
วอนรัฐ..ทำแผนแม่บท'อนุรักษ์ช้าง'ก่อนจะสาย
วอนรัฐ..ทำแผนแม่บท 'อนุรักษ์ช้าง'ก่อนจะสาย : "วิจิตร ชุณหกิจขจร-กวินทรา ใจซื่อรายงาน
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ "ช้าง" สัตว์ใหญ่คู่บ้านคู่เมืองของไทย ทั้งช้างป่าและช้างบ้าน มีชีวิตอยู่ในสภาวะลำบาก โดยเฉพาะ "ช้างป่า" เมื่อผืนป่าถูกบุกรุกทำลาย จึงขยายพื้นที่หากินออกมาใกล้ชุมชนมากขึ้น บางตัวโชคร้ายถูกยิง ถูกล่าลูกช้าง ถูกไฟช็อต และถูกรถชน ล่าสุดเกิดเหตุสลดต้อนรับวันช้างไทย รถมิตซูบิชิ ปาเจโร่ ชนช้างป่าที่กำลังข้ามถนน 3 ตัว บริเวณถนนสายบ้านบึง-แกลง อ.วังจันทร์ จ.ระยอง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 6 คน และช้างป่าล้มไป 1 ตัว
ขณะที่ "ช้างบ้าน" ต้องออกมาเร่ร่อนขอทานในเมืองใหญ่ เนื่องจากอาหารตามธรรมชาติไม่เพียงพอ คนเลี้ยงช้างจึงต้องพาช้างออกมาเร่ร่อนหาเลี้ยงปากท้องทั้งคนและช้าง และต้องยอมรับว่า “ช้างบ้าน” ส่วนใหญ่อยู่ในความครอบครองของนักธุรกิจ มักจ้างเจ้าของช้างเป็นคนเลี้ยง แต่ถ้าจะเอาช้างไปขายอาหารช้าง กล้วย อ้อย จะต้องเช่าไปในราคาวันละ 1,000-2,000 บาทต่อเชือก
ในอดีตหมู่บ้านคนเลี้ยงช้าง บ้านตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ หมู่บ้านช้างเลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ในสภาพเหมือนถูกทอดทิ้ง เลี้ยงช้างไปตามยถากรรม และคำว่า "ช้างขอทาน" เป็นคำที่เสียดแทงใจ "ธงชัย มุ่งเจริญพร" อดีตนายก อบจ.สุรินทร์ จึงจัดโครงการนำช้างคืนถิ่นพัฒนาสุรินทร์บ้านเกิด เมื่อปี 2545-2546 โดยให้ค่าอาหารช้าง และควาญช้าง เชือกละ 10,800 บาทต่อเดือน ปลูกอาหารให้ช้างในเนื้อที่ประมาณ 5-6 พันไร่
ในรูปของ “กองทุนช้าง” จัดแบ่งรายได้จากการเข้าร่วมชมหมู่บ้านช้างมาเป็นกองทุน เพื่อช่วยช้างและคนเลี้ยงช้าง และงานฝ่ายผู้บริหารจัดการในศูนย์คชศึกษา และมีการจัดแสดงช้างให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. และเวลา 13.00 น.
ปัจจุบัน “กองทุนช้าง” มีเงินบริหารอยู่ประมาณ 7 ล้านกว่าบาท มีช้างอยู่ในการรับผิดชอบในศูนย์คชศึกษา 60 เชือก และช้างในโครงการ “คชอาณาจักรช้างสุรินทร์" อีก144 เชือก ทำให้บรรดาช้างที่เข้ามาร่วมโครงการนั้นได้อยู่ดีกินดีมากขึ้น ไม่ต้องนำช้างออกไปเร่ร่อนขายกล้วย อ้อย อาหารช้าง ต่อไป
นับเป็นหนึ่งในรูปแบบของการแก้ไขปัญหาช้างที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของคนเลี้ยงช้างและจังหวัด ทว่าการแก้ไขปัญหาช้างในระดับประเทศนั้น รัฐบาลต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำแผนแม่บทแห่งชาติเกี่ยวกับการอนุรักษ์ช้าง เพื่อการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
"อลงกต ชูแก้ว" ผอ.กองทุนวิจัยและอนุรักษ์ช้างไทย จ.นครราชสีมา บอกถึงความคาดหวังการแก้ปัญหาช้างว่า ต้องการให้รัฐบาลเห็นความสำคัญในเรื่องช้างอย่างจริงจัง โดยจัดทำแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยเรื่องการอนุรักษ์ช้างป่าและช้างบ้าน ภูมิปัญญาของคนเลี้ยงช้าง เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาช้างได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ตลอดถึงการส่งเสริมสถานะของคนเลี้ยงช้างให้มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ให้ชาวบ้านเป็นแกนนำในการแก้ปัญหา และอนุรักษ์ช้าง เพราะชาวบ้านจะเป็นผู้เชี่ยวชาญ เข้าใจช้างมากกว่าเจ้าหน้าที่หลายคน และเชื่อว่า เมื่อรัฐให้การยอมรับองค์ความรู้ที่มีอยู่ของคนเลี้ยงช้างแล้ว จะทำให้เกิดการมีส่วนร่วมของชุมชนขึ้น จะนำไปสู่การอนุรักษ์ช้างไทยได้ในที่สุด
"สิ่งที่จะอนุรักษ์ช้างได้ คือ สังคมต้องเข้าใจเรื่องช้างให้มากขึ้น ช้างไทยมีทั้งช้างบ้านและช้างป่า โครงสร้างปัญหาที่เกิดขึ้น จึงมีความซับซ้อนและละเอียดอ่อนแตกต่างกันไป การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างล่าช้า ช้างจึงยังไม่ได้รับความสนใจและดูแลเท่าที่ควร” อลงกต บอกถึงสาเหตุการแก้ปัญหาช้างเร่ร่อนล่าช้า
อย่างไรก็ตาม สวนสัตว์จังหวัดนครราชสีมา ได้ให้การช่วยเหลือช้าง ด้วยการนำช้างเข้าโครงการ “คชอาณาจักรจังหวัดสุรินทร์” โดยจะสร้างขึ้นที่บริเวณสวนป่าดงภูดิน ในเนื้อที่ 3,000 ไร่ ในรูปแบบบ้าน “คนเลี้ยงช้าง” 300 เชือก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ให้ควาญช้างเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้
ประชากรช้างไทย
แม้จะไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัดว่าเมืองไทยมีช้างป่าและช้างบ้านเหลืออยู่เท่าไหร่?
แต่ข้อมูลเมื่อ 17 ปีก่อน ชาวต่างชาติเข้ามาศึกษาจำนวนช้าง โดยการสำรวจทางอ้อม คาดว่าประเทศไทยมีช้างป่า 1,500-2,000 ตัว ที่กระจายอยู่ในป่าทั้ง 49 แห่งทั่วประเทศ แต่ปัจจุบัน "ช้างป่า" ไม่ได้หากินในผืนป่าเท่านั้น ยังขยายพื้นที่หากินมายังพื้นที่ทำการเกษตรและชุมชนชายป่าอีกด้วย
ขณะที่ "ช้างบ้าน" มีอยู่ 4,435 เชือก ซึ่งฝังไมโครชิพแล้ว 4,238 เชือก มีช้างที่จดบันทึกอายุ 2,952 เชือก ซึ่งช้าง 417 เชือก มีอายุระหว่าง 40-50 ปี และพบอัตราการตายน้อยกว่าอัตราการเกิด
................................
(หมายเหตุ : วอนรัฐ..ทำแผนแม่บท 'อนุรักษ์ช้าง'ก่อนจะสาย : "วิจิตร ชุณหกิจขจร-กวินทรา ใจซื่อรายงาน)



