
ดาวเด่นกองทัพขยับคุมเบ็ดเสร็จ
ดาวเด่นกองทัพขยับคุมเบ็ดเสร็จ : ศรายุทธ สายคำมี-ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน
ถ้าโฟกัสการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารกลางปีนี้ เอาเฉพาะชื่อเด่นๆ แล้วที่น่าสนใจและเป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วไปมีไม่กี่รายชื่อที่เรียกได้ว่าจะเป็น "ดาวเด่น" ของกองทัพ
แต่การโยกย้ายครั้งนี้ มีปรากฏการณ์แปลกใหม่ในการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารกลางปีนี้ เมื่อเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือ คปท. ได้เดินทางไปยังกองบัญชาการกองทัพเรือ เพื่อยื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการทหารเรือ คัดค้านการโยกย้าย พล.ร.ต.วินัย กล่อมอินทร์ ผู้บัญชาการหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ หรือที่เรียกว่า หน่วยซีล
ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า พล.ร.ต.วินัย จะถูกขยับจากตำแหน่งนี้ไปเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ อัตรา พลเรือโท หลังจากมีข่าวว่า ฝ่ายการเมืองไม่ค่อยพอใจนักกับท่าทีและการให้สัมภาษณ์ตอบโต้การจับกุมทหารเรือของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง
จะว่าไป พล.ร.ต.วินัย ก็เป็นผู้บัญชาการหน่วยซีล มานานร่วม 3 ปีแล้ว ก็นับว่า เต็มที่แล้วสำหรับการดำรงตำแหน่งของนายทหาร ที่ยังต้องมีน้องๆ รอขยับขึ้นอยู่อีก เพียงแต่ว่า ในการโยกย้ายครั้งนี้ มันเป็นช่วงกลางปี และเป็นช่วงที่สายสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายการเมืองกับกองทัพ ไม่ค่อยจะราบรื่นนัก
ส่วนในกองทัพบกก็น่าสนใจไม่แพ้กันได้แก่ พล.ท.วลิต โรจนภักดี แม่ทัพน้อยที่ 1 คาดว่าจะได้ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 4
สำหรับ พล.ท.วลิต นั้น เคยนำกำลังมาขอคืนพื้นที่ที่แยกคอกวัวเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 ซึ่ง "ชายชุดดำ" ปรากฏตัวเป็นครั้งแรก โดยมีเสียงประกาศว่า ผู้ชุมนุมอย่าได้สนใจว่าเป็นใคร แต่ให้รับรู้ว่า ชายชุดดำมาช่วยผู้ชุมนุม
จากนั้นก็เกิดการยิงกัน ทั้งเอ็ม 16 ทั้ง เอ็ม 79 จนทำให้มีการบาดเจ็บและเสียชีวิต หนึ่งในนั้นก็คือ พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม ดาวโรจน์ของบูรพาพยัคฆ์ ต้องมาเสียชีวิตในครั้งนั้นไปด้วย ส่วน พล.ท.วลิต เองขณะนั้นอยู่ในตำแหน่ง ผบ.พล.ร.2 รอ. ก็แทบเอาชีวิตไม่รอด ได้รับบาดเจ็บสาหัสไปด้วย เพราะโดนเอ็ม 79 จนขาหักสองท่อน สะเก็ดระเบิดยังกระจายไปทั่วร่าง
แต่ที่ใครต่อใครพูดถึง พล.ท.วลิต ในเวลาต่อมาก็คือ ในเฟซบุ๊กของ พล.ท.วลิต ที่โพสต์ว่า "ไม่แน่ใจว่า เรายังต้องรับผิดในการตายของพวกเขาอีกหรือเปล่า"
แล้วก็ยังบอกอีกว่า “ผมไม่โกรธ ไม่คับแค้นใจหรอกครับ เพราะมันเป็นหน้าที่ของเรา ผมอยากให้พวกเขาคุยกันมากกว่า…ถ้าผมยิงสวนไปก็อาจถูกพลเรือนที่มาร่วมชุมนุมธรรมดา ผมไม่ยิงคนไทยด้วยกันเองครับ"
พล.ต.วราห์ บุญญะสิทธิ์ (ตท.18) ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ก็เป็นนายทหารอีกนายหนึ่งซึ่งมีบทบาทมากในการเข้ารักษาความสงบในการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. จะขึ้นเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 ซึ่งเป็นการขยับขึ้นรับตำแหน่งตามวาระ
โดยคนที่จะมารับตำแหน่งแทน คาดว่าจะเป็น พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 15
พล.ต.อภิรัชต์ นี่แหละที่เรียกว่า "ไฮไลท์" จริงๆ เพราะตอนที่เป็นผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ที่เราเรียกกันติดปากว่า ราบ 11 นั่นแหละ ตอนนั้นมีการชุมนุมของกลุ่ม นปช.ที่ราชประสงค์ ทหารจากราบ 11 ถูกสั่งให้คุมพื้นที่ถนนสีลม ช่วงนั้นก็โดนเอ็ม 79 กันเป็นรายวัน
แต่ที่คนทั่วไปรู้จัก พล.ต.อภิรัชต์ ก็ตอนที่เป็นแกนนำบรรดานายทหารระดับเสนาธิการร่วมแถลงข่าวปกป้องราชบัลลังก์ พร้อมตำหนิ "เสธ.แดง" พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ที่ตอนนั้นไปคุมการ์ดให้แก่กลุ่มคนเสื้อแดง
ด้วยความที่ เสธ.แดง ชอบพูดโผงผาง หลายครั้งพาดพิงไปถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น ซึ่งเรื่องวิจารณ์ผู้บังคับบัญชาสำหรับทหารแล้วนับว่าเรื่องใหญ่ เพราะถ้าลงผู้ใต้บังคับบัญชาไม่เคารพผู้บังคับบัญชาแล้ว ไปรบกับใครก็แพ้ราบคาบ
พอ เสธ.แดง เลือกไปยืนอีกข้าง แล้ววิจารณ์ ผบ.ทบ. ก็เลยทำให้นายทหารระดับพันเอก ออกมาแสดงความไม่พอใจ โดยเฉพาะ พล.ต.อภิรัชต์ หรือที่เรียกกันว่า "ผู้การแดง" ออกปากตำหนิ เสธ.แดง กันแบบไม่ไว้หน้า จนทำให้ เสธ.แดง ในตอนนั้นออกปากบอกว่า อยากเจอผู้การแดง ก็ในทำนอง รุ่นน้อง-รุ่นพี่ แต่ "ผู้การแดง" ดูเหมือนจะไม่เล่นด้วย เพราะผู้การแดงฝากนักข่าวไปบอก เสธ.แดง ว่า ถ้าเสธ.แดง อยากเจอ ก็ให้มาเจอได้ทุกเมื่อ ที่ถนนสีลม
ข่าวไม่ได้แจ้งว่า ได้เจอกันหรือเปล่า เพราะ เสธ.แดง ถูกยิงเสียชีวิตไปตั้งแต่ก่อนที่การขอคืนพื้นที่ของ ศอฉ.จะมีขึ้น และจากนั้นกลายเป็นเหตุจลาจลเผาบ้านเผาเมืองกันในเวลาต่อมา มีผู้เสียชีวิตนับรวมๆ กับที่แยกคอกวัวเมื่อ 10 เมษายน ปีเดียวกันก็กว่า 90 คน ทั้งชาวบ้าน ทั้งเจ้าหน้าที่
พล.ต.อภิรัชต์ ยังเป็นลูกชายของ ชายเสื้อคับ "บิ๊กจ๊อด" พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด และอดีตประธาน รสช. ซึ่งนำทีมรุ่นน้องเหล่านายทหารรหัสรุ่น 0143 เข้ายึดอำนาจรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เมื่อปี 2534 ทำให้ตอนนั้น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เกือบไม่ได้กลับบ้าน
สำหรับ "บิ๊กจ๊อด" คนนี้ในเรื่องของหัวจิตหัวใจแล้วใครก็ต้องยกให้ แม้แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็เคยยอมรับว่าเป็นผู้มีพระคุณคนหนึ่ง
น่าสนใจก็ตรงที่ว่าในวันนี้ ทายาทของ "บิ๊กจ๊อด" กำลังผงาดขึ้นมาในฐานะทหารของพระราชาและทหารของประชาชน
ประวัติความเป็นมาของบรรดา "ดาวเด่น" ในกองทัพจะเป็นอย่างไร แต่การโยกย้ายกลางปีของเหล่าทัพครั้งนี้ ก็ทำให้ฐานอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แน่นปึ้กจนฝ่ายการเมืองเหน็บหนาวในยามคิมหันตฤดูกันเลยทีเดียว
..................................
(หมายเหตุ : ดาวเด่นกองทัพขยับคุมเบ็ดเสร็จ : ศรายุทธ สายคำมี-ทีมข่าวความมั่นคงรายงาน)



