
กปปส.แจ้งวัฒนะเสนอตั้งสภาศีลธรรม
'เอกชัย'แนะ7องค์กรอิสระแสดงจุดยืนเที่ยงตรง กปปส.แจ้งวัฒนะเสนอตั้งสภาศีลธรรม วางกฎเหล็กนักการเมืองต้องผ่านการประเมิน
15มี.ค.2557พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล แห่งสถาบันพระปกเกล้า กล่าวถึงกรณี 7 องค์กรอิสระเตรียมแถลงแนวทางหาทางออกประเทศ ว่า ถือเป็นเรื่องที่ดี หาก 7 องค์กรอิสระจะเข้ามาหารือเพื่อหาทางออกของประเทศ แต่หวังว่าจะไม่เป็นการแถลงเพื่อแสดงจุดยืนที่จะต่อสู้กับฝ่ายรัฐบาล เพราะหากเป็นเช่นนั้นเชื่อว่าอาจจะทำให้บรรยากาศทางการเมืองเลวร้ายกว่าเดิม
พล.อ.เอกชัย กล่าวต่อว่า มีข้อเสนอไปยังตัวแทนของ 7 องค์กร คือ ก่อนที่จะเข้ามาแสดงบทบาทหาทางออกประเทศ ต้องยอมรับว่าขณะนี้สังคมไม่มีความเชื่อมั่นต่อการทำหน้าที่ เห็นได้จากกรณีที่ฝ่าย กปปส. เคยมีการกระทำที่รุกไล่ 7 องค์กรอิสระให้เร่งรัดการตรวจสอบคดีของรัฐบาล ขณะที่มวลชนอีกฝ่ายออกมารุกไล่ และเรียกร้องให้ทำหน้าที่อย่างเที่ยงธรรม ดังนั้นหากองค์กรอิสระทบทวนในการทำหน้าที่ดังกล่าว และแสดงจุดยืนว่าจะทำหน้าที่อย่างเที่ยงธรรม ควบคู่ไปกับกระบวนการยุติธรรมที่เที่ยงตรง เชื่อว่าทางออกของประเทศจะเกิดขึ้นได้
พล.อ.เอกชัย กล่าวด้วยว่า ในแนวทางที่จะแก้ไขความขัดแย้งและทำให้ประเทศเดินหน้าไปได้ในตอนนี้ ส่วนตัวมองว่าต้องนำแผนการปฏิรูปประเทศที่กลุ่มกปปส. รัฐบาล องค์กรภาคธุรกิจ และส่วนที่เกี่ยวข้องที่ได้ดำเนินการจัดทำก่อนหน้านี้นำมาเรียบเรียง กำหนดเป็นแนวทางที่นำไปสู่การปฏิบัติที่แท้จริง
ขณะเดียวกันที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยมีการสอบวิทยานิพนธ์ และสารนิพนธ์ของนิสิตปริญญาโท สาขาสันติศึกษารุ่นที่ 1 ที่พล.อ.เอกชัยเป็นอาจารย์พิเศษอยู่ เพื่อที่จะก้าวไปเป็นวิศวกรสันติภาพทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยวความขัดแย้งในสังคมต่อไป
กปปส.แจ้งวัฒนะเสนอตั้งสภาศีลธรรม
พระพุทธะอิสระ จัดเสวนามวลชนเพื่อจัดทำแผนแม่บท 3 แผน ประกอบด้วย สภาศีลธรรม คุณธรรมแห่งชาติ แผนแม่บทการจัดการพลังงาน และทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน และแผนแม่บทสภาชาวนาและเกษตรกรแห่งประเทศไทย แบ่งการเสวนาออกเป็น 2 วัน โดยวันนี้(15 มี.ค.) เป็นการเสวนาจัดทำแผนแม่บทสภาศีลธรรมฯ โดยเปิดโอกาสให้มวลชนได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการจัดตั้งสภาเพื่อนำไปร่างแผนแม่บทฉบับสมบูรณ์
สำหรับร่างแผนแม่บทสภาศีลธรรมฯมีจุดประสงค์สร้างบรรทัดฐานให้กับกลุ่มบุคคลทุกกลุ่ม ทุกสาขาอาชีพ โดยเฉพาะนักการเมือง เนื้อหาส่วนหนึ่งของแผนแม่บทระบุให้องค์กรอิสระต่าง ๆ เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ต้องจัดอบรมหลักสูตรศีลธรรมและคุณธรรมกับเจ้าหน้าที่ ในส่วนของกกต.จะต้องมีหน้าที่ถ่ายทอดหลักสูตรการอบรมให้กับนักการเมือง โดยจะต้องมีการประเมินผลมาตรฐานศีลธรรมคุณธรรมนักการเมืองทุกปี ปีละ 3 ครั้ง ครั้งละไม่ต่ำกว่า 7 วัน หลังการอบรมจะให้ผลประเมินว่าผ่านหรือไม่ ซึ่งหลักสูตรที่ไม่ต่ำกว่า 15 วัน จึงจะสามารถลงสมัครเลือกตั้งได้ หากไม่ผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้ก็ต้องกำหนดให้ไม่มีสิทธิ์ลงสมัครเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังต้องให้นักการเมืองรายนั้น ๆ ผ่านเกณฑ์การพิจารณาของคณะกรรมการศีลธรรมฯที่จะร่วมเป็นผู้ออกแบบหลักเกณฑ์ของนักการเมืองที่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้
ทั้งนี้ ร่างแผนแม่บทดังกล่าวยังระบุครอบคลุมหลักเกณฑ์ศีลธรรมไปถึงสื่อมวลชนที่ต้องผ่านการอบรมศีลธรรม คุณธรรมที่ทำงานด้วยความซื่อตรง และต้องผ่านการประเมินผลทุกปี โดยให้คณะกรรมการศีลธรรมฯเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์ด้วย
สำหรับการเสวนาแผนแม่บทการจัดการพลังงานฯและสภาชาวนาฯ จะจัดเสวนาต่อเนื่องในวันพรุ่งนี้(16 มี.ค.) เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. ที่ศูนย์ราชการ อาคาร บี โดยแผนแม่บททั้ง 3 ฉบับหลวงปู่ฯ ระบุจะผลักดันให้มีการจดทะเบียนจัดตั้งอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป



