ข่าว

ทลาย!สำนักอ.การเวกข่มขืนถ่ายคลิป

ทลาย!สำนักอ.การเวกข่มขืนถ่ายคลิป

14 มี.ค. 2557

ทลาย!สำนักอ.การเวกข่มขืนถ่ายคลิป อ้างเป็นขั้นตอนตามตำราคุณไสยเหยื่อสมัครใจ

            เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 มี.ค.2557 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการกองปราบปราม นำโดย พล.ต.นรบุญ แน่นหนา รักษาการผู้บังคับการกองปราบปราม พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบก.กองปราบปราม ได้เข้าจับกุมนายธนวรรณ อัศวพลสุวรรณ อายุ 43 ปี หรือ อาจารย์การเวกกับพวก รวม 5 คน ตั้งสำนักอยู่ที่ หมู่บ้านพรธิสาร 6 ถนนเลียบคลอง7หมู่ที่ 8 ต.บึงบอน อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ตามหมายจับเลขที่ 428-432/2557 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ศาลอาญา ลงวันที่ 12 มี.ค.2557 ภายหลังรับแจ้งนางปวีณา หงสกุล รมว.กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประสานไปยังผู้บังคับการกองปราบปราม และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ เดินทางพาผู้เสียหายทั้ง 7 ราย เข้าพบพ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบก.กองปราบปราม และแจ้งความต่อพ.ต.ท.วิพากษ์มีจันทร์พงส.ผนพ.กก.2บก.ป.หลังจากสอบปากคำผู้เสียหายทั้งหมดพร้อมส่งตรวจร่างกายแล้ว จากนั้นได้ใช้เวลาให้ฝ่ายสืบสวนออกหาข่าวและรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถออกหมายจับ

            ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2556 ผู้เสียหาย จำนวน 7 ราย เข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณาและประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ว่า ถูก นายธนวรรณ อัศวพลสุวรรณ อายุ 43 ปี หรือ "อาจารย์การเวก เทพหน้าทอง มอญแปลงรูป" อ้างว่าตัวว่าศึกษาศาสตร์หนึ่งที่มีการเลี้ยงผี ผูกมนต์เทวดา พลังมนต์ดำเหล่านี้จะคุ้มครองลูกหลานจนลูกหลานมั่งมี สามารถทำเสน่ห์ให้คนรักคนหลง ต้องใช้เครื่องเซ่นไหว้เป็นทรัพย์สินเงินและทองคำด้วย

            นายธนวรรณ ที่อ้างตัวเป็นอาจารย์การเวกจะสั่งให้ผู้ที่มาทำเสน่ห์ปฏิบัติตามคำสั่งต่างๆ บางรายหวังทำเสน่ห์กลับถูกบังคับให้ร่วมประเวณี ผู้หญิงที่ไปทำพิธีบางครั้งจะมีเพศสัมพันธ์กับอาจารย์การเวก หรือลูกศิษย์  การทำพิธีแต่ละครั้งก็จะต้องเสียเงินตั้งแต่หลักหมื่นบาทไปจนถึงหลักแสน หรือต้องใช้ทองคำ นอกจากนี้มีหญิงสาวอีกหลายรายถูกบังคับให้เสพยาบ้า และอาจารย์การเวกจะข่มขู่ว่าห้ามไปบอกหรือเล่าให้ใครฟังมิฉะนั้นจะถูกคุณไสย์จนถึงแก่ชีวิต ซึ่งทำให้ทุกคนไม่กล้าพูด

            น.ส.บี (นามสมมุติ) ผู้เสียหายรายหนึ่ง อายุ 22 ปี กล่าวว่า มีปัญหาด้านสุขภาพและรู้สึกว่าระยะหลังสามีทำตัวห่างเหิน ไม่รู้จะทำอย่างไร เมื่อเข้าไปในอินเตอร์เน็ตก็พบเว็ปไซสต์ของสำนักอาจารย์การเวก เทพหน้าทอง มอญแปลงรูป ตั้งอยู่ที่ถนนเลียบคลอง7 จ.ปทุมธานี ซึ่งโฆษณาอ้างว่าแก้อาการเจ็บป่วยจากคุณไสย์และทำเสน่ห์ให้คนรักและหลงได้ จึงหลงเชื่อเดินทางไป เมื่อไปถึงจะเห็นคนจำนวนมากมาที่สำนักเพื่อรอทำพิธี เมื่อถึงคิวของตนก็เข้าไปในห้องพิธีที่มีสภาพมืดสลัว พบกับอาจารย์การเวกนั่งคอยอยู่ บรรยากาศภายในห้องมีรูปกุมารทอง ตุ๊กตาดินปั้น กลิ่นธูปคลุ้งไปทั้งห้อง จากนั้น อาจารย์การเวก ก็จะพูดและถามต่างๆนานา บางเรื่องตรงอย่างกับเมื่อรู้มาก่อนยิ่งทำให้ตนหลงเชื่อมากขึ้น และสั่งให้ตนไปซื้อทอง เพื่อใส่ไปในหุ่นที่จะทำพิธี หลอกให้ทำหุ่น ซึ่งอ้างว่าหุ่นจะทำให้มีพลัง

            "หลังจากนั้นเมื่อกลับมาอีกครั้งเมื่อทำพิธีเสร็จ ก็บอกให้ถวายเงินด้วย พร้อมบังคับให้ร่วมประเวณี โดยอ้างว่าจะทำให้ของขลังมากขึ้น ต่อมาก็ส่งรูปโป๊เปลือย ขณะร่วมประเวณีมาให้ดู และข่มขู่ว่าจะเผยแพร่ หากไม่นำเงินมาให้ จึงต้องยอมจ่ายเงินให้หลายครั้ง หลังจากทำพิธีกลับมาแล้วเวลาผ่านไปเป็นเดือนอาการป่วยก็ยังไม่มีท่าทีดีขึ้น ทั้งที่ทำการรักษาโดยตลอด และยังต้องเลิกรากับสามีอีกด้วย"

            น.ส.บี กล่าวอีกว่า  เธอกับผู้เสียหายอีก 6 คน ซึ่งถูกหลอกและกระทำในลักษณะเดียวกัน เสียเงินทองจำนวนมาก ถูกข่มขืน ไม่รู้ว่าจะพึ่งใครจึงเข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา ขอให้ช่วยเหลือ ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมคนร้ายที่ตั้งสำนักหลอกหลวงประชาชน เพราะไม่อยากเห็นใครที่หลงเชื่องมงายตกเป็นเหยื่ออีก นอกจากนี้ทราบว่ามีผู้ที่ถูกหลอกอีกจำนวนมากแต่ไม่กล้าที่จะทำอะไรเพราะกลัวว่าจะได้รับอันตรายและอับอาย

            ด้าน นางปวีณา เปิดเผยว่า หลังจากรับเรื่อง ได้ประสานไปยังผู้บังคับการกองปราบปราม และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯเดินทางพาผู้เสียหายทั้ง 7 ราย เข้าพบพ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบก.กองปราบปราม และแจ้งความต่อ พ.ต.ท.วิพากษ์มีจันทร์พงส.ผนพ.กก.2บก.ป. ซึ่งหลังจากสอบปากคำผู้เสียหายทั้งหมดและนำตัวไปตรวจร่างกายแล้ว ทางตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถออกหมายจับได้ ซึ่งตอนนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าไปดูแลผู้เสียหายแล้ว

            ขณะที่ นายธนวรรณ กล่าวว่า ตนเองนั้นร่ำเรียนวิชาอาคมมาตั้งแต่เด็กๆ การที่ร่วมประเวณีกับลูกศิษย์ที่มาทำพิธีนั้น ก็ยอมรับว่ามีการร่วมประเวณีกันจริง แต่ไม่ใช่การข่มขืน เป็นไปแบบความเต็มใจ เป็นสิ่งที่ทำตามพิธีกรรมที่ร่ำเรียนมาเท่านั้น ส่วนเงินเงินทองที่ว่าหลอกลวงชาวบ้านนั้น ก็เป็นเรื่องของความเชื่อและความศรัทธาของลูกศิษย์ที่เต็มใจมอบให้ ไม่ได้มีการบังคับหรือเรียกร้องแต่อย่างใด

...............

(หมายเหตุ : http://www.akaravak.com)