
"โสภณ"นำข้อเสนอสหภาพฯเข้าครม.
"โสภณ" ยอมรับ นำข้อเสนอสหภาพรฟท.เข้าหารือด่วนในครม. ส่วนผลต้องแล้วแต่ผลที่ประชุม อ้อมแอ้มม็อบโยงการเมือง ปรับโครงสร้างรฟท.เรื่องเก่า งง ทำไมเพิ่งมาร้อง ปัดกระทรวงคมนาคมไม่ใช่เจ้าภาพตัวจริง เผย "ประดิษฐ์" เป็นเจ้าของแผน
(23มิ.ย.) เวลา 09.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมครม.กรณีที่สหภาพรฟท.เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกมติครม.วันที่ 3 มิ.ย. 2552 ที่เห็นชอบแผนปฏิบัติการเพื่อขอปรับโครงสร้างรฟท.และขอให้เพิกถอนสิทธิการครอบครองที่ดินรฟท.บริเวณเขากระโดงจ.บุรีรัมย์ ซึ่งนายชัย และนางกรุณา ชิดชอบครอบครอง ให้กลับมาเป็นของรฟท.โดยทันที ว่า ในที่ประชุมครม.วันนี้ตนจะนำเสนอเรื่องดังกล่าวและข้อเสนอของสหภาพรฟท.เข้าหารือต่อที่ประชุมครม. ส่วนมติครม.จะออกมาเป็นอย่างไรก็สุดแล้วแต่
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากสหภาพฯยังไม่พอใจผลมติครม.จะทำอย่างไร นายโสภณ กล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจกันต่อไป แต่ในการบริหารราชการแผ่นดินจะต้องยึดกฎหมายและกติกาของบ้านเมือง หากไม่มีกติกาทุกอย่างก็ไปไม่ได้ และรฟท.คงจะฟื้นฟูไม่ได้ ซึ่งตนเข้าใจดีว่าประชาชนในรฟท.คงจะกังวลว่าสิทธิประโยชน์จะได้รับผลกระทบจากการฟื้นฟู แต่ที่ผ่านมาได้ทำความเข้าใจมาโดยตลอด ความจริงแล้วการจัดทำแผนฟื้นฟูครั้งนี้นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลังเป็นเจ้าภาพ ไม่ใช่กระทรวงคมนาคม ในการบริหารราชการแผ่นดินตนยอมแก้ไขทุกเรื่องแต่หลักการในการทำงานมันต้องมี ไม่เช่นนั้นประเทศจะเดินไม่ได้ มันจะมีปัญหากันในอนาคต
ต่อข้อถามว่าเกรงหรือไม่ว่าหากสหภาพไม่ยอมรับมติครม.และยืนยันประท้วงหนักขึ้นจะแก้ไขปัญหาอย่างไร นายโสภณ กล่าวว่ารัฐบาลมีหน้าที่บริหารประเทศและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน แต่ต้องอยู่บนหลักของกฎหมายซึ่งจะทำให้ดีที่สุด สมมุติว่าหากการเรียกร้องไม่มีเหตุผล แล้วหน่วยงานอื่นจะมาเรียกร้องกันแบบนี้บ้าง เราจะเดินกันอย่างไร รัฐบาลจะต้องมีบรรทัดฐานในการบริหารประเทศ และต้องทำความเข้าใจกันต่อไปจนกว่าจะเข้าใจว่ามันเป็นประโยชน์ ซึ่งตนเชื่อว่ามนุษย์ยังทำความเข้าใจกันได้ และจะพยายามแก้ไขให้รถไฟเปิดวิ่งได้ตามปกติโดยเร็ว อย่างน้อยก็วิ่งได้ในวันที่ 24 มิ.ย. อย่างไรก็ตามค่าความเสียหายในเบื้องต้นเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้นประเมินได้ 5 ล้านกว่าบาท
เมื่อถามว่าแผนฟื้นฟูรฟท.มีมานานแล้วเพราะเหตุใดคนในองค์กรถึงยังไม่เข้าใจและออกมาประท้วง มองว่ามีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างที่ถูกวิจารณ์หรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า ทำไมวันที่แผนฟื้นฟูได้รับการอนุมติวันแรกไม่รู้สึกเดือดร้อน แต่วันนี้อยู่ ๆ มาเดือดร้อน
เมื่อถามย้ำว่ามองว่าเรื่องนี้มีการเมืองเข้ามาแทรกหรือไม่ เนื่องจากมีการวิจารณ์ว่าพรรคการเมืองใหม่อยู่เบื้องหลังของการประท้วงครั้งนี้ นายโสภณ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่เรื่องไหนที่ไม่มีหลักฐานชัดเจน ตนไม่ขอวิจารณ์ ไม่ขอตอบเรื่องนี้ แต่รู้สึกว่างงว่าทำไมต้องถึงขั้นหยุดงาน หยุดเดินรถ กันขนาดนี้ เพราะมันเป็นเรื่องที่เจรจากันได้ ตนไม่อยากพูดว่ามีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องเพราะพูดไปแล้วมันก็ยิ่งบานปลาย ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น ทุกเรื่องมีเบื้องหลังกันหมด คนที่มีหน้าที่ไม่ควรโทษเบื้องหลัง เมื่อมีหน้าที่แก้ไขปัญหาก็แก้ไขกันไป จะมาบอกว่าคนนั้นคนนี้อยู่เบื้องหลังเรื่องก็ไม่จบ และที่ผ่านมาเราเคยเรียกร้องให้นักการเมืองมีสำนึกรับผิดชอบต่อประชาชน ดังนั้นข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ ก็เช่นเดียวกันต้องสำนึกเพราะเรากินเงินเดือนจากภาษีของประชาชน ถ้าเห็นประชาชนตกค้าง นั่งรอรถ แล้วคุณใจดำพอที่จะให้ประชาชนนั่งตกค้างอยู่ได้อย่างไร
นายโสภณ กล่าวว่า การที่รถไฟหยุดวิ่งนั้นตนเข้าใจปัญหาดีและพยายามแก้ไขปัญหาโดยให้รถบริษัทขนส่งจำกัด (บขส.) และบริษัทขนส่งมวลชน(ขสมก.)ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน พร้อมทำความเข้าใจกับสหภาพ ยืนยันว่าทางกระทรวงคมนาคมเคารพการเรียกร้องสิทธิต่าง ๆ แต่การประท้วงหยุดงานเช่นนี้ควรทำเฉพาะที่มีเหตุจำเป็นจริง ๆ หรือไม่ได้รับการแก้ไขตาข้อเรียกร้องจริง ๆ แต่วันนี้ยังไม่ถึงขั้นนั้น อยู่ดี ๆ ก็มาหยุดเดินรถกระทันหัน ไม่มีการเจรจาต่อรองอะไรเลย ตนยินดีที่จะนั่งโต๊ะเจรจา เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมาตนได้สั่งการให้ผู้ว่าฯรฟท.ไปชี้แจงก็เข้าใจกันดีและเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมาทางสหภาพก็บอกว่าจะมีการประท้วง ตนก็เห็นว่าไม่เป็นไรเพราะเห็นว่าวิธีการประท้วงมีหลายวิธี แต่พอวันที่ 22 มิ.ย.ก็หยุดงาน มันเป็นเรื่องที่กระทันหัน และน่าเสียใจ
นายโสภณ กล่าวว่า ในการจัดทำแผนฟื้นฟูนั้นมีคณะกรรมการดำเนินการและทำกันมาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว มาสำเร็จในรัฐบาลนี้ความจริงพอไม่เห็นด้วยจะต้องมีการดำเนินการมาเป็นขั้นตอน แต่วันนี้สำเร็จ โดยครม.มีมติแล้วจะมาบอกให้ยกเลิกมติครม.ดังกล่าวถือว่าเป็นกฎหมายเช่นเดียวกันดังนั้นจึงต้องให้ครม.เป็นผู้ตัดสินใจ ตนยืนยันว่าแผนฟื้นฟูครั้งนี้มีแต่รฟท.ได้ประโยชน์ ไม่ใช่รัฐเอาเปรียบรฟท. เพราะที่ผ่านมารัฐบาลต้องแบกรับภาระรฟท.มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในอนาคต หนี้สิน การฟื้นฟูครั้งนี้มีแต่รฟท.ได้กับได้ เพราะเรารู้กันอยู่แล้วว่ารฟท.ไม่มีสภาพคล่อง รัฐจำเป็นต้องอุ้ม เพราะมันขาดทุนมานาน หากไม่ฟื้นฟูเราก็อยู่กันแบบเก่า ส่วนประเด็นที่มีการกล่าวหาว่าจะเป็นการแปรรูปในอนาคตนั้นตนยืนยันว่าไม่มีเรื่องนี้
“ผมถึงได้ยืนยันว่าต้องมีการฟื้นฟูการทำงานผมถึงงงว่าบางเรื่องอยากให้เอกชนหรือมืออาชีพเข้ามาทำ ก็มาบอกว่าจะเป็นการแปรรูป ผมยังงงว่าวันนี้ประเทศไทยจะเอาอย่างไร เวลาจะให้เอกชนมาลงทุนก็บอกว่าให้เอกชนทำมาหากิน หรืออยู่ดี ๆ ก็มาบอกว่าเรื่องนี้ทำไมไม่ให้เอกชนลงทุน ประเทศไทยจะเอาอย่างไรกันแน่” นายโสภณ กล่าว
นายโสภณ กล่าวว่า กรณีที่ดินรฟท.ที่บุรีรัมย์เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เพราะสำนักงานที่ดินบุรีรัมย์ได้ดำเนินการจนเป็นที่ยุติทุกขั้นตอนแล้วและจะมาบอกให้ยกเลิกทันทีมันเป็นเรื่องที่ปฏิบัติไม่ได้ “ ผมยืนยันเรื่องต่าง ๆ ไปแล้วว่ามันไม่มีแต่ก็เอาเรื่องรถไฟบุรีรัมย์เข้ามาอีก ผมก็งงเหมือนกันว่าทำไมก่อนหน้านี้ถึงไม่เดือดร้อน วันนี้ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง”
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการดำเนินคดีกับพนักงานที่ประท้วงหยุดรถหรือไม่ นายโสภณกล่าวว่า เรื่องนั้นยังไม่ต้องพูดถึง เอาเป็นว่าให้หยุดประท้วงแล้วกลับมาทำงานเดินรถต่อไปก่อน ตนเพิ่งทราบว่าการเดินรถไฟมีเทคนิคมากมายทั้งระบบสัญญาณและเรื่องอื่น ๆ ไม่อยากถึงขั้นบอกว่าให้หาคนอื่นไปขับแทนเพราะมันคงไม่ถูกต้องคงต้องขอร้องให้มาพูดคุยกันดีกว่า หากมีเจตนาดีเหมือนกันก็ควรมานั่งคุยกันและเปิดเดินรถไฟ จะให้ใครมานั่งเป็นคนกลางก็ได้ มันมีวิธีพูดจาและเรียกร้องกันตั้งมาก ไม่ถึงขั้นต้องหยุดเดินรถ
เมื่อถามว่าจะต้องถึงขั้นที่ขอร้องให้ทหารเข้ามาขับรถไฟแทนก่อนเพื่อเปิดการเดินรถให้ได้ก่อนหรือไม่ นายโสภณ กล่าวติดตลกว่า ทหารขับไม่เป็น



