ข่าว

'หงส์'หวังกินรวบชนะผีแดง2นัด

'หงส์'หวังกินรวบชนะผีแดง2นัด

15 มี.ค. 2557

'ลิเวอร์พูล' หวังเอาชนะ 'แมนฯยูไนเต็ด' แบบไปกลับเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ฤดูกาล ในการไปเปิดศึกแดงเดือดที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด วันอาทิตย์ที่ 16 มี.ค.นี้

 
                          ศึกพรีเมียร์ลีกนัดวันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด ที่มี 48 แต้มจาก 28 นัด จะเปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ด ทำศึกแดงเดือดกับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่มี 59 แต้ม เวลา 20.30 น. โดยเกมนี้ทีมเยือนหวังเต็มที่ว่าจะบุกไปชนะเพื่อการลุ้นแชมป์รวมทั้งจะเป็นการเอาชนะแมนฯ ยูไนเต็ด ให้ได้ทั้ง 2 นัดใน 1 ฤดูกาลเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ฤดูกาล หลังจากนัดแรกที่แอนฟิลด์ ซึ่งครั้งสุดท้ายที่ทำได้เกิดขึ้นเมื่อฤดูกาล 2008-09 ซึ่งเอาชนะในบ้านได้ 2-1 และไปชนะในเกมเยือน 4-1
 
                          อย่างไรก็ตามทีมเจ้าถิ่นของ เดวิด มอยส์ ตั้งเป้าที่จะล้างแค้นจากเกมที่แพ้เมื่อต้นฤดูกาล แม้ก่อนหน้านี้จะเอาชนะลิเวอร์พูลมาแล้ว 1-0 ในศึกคาร์ลิง คัพ ทำให้ มอยส์ จะจัดทีมชุดใหญ่สู้อย่างเต็มที่ แนวรุกจะเป็น 3 ประสาน เวย์น รูนีย์, โรบิน ฟาน เพอร์ซี และฆวน มาตา ขณะที่มิดฟิลด์คู่กลางจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากเกมที่บุกไปชนะ เวสต์บรอมวิช 3-0 ด้วยการให้ มารูยาน เฟลไลนี ยืนคู่กับ ไมเคิล คาร์ริค เมื่อ เฟลไลนี ปรับตัวได้ดีขึ้นเรื่อยๆ
 
                          เกมรับยังมีปัญหาที่ จอนนี อีแวนส์ ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ จึงต้องใช้ ฟิล โจนส์ เล่นคู่กับ คริส สมอลลิง เป็นหลัก ส่วนปัญหาอื่นๆ ของทีมยังเหลือตัวเจ็บอีก 2 รายคือ นานี และ "ชิชาริโต" ฮาเวียร์ เฮอร์นันเดซ
 
                          ฝั่งลิเวอร์พูล ต้องลุ้นทดสอบความฟิตของ 2 นักเตะอย่าง มามาดู ซาโก และลูคัส เลวา แต่ตัวหลักคนอื่นๆยังถือว่าอยู่ครบ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือของทีมยังจะใช้ระบบกองหน้าคู่ หลุยส์ ซัวเรซ กับ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ และให้ เฟลิเป คูตินโญ เป็นกองกลางตัวรุกอยู่หลังคู่กองหน้า หรืออาจจะปรับเอา ราฮีม สเตอร์ลิง ลงมาโจมตีทางริมเส้น
 
                          มิดฟิลด์ตรงกลางจะเน้นการคุมพื้นที่ 3 คน มีตัวเลือกทั้ง สตีเวน เจอร์ราร์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, โจ อัลเลน และลูคัส เลวา ขณะที่เกมรับแผงหลัง 4 คนจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากทีมชุดที่บุกไปชนะเซาแธมป์ตัน 3-0 โดยจะประกอบไปด้วย จอน ฟลานาแกน, มาร์ติน สเคอร์เทล, ดาเนียล แอ็กเกอร์ และเกลน จอห์นสัน
 
                          สำหรับสถิติที่พบกันมาในลีก แมนฯ ยูไนเต็ด ยังเป็นทีมที่มีสถิติดีกว่า ชนะมาแล้ว 63 นัด ขณะที่ลิเวอร์พูล ชนะ 54 นัด และเสมอกัน 44 นัด 
 
 
                          ขณะที่เกมอีกคู่ในเวลา 23.00 น. "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ที่มี 53 แต้มจะเล่นที่ไวท์ ฮาร์ท เลน ทำศึกดาร์บีแมทช์กรุงลอนดอนกับ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ที่มี 59 แต้ม โดย ทิม เชอร์วูด กุนซือเจ้าถิ่นน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นพอสมควร เมื่อมีการพักตัวจริงในเกมยูโรปาลีก เมื่อกลางสัปดาห์ไปหลายคนไม่ว่าจะเป็น แดนนี โรส, โรแบร์โต โซลดาโด, อันดรอส ทาวน์เซน และนาบิล เบนทาเลบ แต่แดนหน้ายังคงมี เอมมานูเอล อเดบายอร์ ยืนเป็นหัวหอกตัวจริง
 
                          อย่างไรก็ตาม เชอร์วูด ยังมีปัญหาเรื่องนักเตะเจ็บอยู่หลายคน แนวรับจะไม่มี ไมเคิล ดอว์สัน, เอเตียน กาปู, วลัด คิริเชส และไคล์ วอล์คเกอร์ รวมทั้งแดนกลางต้องลุ้นทดสอบความฟิต มุสซา เดมเบเล และเกมรุกยังคงไม่มี เอริก ลาเมลา
 
                          ด้านอาร์เซนอล น่าจะเสียเปรียบเรื่องความสดจากการใช้ผู้เล่นตัวจริงลงเล่นเต็มที่ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ไปเสมอ บาเยิร์น มิวนิค เมื่อกลางสัปดาห์ อีกทั้งยังมีปัญหานักเตะเจ็บมากวนใจ อาร์แซน เวนเกอร์ โดยเฉพาะกับการบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าของ เมซุต โอซิล กองกลางตัวเก่งที่ต้องพักกว่า 1 เดือน นอกจากนี้ยังต้องลุ้นทดสอบความฟิตของ โทมัส โรซิคกี ในสถานการณ์ที่ แจ็ค วิลเชียร์, แอรอน แรมซีย์ และธีโอ วัลคอตต์ ยังมีอาการบาดเจ็บอยู่
 
                          แนวรับ คีแรน กิบบ์ส มีโอกาสกลับมาลงสนามได้หากผ่านการทดสอบความฟิตเช่นเดียวกับ นาโช มอนรีล แต่หากยังไม่ฟิตทั้งคู่ โทมัส แฟร์มาเลน จะเล่นเป็นแบ็กซ้ายต่อไป ขณะที่แนวรับ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ต้องลงเล่นอย่างต่อเนื่องเพราะ นิคลาส เบนท์เนอร์ ยังเจ็บอยู่ 
 
 
 
--------------------------
 
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)