ข่าว

'ปชป.'ถล่ม'ปู'โกงข้าว-กู้2ล้านล.

'ปชป.'ถล่ม'ปู'โกงข้าว-กู้2ล้านล.

13 มี.ค. 2557

'ปชป.' ตำหนิ 'ยิ่งลักษณ์' จงใจเลี่ยงแจง ป.ป.ช.ปมโกงจำนำข้าว อัด โกหก-ไม่รับผิดชอบ กู้ 2 ล้านล.ขัดรธน. จี้ 'ชัชชาติ' ลาออก

 
                         13 มี.ค. 57  นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ขอขยายเวลาชี้แจงกรณีทุจริตจำนำข้าวกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นการปฏิเสธให้ความร่วมมือกับ ป.ป.ช.เพราะหากมั่นใจว่าชี้แจงได้ทุกประเด็น ก็สามารถตอบคำถามได้หากเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ที่ขอขยายเวลาไปเรื่อยๆ เพราะตอบคำถามไม่ได้ และเป็นการเปิดแผลการทุจริตคอร์รัปชั่นครั้งประวัติศาสตร์ชาติไทย นอกจากนี้ยังมีความจงใจที่จะหลีกเลี่ยงการให้ถ้อยคำกับ ป.ป.ช.ที่กำหนดในวันที่ 14 มี.ค. 57 โดยมีการกำหนดภารกิจในต่างจังหวัดล่วงหน้า เพราะไม่ให้ความสำคัญกับองค์กรอิสระ อีกทั้งโครงการนี้ยังมีปัญหาในเรื่องการเบิกจ่ายเงินยืมงบฉุกเฉิน 2 หมื่นล้านมาจ่ายจำนำข้าวโดยต้องใช้คืนภายในวันที่ 31 พ.ค. 57 ก็เชื่อว่าจะมีปัญหาในอนาคต
 
 
 
 
อัด โกหก-ไม่รับผิดชอบ กู้ 2 ล้านล.ขัดรธน. 
 
 
                         นายชวนนท์ แถลงถึงคำพูดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ระบุว่า อย่าใช้กฎหมายลิดรอนสิทธิ์ขอให้ดูที่เจตนา หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า ร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านขัดรัฐธรรมนูญ ว่า กฎหมายลิดรอนสิทธิ์คนชั่วเท่านั้น แสดงว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ จงใจละเมิดกฎหมายและโจมตีมกฎหมายประเทศ ว่าเป็นเครื่องมือขัดขวางลิดรอนสิทธิ์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และเป็นคำพูดที่ต้องถอน เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำลายระบบเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และยังทำลายระบบคุณธรรมอย่างยับเยิน เมื่อระบุว่ากฎหมายเป็นอุปสรรคต่อการบริหารประเทศของรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าอาย เพราะต่างชาติจะต้องตั้งคำถามว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีจริยธรรม และหลักในการทำงานอย่างไร เพราะสิ่งที่รัฐบาลทำคือการขัดรัฐธรรมนูญและขัดกฎหมาย
 
                         นายชวนนท์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องความรับผิดชอบจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ดังนี้ 
 
                         1. กรณี ส.ส.เพื่อไทยกดบัตรแทนกันจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร 
 
                         2. น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นผู้ลงนามเสนอกฎหมายเงินกู้สองล้านล้านที่จงใจทำผิดรัฐธรรมนูญจะรับผิดชอบอย่างไร เพราะนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ปฏิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ถ้าเป็นนายกฯ ปกติจะต้องลาออก แต่ตอนนี้แค่ปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ไม่ต้องลาออก
 
                         3.โอกาสในการพัฒนาประเทศที่สูญเสียไป จากความพยายามเดินหน้าเงินกู้ 2 ล้านล้านด้วยกฎหมาย ที่ไม่เป็นไปตามระบบงบประมาณจะรับผิดชอบอย่างไร เพราะหากดำเนินการตามระบบปกติ สามารถเดินหน้าได้แต่ประเทศต้องสูญเสียโอกาสไปกว่า 2 ปี เพราะความละโมบโลภมากของรัฐบาล ที่ต้องการเหมารวมโครงการ หลีกเลี่ยงการตรวจสอบ จึงอยากให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ปฏิบัติหน้าที่รองนายกและรมว.คลัง รวมทั้งนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ปฏิบัติหน้าที่ รมว.คมนาคม ต้องทำความเข้าใจด้วย 
 
                         4. จะรับผิดชอบอย่างไรกับเงินงบประมาณ 200 ล้านในการประชาสัมพันธ์ พ.ร.บ.เงินกู้สองล้านล้านที่เป็นโมฆะ
 
 
 
 
ชี้ 'ยิ่งลักษณ์' ต้องรับผิดชอบ งบจัดทำโรดโชว์ 2 ล้านล้าน 
 
 
                         น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับกรณีนี้จากการกระทำความผิดในหลายวาระ ทั้งการเซ็นคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการประชาสัมพันธ์โครงการเงินกู้ 2 ล้านล้าน จำนวนเกือบ 2 ร้อยล้านบาทในการโรดโชว์ตามต่างจังหวัด ว่า สำนักเลขาธิการนายกและสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ต้องรับผิดชอบและจะมีการดำเนินคดีอาญากับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ด้วย เพราะเงิน 2 ก้อนที่จ้างสื่อมวลชนบางสังกัด สังกัดละ 100 ล้านบาท เพื่อประชาสัมพันธ์ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้าน เรื่องนี้ทีมกฎหมายกำลังพิจารณา  ดำเนินคดีอาญากับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อย่างไร เพราะมีการดำเนินการต่อเนื่อง แม้จะมีการส่งคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว แต่ก็ไม่มีการระงับแผน ทำให้รัฐเสียงบประมาณไปโดยเปล่าประโยชน์ ดังนั้นผู้ที่เซ็นอนุมัติงบประมาณคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ด้วย นอกจากนี้ยังเห็นว่าเป็นการอนุมัติงบประมาณ ที่ขัดต่อระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการพัสดุ และไม่มีการยับยั้งการกระทำผิดทั้งที่มีการฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว 
 
 
 
 
ถอดแผน 'เงินกู้ 2 ล้านล้าน' ก้อนแรก 1.7 แสนล้านโปะจำนำข้าว 1.3 แสนล้าน
 
 
                         นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า กรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กระทำผิดรัฐธรรมนูญในการออกกฎหมายเงินกู้ 2 ล้านล้าน ว่า มีเจตนาที่จะหลีกเลี่ยงระบบตรวจสอบ ทั้งที่อยู่ในระบบงบประมาณได้ แต่ต้องการหลีกเลี่ยงการจัดซื้อจัดจ้างตามปกติ เพราะเมื่อออกกฎหมายเงินกู้จะมีระเบียบต่างหาก จึงเป็นเจตนาเลวแต่ต้น เพราะงบปี 2557 ขาดดุลที่ 2.5 แสนล้านบาท ทั้งที่ตาม พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ และพ.ร.บ.วิธีการงบประมาณสามารถขาดดุลได้ที่ 5.4 แสนล้านบาท แต่รัฐบาลเลือกขาดดุลที่ 2.5 แสนล้าน ขณะที่เงินก้อนแรกที่จะใช้อยู่ที่ 1.7 แสนล้านบาท จึงสามารถจัดในงบปกติได้
 
                         รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีการโกหกว่าถ้าอยู่ในงบประมาณ จะทำให้ต่างชาติไม่เชื่อมั่นก็ไม่เป็นความจริงเพราะสามารถทำงบประมาณผูกพัน ได้ตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ ซึ่งโครงการเงินกู้สองล้านล้านของรัฐบาลใช้เวลาถึง 7 ปี สามารถทำงบผูกพันได้
 
                         "ที่อ้างว่าศาลรัฐธรรมนูญทำให้โอกาส ในการพัฒนาประเทศสะดุดลง ไม่เป็นความจริง แต่เป็นเพราะรัฐบาลมีเจตนาที่เลวมาตั้งแต่ต้น เพราะแม้ว่า พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านจะไม่ขัดรัฐธรรมนูญ รัฐบาลก็ไม่สามารถดำเนินการกู้เงินก้อนแรกได้ โดยพิจารณาได้จากแผนการก่อหนี้สาธารณะประจำปี 2557 โดย ครม.มีมติเมื่อวันที่ 21 ม.ค. 57 ตัดเม็ดเงิน 1.2 แสนล้านบาท ของโครงการเงินกู้ออกแล้วนำเงินที่ต้องใช้จ่ายหนี้จำนำข้าว 1.3 แสนล้านเข้าไปแทน เพราะถังแตก ดังนั้นการกู้เงินทำไม่ได้เพราะรัฐบาลบริหารห่วยทำให้เกิดความเสียหาย ไม่ได้เกิดจากคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะแม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีมติว่ากฎหมายกู้เงินได้ รัฐบาลก็กู้ไม่ได้อยู่ดีเพราะมีการนำยอดเงินออกจากแผนบริหารหนี้สาธารณะในปี 2557 ไปแล้ว"
 
                         นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงมีปัญหา เฉพาะราคาต่อกิโลเมตรสูงกว่าความจริงทุกรายการ ไม่ให้ความสำคัญในเส้นทางจำเป็น เช่น กทม.-หนองคาย แต่ให้ความสำคัญกับเส้นทาง กทม.-เชียงใหม่ ทำให้ไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน มีภาระดอกเบี้ยราว 4 หมื่นล้านต่อปี สูงกว่างบสำหรับการสร้างโรงพยาบาลที่รัฐบาลจัดสรรไว้ จึงเป็นบุญของประเทศที่กฎหมายนี้ไม่ผ่าน แต่ประชาชนไม่ต้องเสียดาย เพราะการพัฒนาประเทศสามารถดำเนินการได้ ตามระบบงบประมาณปกติและสามารถออกงบเพิ่มเติมได้หากมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ
 
 
 
 
ระบุ 5 เหตุผล 'ยิ่งลักษณ์-รบ.' ต้องรับผิดชอบ
 
 
                         นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ Aoodda" เรื่อง 'ทำไมยิ่งลักษณ์และคณะรัฐบาลต้องรับผิดชอบกรณี พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้าน ขัดรัฐธรรมนูญ'  มีเหตุผล 5 ประการ ที่ขัดรัฐธรรมนูณทั้งเนื้อหาและการตรา เพราะ 
 
                         1. กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายของรัฐบาล เกิดจากมติ ครม.ยิ่งลักษณ์ ลงนามเสนอสภาและเสนอโดยรัฐบาลในสภา 
 
                         2. เนื้อหากฎหมายขัด รธน.ตั้งแต่ต้นทางที่ออกจาก ครม. ไม่ได้มาเติมเนื้อหาขัดรธน.เอาในสภา อย่างที่รัฐบาลพยายามแก้ตัว ปัดความรับผิดชอบว่า เป็นเรื่องของสภาไปแล้ว รัฐบาลไม่เกี่ยว ซึ่งแสดงให้เห็นเจตนาจงใจกระทำการขัดรธน.ตั้งแต่ต้น
 
                         3. แม้หลายฝ่ายได้ออกมาทักท้วงถึงความไม่ชอบตามรธน.ในเนื้อหาของกฎหมายดังกล่าว แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็มิได้สนใจรับฟัง กลับใช้กลไกกรรมาธิการที่รัฐบาลมีเสียงข้างมาก และวิปรัฐบาลที่เป็นกลไกในสภาของรัฐบาล ใช้เสียงข้างมาก ผลักดันโดยไม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญไปจากร่างเดิม เพื่อทำให้กฎหมายหลุดพ้นจากการมีเนื้อหาที่ขัดรธน. 
 
                         4. การกดบัตรลงคะแนนแทนกัน ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดทั้งจริยธรรม ผิดกฎหมาย และผิดรธน. กระทำโดยส.ส.รัฐบาล คือพรรคเพื่อไทย เพื่อโกงคะแนนในสภาให้รัฐบาลสามารถผ่านกฎหมายดังกล่าวได้โดยสะดวกยิ่งขึ้น
 
                         5. ค่าใช้จ่ายของโครงการต่างๆ ที่ประมาณการไว้ในกฎหมายล้วนแล้วแต่มีราคาแพงกว่าที่เคยศึกษาไว้ก่อนหน้าเป็นเท่าตัว ส่อความไม่ชอบมาพากล และมีแนวโน้มนำไปสู่การแสวงหาผลประโยชน์ชัดเจน แต่โชคดีที่กฎหมายถูกระงับยับยั้งเสียก่อน ไม่เช่นนั้นประเทศก็จะต้องประสบกับความเสียหายอีกหลายแสนล้านไม่ต่างไปจากโครงการรับจำนำข้าว
 
                         "ยิ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกมาให้สัมภาษณ์ ภายหลังทราบผลการวินิจฉัยของศาลรธน.ว่า 'อย่ามองแต่ในแง่กฎหมาย' แล้ว ยิ่งสะท้อนความคิดและความไร้สำนึกของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่าจนวันนี้ยังไม่ตระหนักอีกว่ารัฐบาลต้องบริหารประเทศภายใต้กรอบกฎหมาย และต้องเป็นตัวอย่างและผู้นำในการเคารพ ปฏิบัติตาม และบังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด ไม่เช่นนั้นรัฐบาลก็จะไม่ต่างอะไรไปจากโจร เพราะโจรไม่คำนึงถึงกฏหมายอยู่แล้ว หากรัฐบาลใดไม่เคารพกฎหมาย รัฐบาลนั้นก็จะไม่ต่างอะไรไปจากรัฐบาลโจร"
 
 
 
 
จี้ 'ชัชชาติ' ลาออก ลั่นต้องรับผิดชอบ
 
 
                         นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า ร่างพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านขัดรัฐธรรมนูญว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ผิดทั้งเนื้อหาที่ขัดวิธีการงบประมาณ และการวิธีการพิจารณาที่มีอดีต ส.ส.สกลนคร กดบัตรคะแนนแทนสมาชิกอื่น ทำให้กฎหมายฉบับนี้ตกไป ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 216 ที่ว่าคำวินิฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ให้เป็นเด็ดขาดมีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐ ทำให้ทุกองค์กรต้องดำเนินการต่อไปตามคำวินิจฉัย ซึ่งครม.ต้องพิจารณาตนเองที่ได้ส่งกฎหมายที่ผิดพลาดเข้าสภา ทั้งที่หลายฝ่ายท้วงติงแล้วแต่ไม่แก้ไข รัฐสภาต้องหาวิธีป้องกันแก้ไขไม่ให้สมาชิกกดบัตรแทนกัน ประธานรัฐสภา ที่ทำหน้าที่ทั้งสองคนและสมาชิกรัฐสภาที่ลงมติเห็นชอบ ต้องรับโทษตามกฎหมายต่อไป 
 
                         "ผมขอฝากไปยังคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ปฏิบัติหน้าที่ รมว.คมนาคม ที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันโครงการตาม พ.ร.บ.นี้ด้วย ให้แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่ง เพื่อแสดงตนว่าเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ ที่สังคมไม่ต้องทวงถามสำนึกจริยธรรม ในฐานะที่เป็นคนรุ่นเดียวกัน เรียนด้วยกันมาตั้งแต่มัธยมที่ ร.ร.เตรียมอุดมศึกษา และด้วยศักดิ์ศรีของนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คุณชัชชาติ ยังเป็นนักเรียนทุนอานันทมหิดล กลับมาเป็นอาจารย์สอนที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ จนเป็นผู้ช่วยอธิการบดี ผมหวังว่าท่านจะแสดงความรับผิดชอบทันที เพื่อให้คนไทยยังพอมีหวังได้บ้าง ว่านักการเมืองคุณภาพ แบบคนรุ่นใหม่ ที่ยอมรับฟังความเห็นคนในสังคม ยังมีอยู่บ้าง ส่วนนักการเมืองคนอื่นนั้นผมไม่คาดหวังอะไร เพราะพฤติกรรมหลายครั้ง เป็นที่ประจักษ์แล้ว และประชาชนจะไม่เลือกคนเหล่านี้เข้าสภาอีก"
 
 
 
 
แฉ 'สุรพงษ์' ดึงเลขาฯยูเอ็น จุ้นไทย สร้างพันธกรณีใหม่ผูกพัน รบ.อนาคต
 
 
                         นายชวนนท์ แถลงชื่นชมกรณีที่ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ออกจดหมายเปิดผนึกปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ กรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ปฏิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ พยายามจะดึงเลขาธิการสหประชาชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย โดยระบุว่า จะเป็นผลเสียต่อประเทศไทยในระยะยาว เพราะไทยต้องสร้างพันธกรณีใหม่ผูกพันรัฐบาลอนาคต ส่งผลกระทบให้ต่างประเทศเข้ามามีบทบาทกำหนดนโยบายกิจการภายในของไทยได้ เท่ากับความคิดของนายสุรพงษ์ ยอมขายเอกราชของไทยแลกกับการให้สหประชาชาติ เข้ามาสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล ซึ่งมีคนกล่าวหาว่าไม่ต่างอะไรกับการขายชาติ จึงขอขอบคุณและแสดงความนับถือหัวใจของข้าราชการ ที่ออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ เพราะปัญหาในไทยคนไทยแก้ไขกันเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องให้ต่างประเทศเข้ามาแทรกแซง