
'สมชัย'วอน'พุทธะอิสระ'หนุนโรดแม็พ
16 มี.ค. 2557
'สมชัย' เข้านมัสการ 'หลวงปู่พุทธะอิสระ' วอน กปปส.เปิดโอกาสองค์กรอิสระ สร้างการเจรจาเพื่อหาทางออกประเทศ
16 มี.ค. 57 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า วันนี้ตนมาทำธุระ พบแพทย์ที่โรงพยาบาลมงกุฏวัฒนะ แล้วทราบว่าหลวงปู่พุทธะอิสระ แกนนำกปปส. ได้จัดกิจกรรมอยู่ที่อาคารบี ศูนย์ราชการ จึงได้แวะมานมัสการหลวงปู่ฯ เมื่อเวลา 12.40 น. เพื่อเรียนให้ทราบถึงความคืบหน้าในการเจรจาแก้ไขความขัดแย้ง ซึ่งองค์กรอิสระ องค์กรต่างๆ จะร่วมกันแถลงเสนอโรดแม็พทางออกประเทศไทยวันพรุ่งนี้ (17 มี.ค.) ที่สำนักผู้ตรวจการแผ่นดิน ศูนย์ราชการ โดยจะกล่าวถึงกรอบเนื้อหาในการสร้างการเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้ง 4 ประเด็น และแสดงโรดแม็พในการเจรจา 6 ขั้นตอน ซึ่งจะเปิดเผยในวันพรุ่งนี้ จึงกราบเรียนหลวงปู่พุทธะอิสระ ให้ช่วยสนับสนุนให้เกิดความสำเร็จในการจัดการเจรจา โดยอาจจะช่วยส่งข่าวสารไปยังเวที กปปส. เวทีอื่นๆ เพื่อเปิดโอกาสให้องค์กรอิสระเดินหน้าจัดการเจรจาได้สำเร็จ
นายสมชัย ยังระบุเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่กลุ่มองค์กรอิสระได้หารือว่าจะจัดการแถลงข่าวเสนอโรดแม็พ ทางออกประเทศ ขณะนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เว้นแต่เรื่องที่สำนักงานอัยการสูงสุดได้ถอนตัวออกไป เพราะเป็นองค์กรที่มีหน้าที่ฟ้องร้องดำเนินคดีแก่ผู้กระทำผิด และคู่เจรจาบางส่วนได้ถูกออกหมายจับ จึงอาจจะดูไม่เหมาะสมที่จะร่วมเป็นตัวกลาง ขณะนี้จำนวนองค์กรที่จะร่วมแถลงข่าวในวันพรุ่งนี้ยังไม่นิ่ง ยืนยันว่า การแถลงเสนอโรดแม็พทางออกประเทศไทย โดยประมุของค์กรอิสระต่างๆ จะมีขึ้นพรุ่งนี้ เวลา 13.30 น. ที่สำนักผู้ตรวจการแผ่นดิน ชั้น 9 อาคารบี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ คาดว่าใช้เวลาแถลงราวครึ่งชั่วโมง
ไม่ใช่หน้าที่ '7 องค์กร' แก้ขัดแย้ง
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายออกมาระบุว่า ไม่ใช่หน้าที่ของ 7 องค์กรอิสระในการแถลงเปิดโรดแม็พหาทางออกให้ประเทศ ว่า ยอมรับว่าในรัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุว่า หากมีความขัดแย้งระหว่างรัฐบาล กับกลุ่มประชาชน แล้วจะให้องค์กรใดเป็นตัวกลาง ที่บอกว่า ไม่ใช่หน้าที่นั้นถูกแล้ว แต่การที่บ้านเมืองมีความขัดแย้ง มันมีผลเสียต่อประเทศชาติทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจ หากมีองค์กรใดที่ต้องการหาทางแก้ไขปัญหา ผ่านการเจรจา โดยการเสนอตัวเป็นตัวกลางน่าจะดีกว่าหรือไม่
เมื่อถามถึงองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่จะเข้าร่วมเพิ่มเติม ทั้ง คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย และสภาพัฒนาการเมือง นายสมชัย กล่าวว่า ในการประชุมเมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา ตัวแทนของ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายได้สังเกตการณ์การประชุมแล้ว แต่คงไม่สามารถเข้าร่วมในการแถลงข่าววันที่ 17 มี.ค.ได้ เนื่องจากคงต้องผ่านที่ประชุมคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายในวันที่ 19 มี.ค.ก่อน ส่วนสภาพัฒนาการเมือง ได้มีการทาบทามเป็นรายบุคคลไป ซึ่งต้องดูท่าทีก่อน ว่าจะเข้ามาร่วมหรือไม่
เข้าใจเหตุผลถอนตัวไม่ร่วมโรดแม็พ
นายสมชัย กล่าวถึงความคืบหน้าของการร่วมมือระหว่าง 7 องค์กรตามรัฐธรรมนูญเพื่อเสนอทางออกของความขัดแย้งภายในประเทศ ที่มีการทยอยกันออกมาถอนตัว ว่า อย่างองค์กรอัยการ เราก็เข้าใจเหตุผล เพราะมีความเป็นห่วงของความเป็นวิชาชีพ เนื่องจากอัยการจะต้องเป็นผู้ที่ดำเนินคดีฟ้องร้องต่อผู้กระทำความผิด ถ้ามาทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจา จะเหมือนว่าไม่ได้ดำเนินการตามหน้าที่ จึงเป็นเหตุผลที่เข้าใจได้ ส่วนศาลปกครองนั้น ไม่ได้อยู่ในกลุ่มองค์กรตามรัฐธรรมนูญตั้งแต่เริ่มต้น เข้าใจว่าอาจจะเข้าใจผิด เพราะในกลุ่มที่ประชุมกันไม่เคยมีศาลปกครองอยู่ด้วย ขณะที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) การประขุมที่ผ่านมา ก็มี กสม. อยู่ท่านหนึ่ง ได้เข้าร่วมประชุม แล้วก็ให้การสนับสนุนการเจรจา และให้แง่คิดที่เป็นประโยชน์ในรูปแบบและแนวทางในการเจรจา ส่วนความเป็นเอกภาพใน กสม. เป็นอย่างไรคงไม่สามารถไปรับทราบได้
นายสมชัย กล่าวถึงการทาบทามอีก 2 องค์กร คือ สภาพัฒนาการเมือง และคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) เข้าร่วมประชุม ว่า อยู่ระหว่างการทาบทาม ซึ่งยอมรับว่ามีการพูดคุยกัน เพียงแต่การตัดสินใจเข้าร่วมของ 2 องค์กรนั้น ไม่ได้อยู่ในฐานะของ 7 องค์กรตามรัฐธรรมนูญ อีกทั้งการทาบทามก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทั้ง 2 องค์กร ไม่แน่ใจว่า การตัดสินใจดังกล่าวจะต้องนำเข้าที่ประชุมขององค์กรนั้นๆ หรือไม่ ดังนั้นก็ต้องรอดูอีกครั้งว่าจะสามารถเข้าร่วมได้ทันในวันที่ 17 มี.ค.นี้หรือไม่ ถ้าไม่ทันก็คงต้องเข้าร่วมภายหลัง อย่างไรก็ตาม องค์กรใดที่ถอนตัวจากการเข้าร่วมครั้งนี้ ก็คงไม่เป็นปัญหาในการประชุม เหลือองค์กรเท่าไหน ก็ประชุมเท่านั้น อีกทั้งยังเป็นเรื่องไม่ต้องมาคำนึงว่าการเข้าร่วมครั้งนี้จะดำเนินการสำเร็จหรือไม่ ตนคิดว่าสิ่งสำคัญ คือ การเริ่มต้นได้ลงมือทำ โดยกลุ่มคนที่เห็นปัญหาของบ้านเมือง และอยากจะเห็นบ้านเมืองมีทางออก
"อาจจะมีคนบางคนออกมาบอกว่าไม่ใช่หน้าที่ เรื่องนี้ไม่มีหน้าที่ของใคร รัฐธรรมนูญไม่มีมาตราใดที่จะบอกว่า หากมีความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชน แล้วจะต้องมีคนกลางขึ้นมา เพราะฉะนั้นจึงไม่มีอะไรบอกว่าใครจะเป็นทำ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่า เราอยากจะเห็นปัญหาบ้านเมืองยังคงความขัดแย้งและอยู่ในบรรยากาศเช่นนี้อยู่ต่อไปหรือไม่ ถ้าเราไม่อยากเห็น แล้วใครบ้างสามารถที่จะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ได้ ก็ควรเข้ามา การพูดว่า ไม่ใช่หน้าที่ ดูเหมือนไม่ใช่คนไทยที่รักประเทศ ผมคิดว่า ใครก็ตามที่เป็นคนไทย และอยากเห็นประเทศเดินหน้าไปได้ หากทำให้สถานการณ์คลี่คลายได้ ก็ต้องลงมาช่วยทำ เริ่มทำ ก็ไม่ได้แปลว่าจะสำเร็จ จะสำเร็จหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ยกเว้นคนที่ไม่อยากให้เรื่องนี้จบด้วยการเจรจา ซึ่งต้องไปคิดว่า จะจบด้วยวิธีการอะไร"
รอข้อสรุป 27 มี.ค.ปมสอย 16 ผู้สมัครพท.ออกช่อง 11
นายสมชัย กล่าวถึงกรณีที่ กกต. สอบ 16 ผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย ที่ไปออกรายการทางข่อง 11 ในช่วงมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ว่า เรื่องนี้ยังไม่มีมติใดๆ ต้องรอวันที่ 27 มี.ค.นี้ เนื่องจากได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประขุม กกต. ที่ผ่านมาแล้ว แต่ กกต. ไม่ครบองค์ประชุม เพราะฉะนั้นจะรอให้ครบองค์ประชุมอีกครั้ง ในวันที่ 27 มี.ค. อาจจะมีมติอย่างใดอย่างหนึ่งได้ ตนคิดว่า หากจะให้เกิดความเป็นธรรม ต้องให้มีการหาหลักฐานเพิ่มเติม หรือขอเรียกหลักฐานเพิ่มเติมจากผู้อำนวยการสถานีช่อง 11 มาชี้แจงต่อ กกต. เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องรีบตัดสิน เพราะถ้าหากเป็นการกระทำผิดของตัวบุคคล ที่เป็นผู้สมัครพรรคการเมือง กระทำผิดด้วยตนเอง คือ การให้ใบแดง ที่สามารถให้ได้ทั้งก่อนและหลังประกาศผลการเลือกตั้ง ดังนั้นเราก็จะต้องดูจากหลักฐานและข้อเท็จจริงที่ปรากฏ จึงต้องใช้เวลา และให้โอกาสผู้ที่ถูกกล่าวหามาชี้แจงและสืบสวนสอบสวน อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีการประชุม ในวันที่ 27 มี.ค. ยังคงไม่มีข้อสรุปของมติที่จะเป็นผลกระทบต่อทั้ง 16 ผู้สมัคร ส.ส. นี้ คงจะเป็นมติที่ให้ไปหาหลักฐานเพิ่มเติมเท่านั้น
----------------------
(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)



