
ความยุติธรรม...หายตัวไป?
ความยุติธรรม...หายตัวไป? : รายการคม ชัด ลึกทางเนชั่นทีวี
ในโอกาสครบรอบ 10 ปี ของการบังคับบุคคลให้สูญหาย กรณี นายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความสิทธิมนุษยชนของไทย เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ที่ผ่านมา รายการ "คม ชัด ลึก" จึงได้จัดเสวนาในหัวข้อ ความยุติธรรม...หายตัวไป ?
น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม นักสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า คนคนหนึ่งถูกทำให้สูญหาย บุคคลที่อยู่ในลักษณะนี้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ คนในพื้นที่ที่ถูกกระทำ ก็จะมีการพิจารณาตรวจสอบและหากพิสูจน์ได้ว่า ถูกเจ้าหน้าที่กระทำจริง ทางฝ่ายผู้เสียหายก็จะได้รับการเยียวยาเป็นเงินจำนวนหนึ่ง แต่ก็มีเหมือนกันที่ได้รับเงินไม่เต็มจำนวน เนื่องจากพิสูจน์ได้แต่เพียงว่า เจ้าหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้องเท่านั้น แต่ไม่ได้เป็นผู้กระทำโดยตรง ทั้งนี้ รัฐบาลจะต้องตั้งคณะกรรมการที่จะทำหน้าที่สืบสวนสอบสวน โดยให้ญาติเหยื่อเข้าไปรับรู้ด้วย
ในกรณีความผิดร้ายแรง หากมีการพิจารณาคดีของทั้งสามศาลภายในเวลา 3 เดือน อาจมองได้ว่า มีการพิจารณาคดีอย่างไม่เป็นธรรม
ดร.ประทับจิต นีละไพจิตร สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการระบุความคืบหน้า หรือความจริงเกี่ยวกับคดีอย่างเป็นทางการ ตลอดจนมีเจ้าหน้าที่ของรัฐกี่คนที่ตกเป็นผู้ต้องหา กี่คนที่เกี่ยวข้องกับคดี เชื่อว่า จะมีการสร้างหลักฐานให้คลุมเครือ ไม่ชัดเจน ถึงแม้มีพยานเห็นชัดเจน แต่ก็มีการปฏิเสธ และสุดท้ายก็กลายเป็นบุคคลสูญหาย
สำหรับอนุสัญญาบุคคลสูญหาย น่าสนใจที่ไม่ใช่เฉพาะเหยื่อเท่านั้น ญาติของเหยื่อก็จะได้รับสิทธินี้ด้วย ซึ่งจะต้องมีการผลักดันให้สมบูรณ์ ต้องผ่านการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม และต้องมีมาตรการป้องกันตั้งแต่การจับกุม
ปัญหาละเมิดสิทธิมุนุษยชน ยังไม่มีการบันทึกสถิติ ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องทำได้แล้ว ตามหลักการแล้ว จะต้องตั้งสมมุติฐานให้เขาเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีการพิสูจน์ได้ว่า เขากระทำผิดจริง แล้วเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
รศ.ณรงค์ ใจหาญ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ในสามจังหวัดชายแดนใต้มีการเยียวยาในกรณีพิสูจน์ได้ว่า สูญหายไปโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยรัฐจะจ่ายเงินเยียวยาให้ แต่ในพื้นที่อื่นยังมีระเบียบหรือให้ใช้ในพื้นที่อื่น
ในกรณีศาลชั้นต้น อุทธรณ์ ฎีกา แล้ว ยังมีความเคลือบแคลงใจ ทั้งๆ ที่ในกระบวนการยุติธรรมจบสิ้นแล้ว เรื่องนี้ต้องพิจารณาหลายอย่างประกอบกัน อย่างเช่น คนที่ไม่ได้ไปลงมือฆ่าด้วย แต่เป็นผู้ปรึกษา ซึ่งตรงนี้เป็นคำซัดทอดของผู้กระทำผิด หากศาลตัดสิน จะต้องมีหลักฐานเพิ่มเติมมาประกอบการพิจารณาคดี



