
ของแสลง 'ปืนใหญ่'
15 มี.ค. 2557
สปอร์ต คม วีกเอนด์ : ของแสลง 'ปืนใหญ่'
"ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ของอาร์แซน เวนเกอร์ จัดว่าเป็นทีมที่มีมาตรฐานสูงจากอังกฤษทีมหนึ่งในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก หลายปีที่ผ่านมาไม่มีปัญหาเท่าไรนักกับการทำอันดับเพื่อโควตา รวมทั้งในรอบแบ่งกลุ่มก็ผ่านเข้ารอบได้เสมอมา แต่สุดท้ายแล้วเมื่อเข้ารอบตัดเชือก อาร์เซนอล กลับไปไม่ได้ไกลอย่างที่หวัง
นับตั้งแต่ศึกถ้วยใหญ่ของฟุตบอลสโมสรยุโรป จากยูโรเปี้ยนคัพ มาเป็นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อปี 1992 มีเพียงแค่ 6 สโมสรเท่านั้นที่ได้เล่นแชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มมากกว่า อาร์เซนอล ในจำนวนนั้นเป็นสโมสรชั้นนำอย่าง "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา, "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด, "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด, "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน, ปอร์โต และ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ที่เป็นเช่นนั้นอาจเป็นเพราะว่า อาร์เซนอล ไม่ได้เป็นตัวแทนจากพรีเมียร์ลีกจนกระทั่งปี 1998
อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่ปี 1998 มีเพียงแค่ แมนฯ ยูไนเต็ด กับ รีล มาดริด เท่านั้นที่ถูกจัดว่าประสบความสำเร็จได้ถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก มากกว่า อาร์เซนอล ที่เล่นถ้วยนี้มา 16 ฤดูกาลติดต่อกัน นั้บตั้งแต่ฤดูกาล 1998-99 ถึงฤดูกาลนี้ 2013-14 ซึ่งอาร์เซนอล ดีกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ในเรื่องของรอบแบ่งกลุ่ม เพราะปีศาจแดงยังมีตกรอบในฤดูกาล 2005-06 และฤดูกาล 2011-12 ขณะที่อาร์เซนอล ผ่านรอบแบ่งกลุ่มได้แล้ว 14 ฤดูกาลติดต่อกัน
อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือที่ไม่สามารถหาถ้วยแชมป์ให้สโมสรมาแล้ว 8 ปีเต็ม ยังเชื่อว่าสถิติที่ผ่านมายังเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจ แม้ว่าตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายมาแล้วหลายปีติดต่อกัน แม้การตกรอบเมื่อปีที่แล้ว เวนเกอร์ ก็ยังสามารถพูดปลอบใจตัวเองและลูกทีมได้
"สถิติของพวกเรามันน่าพอใจ หากคุณมองว่าจะมีกี่ทีมที่ทำได้ในยุโรปแบบนี้ คุณจะเจอได้น้อยมาก และนั่นแสดงให้เห็นว่ามันไม่ง่าย" เวนเกอร์กล่าว
อย่างที่เวนเกอร์ ว่าไว้มีหลายเหตุผลที่มองได้ว่าถูกต้อง หากจะมองถึงเรื่องสถิติจริงๆ แล้ว ก็มองได้ว่า อาร์เซนอล เป็นทีมที่ประสบความสำเร็จทีมหนึ่งในยุโรป แต่ทีมปืนใหญ่เองอาจจะมีความทะเยอทะยานมากกว่านั้น ดังนั้นก็มองได้อีกแง่ว่า เวนเกอร์ กับ อาร์เซนอล ล้มแหลวกับถ้วยยุโรปในระยะหลัง เมื่อถึงรอบน็อกเอาท์ทีไร อาร์เซนอล เก็บชัยชนะได้เพียงแค่ 8 ครั้ง และ 3 ครั้งในจำนวนนั้นก็เกิดขึ้นในเส้นทางสู่นัดชิงชนะเลิศเมื่อปี 2006
อีก 2 ครั้งเกิดขึ้นในเส้นทางการเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในอีก 3 ฤดูกาลถัดมา สิ่งที่เห็นชัดคือในช่วง 14 ปีที่ผ่านมา อาร์เซนอล ไม่มีปัญหากับรอบแบ่งกลุ่ม และเป็นทีมเต็งเสมอมา แต่สำหรับในรอบน็อกเอาท์ หากไม่นับฤดูกาลที่ประสบความสำเร็จถึงขั้นเข้าชิงชนะเลิศ และเข้ารอบรองชนะเลิศแล้ว มีชัยเหนือคู่แข่งได้เพียง 3 ครั้ง และเป็น 3 ครั้งที่ไม่ได้เจอทีมที่แข็งแกร่งอะไรนัก
1 ครั้งพบ เซลตา บีโก ตัวแทนจากลาลีกา สเปน ในช่วงที่ เซลตา กำลังอยู่ในช่วงที่วิกฤติ เพิ่งมีการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือ จากนั้นก็มีชัยชนะเหนือ "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน ที่ตอนนั้น มิลาน อยู่ในช่วงที่ตกต่ำไม่แพ้ในช่วงนี้ นักเตะอย่าง เปาโล มัลดินี ในวัย 40 ปี ไม่สามารถจัดการกับเด็กที่กำลังอยู่ช่วงขาขึ้นอย่าง เชส ฟาเบรกาส ในปี 2008 ได้
ในฤดูกาลอื่นๆ กลับกลายเป็นว่า อาร์เซนอล ต้องตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายถึง 5 ครั้ง รวมทั้งตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายอีก 8 ครั้ง สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่บอกได้เหมือนกันว่า เวนเกอร์ ไม่ได้เรียนรู้จากบทเรียนและความผิดพลาดที่ผ่านมา และสุดท้ายในฤดูกาลนี้สถิติและการตกรอบก็ออกมาแบบเดิม
รอบ 16 ทีมสุดท้ายฤดูกาลนี้กับ บาเยิร์น มิวนิค เกมนัดแรกที่สนามเอมิเรตส์ เป็นเกมที่อาร์เซนอล เป็นรองอย่างมากในเรื่องการครองบอล อาจจะมีส่วนหนึ่งมาจากการเหลือผู้เล่นน้อยกว่า แต่สิ่งสำคัญคือเรื่องการเปลี่ยนเกมการเล่นที่ทีมของเวนเกอร์ ไม่สามารถหาทางพลิกแพลงได้ เกมในบ้านตัวเองแทนที่จะได้เปรียบทำให้กลายเป็นเสียเปรียบหนัก สกอร์ที่ตามหลัง 0-2 ก่อนไปเยือนฟุตบอลอารีนา มิวนิค ทำให้งานในเกมที่ 2 เป็นงานที่เรียกว่าเข็นครกขึ้นภูเขาก็ว่าได้
เกมนัดที่ 2 เวนเกอร์ ก็ไม่ได้ปรับการเล่นจากที่เป็นอยู่มากนัก ไม่ใส่ความเป็นอังกฤษแท้ ด้วยการไล่บดด้วยพละกำลัง ความเร็ว และลูกกลางอากาศให้บาเยิร์นได้เซอร์ไพรส์ ทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่า บาเยิร์น ช่วงนี้เป็นพวกไร้เทียมทานไม่แพ้ในบุนเดสลีกามาแล้ว 17 เดือน งานนี้จึงเหลวตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน
อาจจะยอมรับได้ว่าช่วง 4 ฤดูกาลหลังสุด อาร์เซนอล ต้องเจอกับคู่แข็งที่แข็งแกร่งไม่ว่าจะเป็น บาเยิร์น มิวนิค ในช่วง 2 ฤดูกาลที่แข็งแกร่ง รวมทั้งต้องเจอกับ "เจ้าบญทุ่ม" บาร์เซโลนา ยุค เป๊ป กวาร์ดิโอลา และเอซี มิลาน ในยุคที่มี ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เป็นตัวอันตราย เกมพวกนี้บางทีก็น่าเห็นใจ แต่สิ่งที่อธิบายไม่ได้คือ 16 ปีแห่งความล้มเหลวในศึกยุโรป จริงๆ แล้วเกิดขึ้นเพราะอะไร เรื่องโชคก็อาจจะมีส่วนในบางปี หรือเรื่องการเข้าตลาดซื้อขายนักเตะที่ เวนเกอร์ ยังทำได้ไม่ดีพอ
การตกรอบในฤดูกาลนี้สิ่งแรกที่ เวนเกอร์ ต้องทำคือมองดูตัวเองก่อนว่าทำไม การทำทีมในช่วงเกือบ 9 ปีหลังจึงไม่มีแชมป์ติดมือเลยแม้แต่ถ้วยเดียว และต้องมองว่านับตั้งแต่ที่ตัวเองถูกแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมอาร์เซนอล เมื่อปี 1996 รูปแบบการเล่นที่จัดวางในทีม และคิดเอาเองว่าเป็นรูปแบบที่ถูกต้องเหมาะสมหรือไม่กับศึกยุโรป
ในเกมระดับทวีป หรือระดับนานาชาติจะมีฟุตบอลน็อกเอาท์เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ก็มีกุนซือหลายคนที่ประสบความสำเร็จได้ทั้งเกมฟุตบอลลีกและฟุตบอลถ้วยไม่ว่าจะเป็น ชูเซ มูรินโญ, คาร์โล อันเชล็อตติ, เซอร์อเลกซ์ เฟอร์กูสัน และจุปป์ ไฮย์เกส ว่ากันว่ากุนซือเหล่านี้มีความเข้าใจในเกมที่หลากหลาย แท็กติกในแต่ละเกมแต่ละถ้วยมีความยืดหยุ่นได้ทั้งเรื่องเทคนิค การเล่นหนัก และเรื่องของสภาพจิตใจ
อาร์เซนอล ดูจะขาดเรื่องหัวใจที่แข็งแกร่ง อย่างที่เคยประสบความสำเร็จในยุคก่อนๆ เหมือนตอนที่มี ปาทริก วิเอรา เป็นกัปตันทีม รวมไปถึง โซล แคมป์เบลล์ หรือแม้กระทั่งยุคที่ประสบความสำเร็จภายใต้การทำทีมของ จอร์จ เกรแฮม อาร์เซนอลได้รับการยอมรับว่าแบ็กโฟร์ของทีมเป็นพวกที่แข็งแกร่งทั้งเรื่องร่างกายและจิตใจ
ช่วงหลังๆ อาร์เซนอล จะเล่นเกมเปิดเป็นหลัก เดินเกมรุก เล่นฟุตบอลสวยงาม อาจจะเป็นระบบที่ดูสนุก ดูดี แต่บางครั้งก็ขาดประสิทธิภาพไป และมาถึงตอนนี้เหมือนจะเป็นเรื่องง่ายแล้วที่บรรดายอดกุนซือในยุโรปจะจับทาง และจัดการระบบที่สวยงามของกุนซือชาวฝรั่งเศส
มีเพียงฤดูกาล 2005-06 เพียงฤดูกาลเดียวที่เวนเกอร์ ตัดใจกับระบบการเล่นของตัวเอง เน้นเรื่องเกมรับกับระบบ 4-5-1 แต่ช่วงนั้นการมี เธียร์รี อองรี ยืนเป็นหัวหอกเดี่ยวทำให้ประสิทธิภาพของทีมทำได้ดี ผ่านได้ทั้ง รีล มาดริด ชุดกาลาคติกอส รวมไปถึง "ม้าลาย" ยูเวนตุส ชุดที่มีนักเตะแชมป์ฟุตบอลโลก 2006 ของทีมชาติอิตาลีอยู่ถึง 7 คน แต่สุดท้ายก็ไปไม่ถึงดวงดาวไปแพ้ บาร์เซโลนา ที่กรุงปารีส
เมื่อ เวนเกอร์ กลับมายึดหลักการเดิมในฤดูกาลต่อมา อาร์เซนอล ก็ไปไม่รอดแม้จะเจอทีมในระดับพีเอสวี ไอนด์โฮเฟน ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย
เวนเกอร์ เคยพูดเอาไว้ว่า "ผมจินตนาการไม่ออกจริงๆ หากว่าชีวิตของผมไม่ได้แชมป์ยูโรเปี้ยนคัพ" จึงเป็นเรื่องน่าเศร้าที่จากวันที่เวนเกอร์ พูดเอาไว้จนถึงวันนี้ยังไม่ใกล้เคียงกับสิ่งที่พูดเอาไว้ เมื่อล้มเหลวกับรอบตัดเชือกเสมอมา
สุดท้ายหากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงของแสลงปืนใหญ่ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ก็คือ อาร์แซน เวนกอร์ และลูกทีมเอง
--------------------------
เส้นทางยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 5 ฤดูกาลหลังสุด
ฤดูกาล 2009-10 แพ้ บาร์เซโลนา รอบ 8 ทีม
ฤดูกาล 2010-11 แพ้ บาร์เซโลนา รอบ 16 ทีม
ฤดูกาล 2011-12 แพ้ เอซี มิลาน รอบ 16 ทีม
ฤดูกาล 2012-13 แพ้ บาเยิร์น รอบ 16 ทีม
ฤดูกาล 2013-14 แพ้ บาเยิร์น รอบ 16 ทีม
--------------------------



