
'เฉลิม'ยันไม่เอานายกฯม.7
16 มี.ค. 2557
"เฉลิม"เตือน7องค์กรเสนอนายกฯม.7เดือดร้อนแน่กระทบความเชื่อถือเรื่องการพิจารณาคดีลั่นไม่มีถอยเดินหน้าเลือกตั้งอย่างเดียวยันไม่เสียหน้าศาลแพ่งคุ้มครอง"สาธิต เซกัล"
วันที่ 16 มี.ค.57 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กล่าวถึงกรณี 7 องค์กรอิสระจะแถลงเป็นตัวกลางและเสนอโรดแม็พเพื่อหาทางออกประเทศในวันที่ 17 มี.ค. ว่า ตนมองในแง่ดีว่าอาจจะเจตนาดี หากคิดดีไม่เป็นไร แต่จริงๆ ไม่ใช่หน้าที่ และไม่มีหน้าที่ ซึ่งใน 7 องค์กรอิสระคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ไม่มีใครเชื่อถือควรมองดูตัวเองเพราะไม่มีเครดิต ส่วนผู้ตรวจการแผ่นดินหากมีการปฏิรูปต้องยกเลิกองค์กรนี้ เพราะเปลืองเงินเดือนไม่มีประโยชน์อะไรต่อบ้านเมืองเลย ส่วนที่อ้างว่าอัยการเข้าร่วมประชุมนั้น เป็นอัยการที่เกษียณอายุราชการแล้ว บ้านอยู่ จ.นครปฐม พวกตนเอง ตัวองค์กรอัยการเองมาร่วมไม่ได้ ทั้งนี้หากวันที่ 17 มี.ค.แถลงออกมาในลักษณะไม่ยึดบทบัญญัติกฎหมายรัฐธรรมนูญ ทำตัวเหมือนรับคำสั่ง นึกว่าคนอื่นจะเชื่อถือ หากเสนอนายกฯคนกลางเมื่อไร เดือดร้อนทั้งครอบครัว ตนจะด่าด้วย หากคิดอย่างนั้นขอให้ยุติเสียเถอะ ไม่มีใครฟัง ต้องยึดรัฐธรรมนูญเป็นหลัก และหากออกมาค้านสายตาประชาชนกระทบต่อความเชื่อถือในคดีที่พิจารณาอยู่ล้านเปอร์เซ็นต์
“ ถ้าจะเอานายกฯ มาตรา 7 ผมยอมไม่ได้ คุณถูกด่าแหลก ครอบครัวเดือดร้อน บ้านเมืองไปไกลแล้ว ที่เสนอก็เพราะจะเอาพวกมันมาเป็นนายกฯ ไม่มีใครยอมใครแล้วล่ะ แล้วหากจะมาบอกให้ถอยคนละก้าว บอกเลยไม่ต้องถอย ถอยทำไม อย่าเกียร์ว่าง เดินหน้าอย่างเดียว ไปจัดเลือกตั้งให้ครบ มีรัฐบาลแล้วค่อยปฏิรูป ” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวถึงกรณีคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอำนาจการ พรฎ.การเลือกตั้งใน 28 เขตที่มีปัญหาด้วยว่า หากศาลวินิจฉัยว่าเป็นอำนาจของรัฐบาล หรือ กกต. ผู้นั้นจะต้องออก พรฎ. และเปิดการเลือกตั้งใหม่ หรือหากศาลตัดสินว่า การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ก็เลือกตั้งใหม่ถึงจะถูกต้อง หากไปทางอื่นไปไม่ได้ บ้านเมืองจะวุ่นวาย ส่วนเรื่องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวหานายกฯ ว่า ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 โดยมาตราดังกล่าวมี 2 ท่อนคือ ปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กับปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าโดยทุจริต เรื่องทุจริตนายกฯหลุดไปแล้ว เพราะไม่ได้แสวงหาประโยชน์ จึงเหลือแค่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งเรื่องดังกล่าวนายกฯ ตั้งตนเป็นประธานตรวจสอบการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวแล้ว จึงรอทนายความติดต่อมาจนจะเป็นพยานให้ เพราะนายกฯ ไม่ได้ผิด
ยัน ไม่เสียหน้า ศาลแพ่งคุ้มครองเนรเทศ "สาธิต"
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกรณีทนายความของ นายสาธิต เซกัล ขอศาลแพ่ง คุ้มครองชั่วคราวกรณี ศรส.เซ็นคำสั่งเนรเทศว่า การที่ศาลอนุญาตเป็นสิทธิและดุลพินิจ ฝ่ายศรส.ต้องเคารพ ส่วนที่ กปปส.ไปฟ้องศาลว่าตนขัดคำสั่งศาลนั้น เป็นการฟ้องมั่ว สร้างให้เกิดความสับสน เพราะในคำสั่ง 9 ข้อ ศาลห้ามศรส.ใช้อำนาจมาตรา 11 (8) เรื่องการเนรเทศ แต่ตนใช้อำนาจตามมาตรา 7 ที่ให้อำนาจคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง แต่เมื่อมีการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อำนาจรัฐมนตรีต่างๆ จะมาอยู่ที่นายกฯ และนายกฯได้มอบหมายตน เรื่องดังกล่าวศาลจะวินิจฉัยในวันที่ 26 พ.ค.นี้ ซึ่งต้องฟังศาลอย่างเดียว ทางศรส.ไม่ถือว่าเสียหน้า นอกจากนี้ เรื่องที่คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) เรียกให้ไปชี้แจงงบประมาณของศรส. ตนไม่เคยแตะงบประมาณ ศรส.สักบาท ผู้ที่ต้องไปชี้แจงคือ ผู้ที่เบิกจ่าย แต่ตนไม่ใช่ผู้เบิกจ่ายจึงไม่รู้ว่าจะไปชี้แจงเรื่องอะไร
ร.ต.อ.เฉลิม ผอ.ศรส. กล่าวว่า ตนได้ฝากหน่วยความมั่นคงให้บอกนายกฯ ว่าตนเห็นด้วยที่จะยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ เพราะจะกระทบการท่องเที่ยว และถึงใช้อยู่ก็ไม่มีประโยชน์ ส่วนจะตั้งใครมาทำหน้าที่ดูแลตามพ.ร.บ.ความมั่นคงอยู่ที่รัฐบาล แต่บุคลิกต้องเป็นคนที่นายกฯเชื่อมั่น ตนประเมินว่าสถานการณ์ในเดือน เม.ย.ร้อนแรงแน่ โดยเฉพาะคดีความในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถูกร้อง 2 ปีกว่า เอกสารเรื่องข้าวยังหาไม่ครบ แต่นายกฯ ขอขยายเวลาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา 45 วัน กลับไม่ให้ อย่างไรก็ตาม ตนไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เผชิญหน้า เพราะคนไทยด้วยกัน ฉะนั้น องค์กรอิสระอย่าเอาแต่ใจ อย่าใช้อารมณ์ ไม่ใช่มีธง หรือไปรับคำสั่งจากกลุ่มบุคคล และคณะบุคคล ซึ่งไม่ได้ฝักใฝ่ประชาธิปไตย แต่อยากมีอำนาจ อย่างนั้นบ้านเมืองมีปัญหา สิ่งที่อันตรายสำหรับรัฐบาลตอนนี้คือ องค์กรอิสระ เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่โดนสอบเลย
ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวถึงกรณีการแต่งตั้งนายจตุพร พรหมพันธุ์ เป็นประธาน นปช.คนใหม่ ด้วยว่า ตนไม่กล้าไปวิพากษ์วิจารณ์ เพราะไม่ได้ร่วมด้วย แต่สมาชิกพรรคเพื่อไทยทุกคนหัวใจรุกรบ จะไม่ยอมให้ถูกกลั่นแกล้งอีกต่อไป คนเรามีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน หากคุณทำดีทุกคนก็ถือว่าเป็นสิทธิเสรีภาพ แต่หากทำลายอีกฟากฝั่งแบบไม่เป็นธรรม ถึงวันนั้นไม่มีใครกลัวใคร ตนวิเคราะห์แบบนี้



