
'ปชป.'อัด'ปู'บีบน้ำตาโอดครวญถูกแกล้ง
16 มี.ค. 2557
'ปชป.' แนะ 'นายกฯ' 7 เอา 1 ไม่เอา หยุดบีบน้ำตา เชื่อ 'ตู่-เต้น' แม่ทัพ นปช.คนใหม่ หวังเรียกแขก-ไม่รุนแรง
16 มี.ค. 57 เมื่อเวลา 10.45 น. นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขณะนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ต้องดำเนินการด้วย 7 เอา 1 ไม่เอา คือ
1. ต้องเอาคนแบ่งแยกประเทศมาสอบสวนให้ได้ 2. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องเอาเงินมาจ่ายชาวนาและชาวสวนยางพารา 3. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องเอาข้าวในโครงการรับจำนำข้าวไปขายและนำเงินมาจ่ายชาวนา เพื่อลดการขาดทุนและลดค่าเช่าโกดังเก็บข้าว 4. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องเอาฆาตกรที่ยิงเอ็ม79 และคนปาระเบิดทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และในต่างจังหวัดมาลงโทษโดยเร็ว 5. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องเอาคำวินิจฉัยองค์กรอิสระมาน้อมรับ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ 6. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องเอาเวลาไปรับฟังผู้เห็นต่างทางการเมืองอย่างมีสติและอย่ามีอคติ และ 7. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องเอากฎหมายเป็นหลักบริหารประเทศ ไม่ใช่เอากฎแม้วมาบริหารประเทศ
นายจุฤทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการดำเนินการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องไม่เอานั้น คือ การไม่เอาเรื่องส่วนตัวมาเกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศ เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อาสาเข้ามาทำงานเองไม่มีใครบังคับ เมื่อบริหารผิดพลาดก็ต้องน้อมรับ ไม่ใช่จะบีบน้ำตา และอ้างว่าถูกกระทำจากเรื่องส่วนตัว ดังนั้น ขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เลิกโอดครวญว่าเป็นเรื่องส่วนตัว เพราะการอาสาเข้ามาบริหารประเทศเป็นเรื่องระดับชาติ
ทั้งนี้ นายจุฤทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ เข้ามารับตำแหน่งประธานนปช. คนใหม่ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ได้เป็นเลขาธิการ นปช.นั้น ว่า ตนเชื่อว่าทั้งสองคนไม่กล้าเคลื่อนไหว หรือปราศรัยทางการเมืองให้เกิดความรุนแรงขึ้นแน่ เพราะอยู่ระหว่างการขอประกันตัว เนื่องจาก หากดำเนินการใดๆ ที่ก่อให้เกิดความรุนแรงนั้น ก็จะมีคนไปร้องยื่นต่อศาลให้ถอนประกันตัวได้ มองว่าการมารับตำแหน่งของนายจตุพร และนายณัฐวุฒิ ในครั้งนี้ เป็นเพียงการเรียกแขกให้คนเสื้อแดงออกมาชุมนุมมากที่สุดเท่านั้น ส่วนการรักษาระบบทักษิณ ที่กำลังขุดศพขึ้นคนทำงานเป็นแกนนำนั้น มองว่ามาจากคำพูด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ออกมาระบุว่า วันนี้คนหน้าตาดีไม่ค่อยออกมาช่วยเหลือพรรค พวกที่ออกมาจึงหน้าตาไม่ค่อยดี วันนี้นายจตุพร จึงได้เป็นประธานนปช. อย่างไรก็ตาม จึงขอเรียกร้องไปยังคนเสื้อแดงว่าวันนี้ระบบทักษิณกำลังขุดศพขึ้นมา ขอให้คนเสื้อแดงระวังจะถูกหลอกใช้อีกครั้ง และขอให้คนเสื้อแดงดำเนินงานการเมืองอย่างมีสติ
'องอาจ' จี้ 'ยิ่งลักษณ์' ดูแล 'ป.ป.ช.-ศาลรธน.'
นายองอาจ คล้ามไพบลูย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขอเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และมวลชนที่สนับสนุนรัฐบาล ยอมรับผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระ โดยเฉพาะคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต หรือ ป.ป.ช. ที่กำลังทำหน้าที่พิจารณาคดีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ทั้งนี้ไม่ควรมีท่าทีพฤติกรรมแสดงออกไม่ยอมรับ หรือขัดขวางบ่อนทำลายกระบวนการพิจารณาคดี เหมือนที่มีท่าทีไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่วินิจฉัยว่าร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ทั้งเนื้อหาและกระบวนการตรากฎหมาย เนื่องจากขณะนี้มีความพยายามของแกนนำรัฐบาลและมวลชน กำลังเบี่ยงเบนคำวินิจฉัยพร้อมทั้งกล่าวหาว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมิชอบ ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญก็วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ นอกจากยังมีการสร้างความเข้าใจผิดในสาระสำคัญ โดยมีการอ้างว่า พ.ร.บ.ไทยเข้มแข็ง ทำไมทำได้ แต่พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาททำไม่ได้
นายองอาจ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีการแสดงอาการไม่ยอมรับคำวินิจฉัยชัดเจน โดยอ้างว่าเป็นความเห็นต่างทางกฎหมาย ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นองค์กรที่มีหน้าที่ชี้ขาดในเรื่องกฎหมาย อย่างไรก็ตามพฤติกรรมเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการบิดเบือนข้อมูลกล่าว เป็นการหาผู้คัดค้านว่าเป็นผู้ขัดขวางความก้าวหน้าประเทศ ทั้งที่ไม่มีใครขัดขวางความก้าวหน้าประเทศ แต่ที่คัดค้าน เพราะการดำเนินการไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ รวมถึงการกระทำดังกล่าวยังถือเป็นการดิสเครดิตศาลรัฐธรรมนูญในทุกรูปแบบอีกด้วย ดังนั้น ตนจึงวิตกกังวลว่า หลังจากนี้น่าจะมีการดำเนินการปฏิเสธการตรวจสอบ ที่ขณะนี้เริ่มดำเนินการแล้ว รวมทั้งเตรียมทำลายการตรวจสอบของป.ป.ช.และศาลรัฐธรรมนูญ และความพยามใช้ความรุนแรงกดดันข่มขู่ต่อองค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบด้วย
"ขอเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เร่งระงับการดำเนินการของกลุ่มต่างๆ และขอให้ยอมรับการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ โดยเฉพาะป.ป.ช.ที่จะชี้มูลคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว รวมทั้งชี้มูลกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.มิชอบ และศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยกรณีการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะหรือไม่ เพื่อคุ้มครององค์กรอิสระให้ทำงานอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม"
วอนทุกฝ่ายรับฟังโรดแม็พ 7 องค์กรตามรธน.ก่อน
นายองอาจ แถลงว่า จากการที่ 7 องค์กรตามรัฐธรรมนูญ จะนำเสนอจุดยืนโรดแม็พ เพื่อดำเนินแก้ไขวิกฤติการเมืองวันที่ 17 มี.ค.นี้ ซึ่งตนอยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายฟังโรดแม็พ ว่าจะนำเสนอเนื้อหาสาระในเรื่องนี้อย่างไร เพราะการที่ 7 องค์กรรวมตัวกัน และหารือเพื่อหาทางออกให้ประเทศนั้น ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ถูกต้องเหมาะสม ที่ทุกฝ่ายในสังคมควรช่วยกันหาทางออกให้ประเทศ แต่ขณะนี้แม้จะยังไม่ทราบว่าข้อเสนอแนะหรือโรดแม็พของทั้ง 7 องค์กรจะมีเนื้อหาอย่างไร แต่ปรากฏว่ามีกลุ่มบุคคล พรรคการเมืองบางพรรคออกมาตั้งข้อสังเกตในลักษณะที่ไม่ยอมรับการหาทางออกให้ประเทศ ดังนั้นตนจึงขอเรียกร้องให้ทุกกลุ่มทุกฝ่ายในสังคมควรรับฟังว่าโรดแม็พดังกล่าวมีเนื้อหาอย่างไรก่อน และหากรับฟังแล้วจะยอมรับหรือไม่ก็เป็นสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม มองว่าหากแต่ละฝ่ายพร้อมรับฟังน่าจะเป็นผลดีมากกว่าการไม่รับฟัง
รอคำวินิจฉัยกลางพ.ร.บ.กู้ 2 ล้านล.ก่อนยื่นป.ป.ช.สอยครม.ยกชุด
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ทางพรรคปชป.คงจะไม่ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยสถานภาพของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่าสิ้นสภาพสุดลงหรือไม่แล้ว เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางนายถาวร เสนเนียม แกนนำกปปส.ได้ส่งทีมทนายความไปยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยสถานภาพของรัฐบาล หลังไม่สามารถเปิดประชุมรัฐสภาเป็นนัดแรกภายใน 30 วันนับแต่วันเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 127 แต่ทางศาลรัฐธรรมนูญก็มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา จึงเชื่อว่าหากทางพรรคปชป.ยื่นคำร้องไปศาลรัฐธรรมนูญก็น่าจะพิจารณาออกมาในแนวทางเดียวกัน ดังนั้นทางพรรคปชป.คงต้องรอดูคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญกรณีร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทอย่างเป็นทางการ ก่อนที่จะนำต้นฉบับของคำวินิจฉัยกลางไปยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อถอนถอนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 275 กรณีกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่



