
'พท.'อัด'สมชัย'หยุดจ้องเอาผิด
14 มี.ค. 2557
'เพื่อไทย' อัด 'สมชัย' หยุดจ้องเอาผิด เผยเตรียมข้อมูลพร้อมสู้คดี 16 ผู้สมัครส.ส.พรรค ออกทีวีรัฐช่วงมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง
14 มี.ค.57 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. จะเอาผิดผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย 16 คนที่ไปออกรายการทีวีของรัฐในช่วงที่มีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง ว่า ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยเตรียมข้อมูลไว้หมดแล้ว พร้อมที่จะชี้แจง พรรคเห็นว่าการที่สื่อของรัฐเชิญผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทยไปออกรายการนั้นไม่ขัดมาตรา 60 ของพ.ร.บ.การเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. เพราะไม่มีข้อห้ามเรื่องการเชิญผู้สมัครไปออกสื่อ นอกจากนี้ เนื้อหาที่พูดออกสื่อก็ไม่เกี่ยวกับการโฆษณาประชาสัมพันธ์ในการเลือกตั้ง และการเชิญไปออกอากาศก็เชิญผู้สมัครพรรคอื่นด้วยเช่นกัน ไม่ได้เชิญเฉพาะผู้สมัครพรรคเพื่อไทย
ดังนั้น ขอให้นายสมชัยให้ความเป็นธรรมกับผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย และอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ด้วย ทั้งนี้จากการตรวจสอบผู้สมัครของพรรคทั้ง 16 คนนั้นพบว่า เนื้อหาที่ไปพูดไม่ได้จูงใจให้คนมาลงคะแนนให้พรรคเพื่อไทย เป็นการพูดแบบกว้างๆ เชิงวิชาการ จึงไม่อยากให้นายสมชัยเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นเอาผิดสมาชิกพรรคเพื่อไทย แต่ขอให้ไปเอาผิดนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่ขัดขวางการเลือกตั้ง อยากถามถึงมาตรฐานการทำงานว่า เหตุใดจึงจ้องเอาผิดแต่พรรคเพื่อไทย แต่ไม่เอาผิดกลุ่มนายสุเทพ
'พท.' ยันรัฐไม่ต้องรับผิดชอบ หลังศาลรธน.คว่ำพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมยื่นถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และครม. ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การแก้ไขพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญว่า เป็นเกมการเมืองที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต้องการล้มรัฐบาล ถ้านายอภิสิทธิ์ความจำไม่สั้นขอให้ไปดูเนื้อหาพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้ยืมเงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือพ.ร.ก.ไทยเข้มแข็ง ในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ที่เนื้อหาในมาตรา 4 ระบุว่า เงินที่ได้จากการกู้ให้นำไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ในการกู้โดยไม่ต้องนำส่งคลังตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง เว้นแต่ครม.จะมีมติให้สมบทบเป็นเงินคงคลัง ซึ่งเนื้อหาดังกล่าวเหมือนกับมาตรา 6 ในพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งมวลชนของประเทศ หรือพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดังนั้นการที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตีตกพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท จึงเป็นแค่ความเห็นต่างทางกฎหมายเท่านั้น
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า อยากให้ประชาชนเข้าใจว่า สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ก็มีการกู้เงินในลักษณะเช่นนี้ โดยอ้างความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องการทำให้ไทยเข้มแข็ง แต่สุดท้ายกลับประจานผลงานเงินกู้ไทยเข้มแข็ง อาทิ โครงการโรงพักทดแทนที่เหลือแต่เสา กับตอ วงเงิน 5,848 ล้านบาท แฟลตตำรวจวงเงิน 3,100 ล้านบาทที่ยังร้างอยู่ การทุจริตโครงการจัดซื้อครุภัณฑ์อาชีวะศึกษา เอสพี 2 วงเงิน 5,300 ล้านบาท นี่คือการประจานผลงาน พ.ร.ก.ไทยเข้มแข็ง ดังนั้นการที่นายอภิสิทธิ์พยายามกระเหี้ยนกระหือรือจะเอาผิดน.ส.ยิ่งลักษณ์และครม.โดยอ้างว่ามีการทำผิดทั้งๆ ที่โครงการยังไม่เกิดขึ้น ก็ขอให้ดูสิ่งที่พวกตัวเองทิ้งความอัปยศโครงการไทยเข้มแข็งไว้เป็นมรดกบาปให้ลูกหลานด้วย ทั้งนี้ ที่ยังปากดีเพราะน่าจะมีตัวช่วยใช่หรือไม่
'จิรายุ' แขวะ 'กกต.' สร้างบรรทัดฐานใหม่ห้ามผู้สมัครออกสื่อรัฐ
ที่พรรคเพื่อไทย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า กกต.จะชี้มูลความผิด 16 ผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทยที่ไปออกสื่อของรัฐ ว่า ขอเรียกร้องให้กกต.รีบมีมติ ทั้งนี้เพื่อความชัดเจนและเป็นบรรทัดฐานของสังคมว่า การที่รายการโทรทัศน์เชิญผู้สมัครไปออกรายการนั้นจะต้องโดนใบแดง จะได้บันทึกไว้เป็นหน้าประวัติศาสตร์ เพราะตลอดเวลา 20 ปีที่ผ่านมานั้น มีผู้สมัครส.ส.ที่ดำเนินการในลักษณะนี้มาตลอด
นายจิรายุ ยังกล่าวถึงโครงการรับจำนำข้าวด้วยว่า ในการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ได้เรียกผู้ประสานงานภาคเหนือ อีสาน กลาง และใต้ ที่เกี่ยวข้องกับการปลูกข้าวและการปลูกพืชผลมาหารือ โดยพบว่ากว่า 50 จังหวัดได้รับผลดีจากการที่กกต.อนุมัติเงิน นอกจากนี้ ยังมีเสียสะท้อนว่า มีขบวนการล้มรัฐบาลโดยใช้วีธีเตะสกัด เพื่อไม่ให้จ่ายเงินช่วยชาวนา ดังนั้นอยากเรียกร้องโดยเฉพาะชาวนาที่ไปร่วมชุมนุมกับกปปส.ว่า ขอให้รับฟังข้อมูลให้ครบรอบด้านด้วย
'พท.' วอน 'กกต.' ให้ผู้สมัครนำหลักฐานแจงปมจ้อทีวีรัฐ
นายพิชิต ชื่นบาน ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ระบุว่าจะเอาผิดผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย 16 คนที่ไปออกรายการทีวีของรัฐในช่วงที่มีการออกพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ว่า ในฐานะ 1 ใน 16 ผู้สมัครที่ไปออกรายการทีวีของรัฐยืนยันว่า การไปออกรายการทีวีของรัฐไม่ใช่ความผิดตามพ.ร.บ.การเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. เพราะผู้สมัครไม่ได้ใช้อำนาจก้าวก่ายแทรกแซงขอออกรายการ แต่เป็นทางสถานีที่ทำหนังสือเชิญมาเอง นอกจากนี้ สิ่งที่ผู้สมัครพูดในรายการนั้นไม่มีเนื้อหาจูงใจให้คนมาลงคะแนนเลือกพรรคเพื่อไทย อีกทั้งระเบียบกกต.ไม่มีข้อห้ามเรื่องการห้ามผู้สมัครไปออกรายการในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการโฆษณาหาเสียง
ทั้งนี้ เจตนาผู้สมัครที่ไปพูดในรายการไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลย เป็นเพียงการแสดงความเห็นทางการเมืองตามสิทธิและเสรีภาพของรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของสาธารณะเท่านั้น จึงไม่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง หากกกต.จะดำเนินการอย่างไรก็ขอให้ผู้สมัครมีโอกาสนำหลักฐานไปชี้แจงบ้าง อย่าเร่งรีบรวบรัด ขอให้ทำตามหลักนิติธรรม เพราะการจะเอาผิดผู้สมัครที่ไปออกรายการทีวีของรัฐว่าเป็นการหาเสียงนั้น หากเทียบกับกรณีขัดขวางการเลือกตั้งที่กกต.ไม่เคยดำเนินการเอาผิดเลยแล้ว ถือเป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่



