรณีที่ช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้ หรือเงินเดือนน้อย ไม่น่าจะเป็นการเพิ่มเงินให้กับทุกคน และมาตรการลักษณะนี้ควรจะเป็นมาตรการชั่วคราว จึงต้องมีการกำหนดกรอบเวลา ที่ประชุม ครม.จึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบรัฐวิสาหกิจทั้ง 2 แห่งนี้ ไปพูดคุยเพื่อกำหนดกรอบอีกครั้งหนึ่ง
เมื่อถามว่าจะใช้หลักเกณฑ์เดียวกับที่ ครม.เคยกำหนดว่าจะให้เฉพาะคนที่มีเงินเดือนเกิน 1.5 หมื่นบาทหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จำนวนเงิน 1.5 หมื่นบาท ก็เป็นกรอบที่สามารถนำไปใช้ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลมีแนวทางในการดำเนินการอย่างไรกับรัฐวิสาหกิจอื่นๆ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อเข้าใจหลักการตรงกันอย่างนี้ กรณีรัฐวิสาหกิจที่เสนอเรื่องมาและยังค้างอยู่ก็ให้ใช้หลักเกณฑ์และแนวทางเดียวกันทุกรัฐวิสาหกิจ ซึ่งคาดว่าเรื่องนี้คงไม่ล่าช้า
สังศิตจี้ทุกฝ่ายหาทางออกวิกฤตรัฐวิสาหกิจ
รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานและผู้อำนวยการโครงการปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาธรรมาภิบาล มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจำเป็นที่จะต้องกลับมาพิจารณา และให้ความสำคัญในเรื่องการปรับปรุงและพัฒนารัฐวิสาหกิจไทยในรูปแบบที่ได้รับการยอมรับกับทุกภาคส่วนอย่างจริงจังและชัดเจน ไม่เช่นนั้นจะเห็นการประท้วงหยุดให้บริการของพนักงานรัฐวิสาหกิจอยู่เรื่อยๆ เช่นเดียวกับการหยุดให้บริการเดินรถของพนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ในขณะนี้ ซึ่งถือป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก
“ถึงตอนนี้รัฐบาลคงต้องมาดูเรื่องนี้อย่างจริงจังเสียที เพื่อหาทางออกที่ชัดเจนว่าจะดำเนินการเกี่ยวกับการปรับปรุงหรือพัฒนาหน่วยงานรัฐวิสาหกิจอย่างไรให้เกิดการยอมรับ ทั้งตัวรัฐบาลเอง พนักงานที่ให้บริการ รวมถึงประชาชนที่รับบริการ โดยเฉพาะสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ขึ้นซ้ำอีก เพราะการหยุดงานของรัฐวิสาหกิจโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการประชาชนจะก่อให้เกิดความเดือดร้อน และผลเสียหายต่อเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” รศ.ดร.สังศิต กล่าว
อย่างไรก็ตามถึงแม้รัฐบาลจะไม่มีนโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ แต่รัฐวิสาหกิจไทยก็จำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เพื่อให้มีศักยภาพเพียงพอที่จะสามารถแข่งขันได้ด้วยตัวเอง เป็นการลดภาระของภาครัฐที่จะต้องนำรายได้มาสนับสนุนค่าใช้จ่าย แต่ที่ผ่านมาการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจไทยจำนวนมากยังประสบปัญหาขาดทุน ไม่สามารถส่งรายได้ให้กับภาครัฐได้เต็มที่ ขณะเดียวกันการบริการประชาชนก็ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
ประธานและผู้อำนวยการโครงการปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาธรรมาภิบาล มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ ตนและนักศึกษาปริญญาเอกของโครงการฯ ได้เข้ายื่นสมุดปกขาวเรื่อง “การพัฒนาและการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการพัฒนารัฐวิสาหกิจด้วยหลักธรรมาภิบาล” ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งจะเป็นทางออกในการแก้ปัญหาครั้งนี้ โดยในเนื้อหาจะประกอบไปด้วยการกำหนดรูปแบบและขั้นตอนการพัฒนา การดำเนินงาน รวมถึงการทำให้เกิดการมีส่วนร่วมของผู้ที่เกี่ยวข้องให้มากที่สุด เพื่อให้การพัฒนาเกิดประโยชน์ต่อประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ
“รัฐบาลจะต้องมีจุดยืนเพื่อรักษาประโยชน์ของชาติ อยากให้รัฐบาลหันมาพิจารณาอย่างจริงจัง โดยอาจใช้แนวทางที่อยู่ในสมุดปกขาวที่ได้ยื่นไปมาดำเนินการโดยเร่งด่วน ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถชี้ทางออกในเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน” ประธานและผู้อำนวยการโครงการปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาธรรมาภิบาล มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม กล่าว
ม็อบสหภาพกฟน.บุกมท.เตรียมเจรจา"บุญจง"พรุ่งนี้
เมื่อเวลา 12.30 น. นายเพียร ยงหนู ประธานสหภาพแรงงานการไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) พร้อมทั้งกลุ่มตัวแทนสหภาพแรงงานกฟน.ประมาณ 200 คน ได้มาปักหลักที่ด้านหน้ากระทรวงมหาดไทย โดยนายเพียร และตัวแทน ได้เข้าพบกับนายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อธิบดีกรมการปกครอง ในฐานะประธานกรรมการไฟฟ้านครหลวง
จากนั้น นายเพียร ได้นำผลการหารือแจ้งที่ผู้ชุมนุมว่า ที่ประชุมเห็นด้วย ตามข้อเสนอเพื่อแก้ไขปัญหาของกฟน. ไม่ว่าจะเป็นปัญหาคุณภาพของอุปกรณ์ชุดดรอฟฟิวส์ ซึ่งเห็นว่า อาจเกิดความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อ ขณะที่การจ่ายครองชีพชั่วคราวนั้น ได้รับแจ้งว่า ครม.เห็นชอบ แต่มีเงื่อนไข โดยมอบหมายให้ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย เจรจากับทางสหภาพฯ ในรายละเอียด ถึงความเหมาะสมในการจ่ายเงิน โดยในวันที่ 24 มิ.ย.นี้ เขาและตัวแทนสหภาพฯ ประมาณ 15 คน จะเข้าพบ นายบุญจง เวลาประมาณ 13.00 น.ที่กระทรวงมหาดไทย
ส่วนที่มีข่าวว่า สหภาพฯ เรียกร้องให้รัฐบาลต้องจ่ายค่าครองชีพจำนวน 2,000 บาท ไม่เช่นนั้นจะมีการเคลื่อนไหวนั้น ไม่เป็นความจริง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องเก่าที่เคยตกลง กฟน.แค่ขอว่าให้จ่ายให้กับพนักงานทุกคน ส่วนจำเป็นจำนวนเท่าใดนั้นไม่เคยเรียกร้อง แม้ให้แค่เดือนเดียวก็พอใจแล้ว ซึ่งปีนี้ กฟน. ได้ผลกำไรกว่า 7,000 ล้านบาท เงินค่าครองชีพชั่วคราว ก็มาจากผลกำไรของ กฟน. ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเงินงบประมาณของรัฐบาล หน่วยงานอื่นที่เรียกร้องก็ต้องดูด้วยว่าหน่วงงานนั้นมีผลประกอบการที่เป็นผลกำไรหรือไม่
“เชื่อว่า เป็นเกมการเมือง เนื่องจากโครงการดังกล่าว กระทรวงมหาดไทย เป็นผู้เสนอเข้า ครม.แต่กระทรวงการคลัง เป็นผู้คัดค้าน หากโครงการใดเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ควรที่สนับสนุน ไม่ใช่ออกมาคัดค้าน เพราะตัวเองไม่ได้เสนอ” นายเพียรกล่าว
เมื่อถามว่า ที่มีข่าวว่า หาก กฟน. ไม่ได้รับค่าครองชีพชั่วคราวจะเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มเสื้อแดง เพื่อกดดันรัฐบาลนั้น นายเพียร กล่าวยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เราไม่เคยเข้าข้างฝ่ายใดไม่ว่าจะเป็นเสื้อเหลืองหรือเสื้อแดง แต่ถ้ารัฐบาลบีบคั้นกันมากเกินไปก็ไม่แน่
พท.จวกรัฐบาลงุบงิบทำแผนฟื้นฟูฐานะรฟท.
นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่สหภาพการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ประท้วงหยุดงานคัดค้านมติ ครม.เกี่ยวกับแผนการพื้นฟูฐานะทางการเงินของการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)และการจัดตั้งบริษัทลูก 2 บริษัท คือ บริษัทเดินรถ จำกัด และบริษัทบริหารทรัพย์สินว่าเป็นเรื่องที่น่าตกใจที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ส่วนตัวไม่ทราบว่ารัฐบาลกำลังทำอะไร เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีการแถลงข่าวใดใดออกมาเลยเกี่ยวกับแผนปรับปรุงฟื้นฟู และไม่เข้าใจว่าเหตุใดถึงมีการตั้งบริษัทลูกของการรถไฟฯ 2 บริษัท ทั้งที่ รฟท.มีปัญหาการเงินและหนี้สิน ซึ่งการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล ต้องทำแบบมืออาชีพ ไม่ใช่วันดีคืนดี ก็ออกมาเป็นมติ ครม.เพราะตรงนี้เป็นจุดที่ทำให้คนเกิดความสงสัยอย่างมาก ดังนั้น รัฐบาลต้องรีบชี้แจงถึงเจตนา ความตั้งใจการไปปรับปรุงโครงสร้างการฟื้นฟูว่าเป็นอย่างไร โดยเฉพาะการแก้ไขในส่วนการให้บริการ และหนี้สิน ถ้าสามารถบอกแนวทางที่จะทำให้สหภาพและประชาชนดีขึ้นอย่างไรแล้ว ก็เชื่อว่าทางสหภาพฯจะเข้าใจ
เมื่อถามว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นในการแปรรูป รฟท.หรือไม่ นายปานปรีย์ กล่าวว่า ต้องดูทั้งระบบโดยเฉพาะเกี่ยวข้องกับสาธารณูปโภคที่ให้บริการประชาชน และมีการผูกขาดชัดเจน ถ้าแปรรูปไม่ดี ก็อาจเกิดความเสียหายได้ จึงอยากเห็นแผนการใหญ่ของรัฐบาลที่จะใช้กับรัฐวิสาหกกิจที่ขาดทุนว่าจะ แก้ไขปัญหาอย่างไร ทั้งนี้ ในการเจตนาฟื้นฟูของรัฐบาลเป็นเจตนาที่ดี แต่วิธีการไม่ดี ซึ่งไม่ชัดเจนว่ากำลังทำอะไรเพราะทุกอย่างจะต้องทำให้โปร่งใส อธิบายได้และเป็นที่ยอมรับด้วย
ขณะเดียวกันยังมีผู้โดยสารบางส่วนปักหลักรอจนกว่า รฟท.จะมีคำสั่งให้เปิดใช้บริการอีกครั้ง เนื่องจากคนเหล่านี้มีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด ไม่มีญาติพี่น้องในกรุงเทพฯจึงไม่สะดวกที่จะหาที่พัก จึงปักหลักนอนภายในสถานีรถไฟแห่งนี้
นายไพรัตน์ โชคอนันต์ชัย อายุ 42 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป หนึ่งในผู้โดยสารที่ติดค้างอยู่ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง เปิดเผยว่า เข้ามาทำงานก่อสร้างในกรุงเทพฯ แต่ต้องการจะเดินทางกลับบ้านตั้งแต่เมื่อวานนี้ เมื่อมาถึงพบว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีการจำหน่ายตั๋วเดินทาง โดยแจ้งให้ทราบว่า รถไฟได้หยุดให้บริการ ตนจึงไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน เพราะไม่มีญาติพี่น้องในกรุงเทพฯต้องอาศัยนอนพักในหัวลำโพง ประกอบกับเงินที่ได้จากการทำงานมีไม่มากนัก คงต้องรอจนกว่ารถไฟจะเปิดให้บริการอีกครั้ง
ขณะที่คุณยายวัย 72 ไม่ขอเปิดเผยชื่อนามสกุลจริง กล่าวว่า ปัญหาเหล่านี้ค่อนข้างสร้างความเดือดร้อนให้ตนและผู้ต้องการเดินทางด้วยรถไฟอีกจำนวนมาก จึงไม่เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบไม่ทราบหรืออย่างไรว่า หากทำแบบนี้จะเกิดผลกระทบมหาศาล ผู้โดยสารบางคนมีความจำเป็นต้องใช้บริการทางรถไฟ เนื่องจากค่าโดยสารราคาถูก จะให้ไปนั่งเครื่องบินคงไม่ไหว และหากกลับบ้านจริงๆ คงต้องหาทางไปหมอชิตเพื่อนั่งรถทัวร์กลับ
“อุตส่าห์มาขึ้นรถไฟที่หัวลำโพง แต่มาถึงก็ไปไหนไม่ได้ ข้าวของที่แบกมาก็เยอะแยะ ถ้าจะให้ไปขึ้นรถที่หมอชิตคงต้องนั่งแท็กซี่ไป ค่าโดยสารก็หลายบาท ไม่อยากเจียดเงินไปจ่ายเพราะยายไม่ได้ร่ำรวยอะไร ต้องนอนรอที่นี่ไปก่อนสักพัก ถ้ายังไม่มีอะไรดีขึ้น ต้องตัดสินใจกันใหม่อีกที“ คุณยายวัย 72 กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะนี้ยังคงมีผู้โดยสารกว่า 100 คนปักหลักนั่งรอความหวังว่า รฟท.จะเปิดให้บริการเร็ววันนี้ ขณะเดียวกันยังมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอีกจำนวนหนึ่งทยอยเดินทางมาซื้อตั๋วเดินทาง แต่กลับต้องผิดหวัง และไม่เข้าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นายศิริชัย ไม้งาม ประธานสหภาพแรงงานฯการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และแกนนำพันธมิตรฯรุ่นที่ 2 กล่าวว่า การหยุดเดินรถโดนประชาชนและรัฐบาลโจมตี ทั้งๆ ที่เป็นการปกป้องผลประโยชน์ของชาติและประชาชนเพราะการปรับปรุงประสิทธิภาพการรถไฟฯนั้นไม่ควรมีการตั้งบริษัทลูกเข้ามาหาประโยชน์ และปรากฏการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลนั้น สอดคล้องกับระบบทุนและผลประโยชน์ เช่นรถเมล์เอ็นจีวี รวมทั้งนโยบายแปรรูปรถไฟฯ มันชัดว่ามีผลประโยชน์เกิดขึ้นและมีความสงสัยตามมา
เมื่อถามว่า รถไฟจะให้บริการประชาชนเมื่อใด นายศิริชัยกล่าวว่า รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต้องเร่งเจรจากับสหภาพฯโดยเร็วที่สุด
ถามว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้มีข้อสังเกตว่า สหภาพฯและพันธมิตรฯเคลื่อนไหวครั้งนี้เพื่อโจมตีพรรคภูมิใจไทยที่ดูแลกระทรวงคมนาคม นายศิริชัยกล่าวว่า ไม่ใช่ รัฐบาลทำตัวเอง เพราะสหภาพฯคัดค้านมติครม.เรื่องนี้และคัดค้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจมานานแล้ว
“นโยบายที่พรรคภูมิใจไทยดูแลนั้นมันเป็นการหาผลประโยชน์ เพราะการกำกับกระทรวงคมนาคมช่วงที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯเป็นรมว.คมนาคมนั้นจะมีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจก็โดนคัดค้าน เรื่องนี้ไม่ใช่การตั้งแง่กับพรรคนั้นพรรคนี้”นายศิริชัยกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีวิธีอื่น ๆ ที่จะประท้วงรัฐบาลนอกจากการหยุดเดินรถหรือไม่ นายศิริชัย กล่าวว่า ไม่มีเงื่อนไขและเครื่องมืออื่นและสหภาพแรงงานต่าง ๆ ทั่วโลก็ใช้วิธีหยุดงานกันทั้งนั้น การดำเนินการครั้งนี้สหภาพฯดำเนินการเพื่อประชาชนและคนจน
ต่อข้อถามที่ว่า หากเกิดการเจรจากับรัฐบาลเชื่อว่ารัฐบาลจะดำเนินการตามข้อเรียกร้องของสหภาพฯหรือไม่ นายศิริชัย กล่าวว่า การรถไฟฯใช้ไม้แข็งแล้ว หากใช้ไม้อ่อนรัฐบาลก็ไม่ยอม
เมื่อถามว่าสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจอื่นๆจะมาร่วมชุมชุมคัดค้านการแปรรูปการรถไฟฯหรือไม่ นายศิริชัย กล่าวว่า ยังไม่มีมาตรการเสริม แต่สหภาพอื่น ๆ ก็ให้กำลังใจกันและกัน
น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. กล่าวกรณีสหภาพการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) นัดหยุดวิ่งรถเพื่อคัดค้านการแปรรูปการรถไฟฯว่า เรื่องนี้รัฐบาลอาจต้องการแปรรูปการรถไฟ แต่ทางสหภาพฯมีบทเรียนจากการแปรรูป กฟผ.มาแล้ว ซึ่งเขาจะไม่ใช้วิธีการออกพระราชกฤษฎีกาแปรรูปตามพ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ แต่ใช้วิธีการตั้งเป็นบริษัทก่อน ให้รัฐถือหุ้นใหญ่ 100% ซึ่งตนมองว่าเป็นการแต่งตัวแล้ว พร้อมเปิดประตูเมื่อไหร่ก็ออกไปได้เลย เมื่อนั้นจะคัดค้านก็ลำบาก ซึ่งการที่สหภาพฯค้านแต่ต้นเพราะกลัวจะเป็นอย่างนั้น ซึ่งตนมองว่ารัฐบาลต้องลงมาคุยเลยว่าทรัพย์สมบัติที่มีอยู่ จะปรับอย่างไรให้เกิดดอกออกผล
เมื่อถามว่าการหยุดวิ่งรถทั่วประเทศสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนทั่วประเทศ น.ส.รสนากล่าวว่า เรื่องนี้ก็ถูก แต่ต้องมองว่ารัฐบาลเองไม่เปิดโอกาสให้มีการทำประชาพิจารณ์ ทำให้สหภาพฯเกิดความไม่ไว้วางใจ ในสภาวะที่รัฐบาลกู้เงินมากขณะนี้ อาจส่งผลให้รัฐบาลตัดสินใจขายทรัพย์สิน และยังมีอีกหลายโครงการที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลอยากจะผ่องถ่ายทรัพย์สิน สร้างกำไรให้เอกชนอย่างโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคัน
ต่อข้อถามที่ว่าสหภาพฯเองก็ไม่มีการปรับปรุงการทำงานของตัวเองน.ส.รสนากล่าวว่า ยอมร



