ข่าว

ปชป.จี้'เฉลิม'แจงศรส.ถลุงงบ3.5พันล.

ปชป.จี้'เฉลิม'แจงศรส.ถลุงงบ3.5พันล.

14 มี.ค. 2557

'ปชป.' จี้ 'เฉลิม' แจง 3 เดือน 'ศรส.' ถลุงงบ 3,500 ล้านบาท ถามบวกค่าไวน์-อาหารหรูด้วยหรือไม่ เหน็บ 'ยิ่งลักษณ์' เล่นละครเป็นอาชีพใหม่

 
                      14 มี.ค.57 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่อนุมัติงบประมาณศูนย์อำนายการรักษาความสงบ (ศรส.) 2,309 ล้านบาท จาก 3,500 ล้านบาท โดยขอให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ปฏิบัติหน้าที่รมว.แรงงาน และผอ.ศรส.ไปชี้แจงเพราะขาดความชัดเจน ทั้งนี้ตนมีคำถามว่าตั้งศรส.มา 3 เดือนเหตุใดใช้งบทั้งหมดถึง 3,500 ล้าน มีค่าไวน์ ค่าอาหารรวมอยู่ด้วยหรือไม่ ต้องชี้แจงว่านำเงินไปทำอะไร เพราะขณะนี้มีการร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญด้วยว่า การตั้ง ศรส.ผิดกฎหมายเพราะทำในขณะที่เป็นรัฐบาลรักษาการ หากมีการชี้ว่าขัดรัฐธรรมนูญ ศรส.จะเป็นองค์กรเถื่อน จึงอยากให้ กกต.พิจารณาเรื่องนี้ด้วย และ ศรส.ต้องมีคำตอบว่า ใครจะรับผิดชอบต่อการผลาญงบประมาณที่เกิดขึ้น
 
                      โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ปฏิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ที่ออกมาตอบโต้ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ออกจดหมายเปิดผนึกต่อต้านพฤติกรรม ดึงสหประชาชาติแทรกแซงกิจการภายในประเทศไทยว่า ไม่รู้เรื่องการต่างประเทศดีเท่ากับนายสุรพงษ์ว่า ใครอ่านคำสัมภาษณ์ดังกล่าวแล้วไม่ขำก็คงมีปัญหา นายสุรพงษ์กำลังเป็นตัวตลกของข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ และเป็นผู้ทำลายองค์กรที่มีศักดิ์ศรีของกระทรวงการต่างประเทศ ที่อ้างว่าจะนำยูเอ็นเข้ามา เพราะไม่อยากให้เด็กตีกันก่อนที่จะให้ครูเข้ามา
 
                      “ผมยืนยันไม่ใช่เด็กของยูเอ็นถ้า คุณสุรพงษ์อยากเป็นเด็กของยูเอ็น ก็เชิญไปเรียนหนังสือกับสหประชาชาติที่ประเทศอื่น เพราะคนไทยมีวุฒิภาวะแก้ปัญหากันเองได้ ไม่มีใครเกรงกลัวองค์กรระหว่างประเทศ แต่ต่อต้านเพราะไม่ต้องการให้นายสุรพงษ์ นำประโยชน์ชาติไปแลกเปลี่ยน ประโยชน์ทางการเมืองของนักการเมือง ที่คิดขายชาติด้วยการนำกิจการภายในไปเร่ขาย เปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาขยายอิทธิพลก้าวก่ายการบริหารประเทศ เมื่อเข้ามาได้จะให้ออกไปก็ยาก นายสุรพงษ์จึงต้องเข้าใจว่าข้าราชการทำงานอย่างมืออาชีพ ไม่ใช่นักการเมืองชั่วที่คิดกอบโกยประโยชน์โดยเอาประโยชน์ชาติไปแลก" โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
 
 
'ชวนนท์' เหน็บ 'ยิ่งลักษณ์' เล่นละครเป็นอาชีพใหม่
 
 
                      นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่ออกมาปฏิเสธการใช้กฎหมายในการดูแลประชาชนโดยยืนยันถึง 2 ครั้งว่า ไม่ต้องการให้ประเทศไทยใช้กระบวนการทางกฎหมายตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ว่า เป็นความล้มเหลวด้านจริยธรรมของบุคลากรทางการเมืองไทยครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งไม่ว่าสังคมใดที่ไม่ใช่สังคมวิกลจริตไม่มีทางยอมรับได้
 
                      ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวหาว่าองค์กรอิสระใช้กฎหมายไล่ล่าจนไม่มีที่ยืน เท่ากับยอมรับว่ามีพฤติกรรมขัดต่อกฎหมาย ทุจริต คอร์รัปชั่น ไม่สามารถยอมรับกระบวนการตรวจสอบของประเทศได้ นับเป็นเรื่องที่น่าเสียใจและคนไทยต้องให้สติ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตนไม่ทราบว่ากุนซือคนไหนคิดคำพูดให้ แต่คำพูดเหล่านี้จะติดตัวนางสาวยิ่งลักษณ์จนวันตาย ซึ่งสะท้อนหลักการทำงานและหลักคิดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พี่ชาย ที่ไม่ยอมรับกระบวนการตรวจสอบ และของดเว้นการใช้กฎหมายตรวจสอบ
 
                      “ที่น.ส.ยิ่งลักษณ์บอกไม่ให้ใช้กฎหมาย กำลังจะบอกให้ใช้ความรุนแรง อาวุธสงครามเข้าห้ำหั่นโดยไม่ต้องเคารพกฎหมายใช่หรือไม่ และที่พูดว่าใครทำไม่ดีขอให้สังคมออกมาประนาม แปลว่าต่อไปนี้ถ้ามีใครฆ่าคนตาย ไม่ต้องจับติดคุกให้สังคมประนาม แล้วจะอยู่กันอย่างไร และตอนนี้คนประนาม น.ส.ยิ่งลักษณ์มาเป็นปีกันทั้งประเทศทำไมจึงไม่รับรู้ เพราะถ้ามีจิตสำนึกคงไม่สร้างปัญหาให้บ้านเมือง แต่การประนามใช้ไม่ได้ผลกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องใช้กฎหมายในการตรวจสอบ นอกจากนี้ยังขู่ประเทศไทยว่าถ้าใช้กฎหมายมากๆจะยืนสู้ แปลได้ว่าจะให้คนเสื้อแดงเผาเมืองอีกใช่หรือไม่ ความเสียหายของบ้านเมืองที่ผ่านมาสอดคล้องกับความคิดของคนในตระกูลชินวัตร ขณะที่แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ประกาศลั่นกลองรบ ผมเชื่อว่าไม่มีคนไทยกลัวแต่จะช่วยกันปกป้องระบบนิติธรรม นิติรัฐ ไม่ยอมให้น.ส.ยิ่งลักษณ์และตระกูลชินวัตรอยู่เหนือกฎหมาย และคนไทยพร้อมรักษาประเทศให้ปลอดภัย จากน้ำมือของน.ส.ยิ่งลักษณ์” นายชวนนท์ กล่าว
 
                      โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คนทั้งประเทศเรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ลาออกจากรักษาการ กลับท่องรัฐธรรมนูญทั้งที่เจตนาของประชาชน ไล่น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกจากตำแหน่งนานแล้ว หรือประชาชนอาจไม่เห็นว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรีของไทยเลย ทั้งนี้เห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องคิดโดยใช้สามัญสำนึก หยุดทำร้ายประเทศไทย โดยการลาออกจากการปฏิบัติหน้าที่นายกฯ คนไทยจะไม่ตามไปวุ่นวายด้วยแน่นอน แต่ในขณะนี้การให้สัมภาษณ์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ทำร้ายประเทศไทยและเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีอย่างรุนแรง
 
                      นายชวนนท์ กล่าวว่า กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านขัดรัฐธรรมนูญ ทั้งเนื้อหาและกระบวนการตรากฎหมาย แต่พรรคเพื่อไทยออกมาโจมตีว่า 2 มาตรฐานโดยนำไปเทียบกับ พ.ร.ก.ไทยเข้มแข็ง ว่า เป็นความพยายามบิดเบือนความจริงดังนี้ 1.พ.ร.ก.ไทยเข้มแข็งเป็นพระราชกำหนด ไม่ใช่พระราชบัญญัติเหมือน พ.ร.บ.เงินกู้สองล้านล้าน โดยพระราชกำหนดจะถูกตรวจสอบ โดยรัฐธรรมนูญมาตรา 184 แต่ถ้าเป็น พระราชบัญญัติจะถูกตรวจสอบตามมาตรา 168 จึงนำมาเปรียบเทียบไม่ได้ โดยในขณะนั้นพรรคเพื่อไทยยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามมาตรา 184 และศาลรัฐธรรมนูญก็ชี้ว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญเพราะเป็นเรื่องเร่งด่วน
 
                      โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า 2.การที่พรรคเพื่อไทยเปรียบเทียบเรื่องนี้ขอให้ย้อนกลับไปดูวันที่มี พ.ร.ก.เงินกู้ 3.5 แสนล้าน พรรคประชาธิปัตย์ก็ยื่นตามรัฐธรรมนูญมาตรา 184 ศาลก็ชี้ว่าจำเป็นทั้งที่ตนไม่เห็นด้วยแต่ก็เคารพคำวินิจฉัยของศาล ซึ่งรัฐบาลพยายามบิดเบือนกล่าวหาศาลรัฐธรรมนูญ และพรรคประชาธิปัตย์ โดยนำกรณีที่แตกต่างกันมาเปรียบเทียบกันระหว่างพระราชกำหนด กับพระราชบัญญัติเพื่อให้เกิดความสับสน
 
                      ส่วนกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ขอขยายเวลาชี้แจงต่อ ป.ป.ช. 45 วัน แต่ป.ป.ช.อนุญาตให้ขยายเวลาได้ 15 วันนั้น นายชวนนท์ กล่าวว่า ขอถามว่าเอาเวลาไปทำอะไรทำไมไม่อ่านข้อกล่าวหา 49 หน้า แต่ปากบอกว่าพร้อมให้ตรวจสอบ ในขณะที่พฤติกรรมไม่พร้อมให้มีการตรวจสอบ มีแต่กล่าวหาคนอื่นพยายามตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ กล่าวหากลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ไปปิดทำให้ประมูลข้าวไม่ได้ กู้เงินไม่ได้ เพราะ กกต. คิดแต่คำแก้ตัวไม่คิดแก้ปัญหา แก้ตัวทั้งวันไม่แก้ปัญหาสักเรื่อง เพราะการประมูลข้าวไม่กระทบกับการชำระหนี้ที่ค้างกว่าแสนล้านบาท เนื่องจากการประมูลข้าวได้เงินไม่กี่พันล้านเท่านั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องเลิกโกหกและแสดงละคร หากหมดตำแหน่งนายกฯอาจไปเล่นละครได้ เพราะยิ้ม โกรธ ร้องไห้ ได้ในเวลาไม่กี่วินาที ในขณะที่คนไทยจะตายเพราะการแสดงละครนี้ จึงขอให้เลิกโทษคนอื่นแต่ให้โทษตัวเองเวลามองกระจก ถึงเวลาสละอำนาจเพื่อประเทศไทย เพราะสร้างความเสียหายครบวงจรทั้งเศรษฐกิจ สังคมไทย การเมืองและจริยธรรมได้แล้ว