ข่าว

'เฉลิม'น้อมรับคำตัดสินศาลรธน.

'เฉลิม'น้อมรับคำตัดสินศาลรธน.

13 มี.ค. 2557

'เฉลิม' เคารพคำตัดสินศาลรธน. ฟันกู้เงิน 2 ลล.ขัดรธน. ไม่หวั่นหาก 'นายกฯ' ถูกยื่นถอดถอน ชี้ไม่ได้ทำอะไรผิด พร้อมเป็นพยานให้ในฐานะปธ.ตรวจสอบทุจริจจำนำข้าว

 
                          13 มี.ค.57 ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กล่าวถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญกรณีพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ขัดรัฐธรรมนูญ ว่า เป็นการมองคนละมุม ศาลวินิจฉัยชัดเจนว่าหากจะมีงบประมาณไปบริหารราชการ ต้องจัดทำตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 เรียกว่างบประมาณรายจ่ายประจำปี หรืองบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ซึ่งแต่ละปีเกือบทุกรัฐบาลจะตั้งงบแบบขาดดุล เพื่อเอาเงินไปลงทุน แต่การขาดดุลจะขาดได้ไม่มาก เพราะมีเพดานการจัดทำงบประมาณ รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเห็นว่าประเทศไทยกำลังเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จึงอยากพัฒนาความเจริญให้มีรถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ โดยอาจจะกู้ไม่ครบ 2 ล้านล้านบาท ใช้หนี้ไม่ถึง 50 ปี หรือบางโครงการก็หาคนมาลงทุนด้วย
 
                          “ความเจริญจะเกิดในภูมิภาค รัฐบาลก็รู้ว่าถ้าตั้งงบประมาณรายจ่ายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 มันไม่มีเงิน จึงตั้งเป็นร่างพระราชบัญญัติขอกู้เงินเป็นกรณีพิเศษ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าไม่ได้ ก็ต้องเคารพคำตัดสินของศาล ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น แต่ผมเสียดายความเจริญของประเทศ วันนี้ฝ่ายค้านหรือไม่ว่าใครก็หัวเราะว่ารัฐบาลกู้เงินไม่ได้ แต่อีก 5 ปี จะต้องฟังเพลงสักวันหนึ่งเถอะจะคิดถึงฉัน และแล้ววันนั้นเธอต้องร้องไห้เพราะเราเจริญไม่ทันเขา” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
 
                          ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ จะยื่นถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม จากกรณีดังกล่าว ถามว่าจะถอดถอนอะไรรัฐบาลไม่ได้ทำอะไรผิด พิจารณาเปิดเผย ผ่านสภา 3 วาระ วุฒิสภาก็เห็นด้วยเรื่องนี้ไม่มีอะไรน่ากลัว ให้ไปกลัวเรื่องโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งตนกลับไปดูเอกสารในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรที่พัทยา จ.ชลบุรี นายกฯได้นำเสนอครม.และมีมติให้ตนเป็นประธานตรวจสอบโครงการทุจริตหลายโครงการ รวมถึงโครงการรับจำนำข้าวด้วย ตนจึงตั้งคณะอนุกรรมการ 11 คณะ แสดงให้เห็นว่านายกฯไม่ได้ละเลย แต่มีความห่วงใย และระมัดระวัง ถ้านายกฯจะอ้างตนเป็นพยานก็พร้อมไปเป็นพยานให้ และพร้อมเอาเอกสารไปชี้แจงต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งตนดูขั้นตอนการซื้อข้าวไม่พบการทุจริต พร้อมทั้งมีการตรวจสอบโรงสี โกดัง ใบประทวนข้าว พบการทุจริตบ้างก็ดำเนินคดี แต่ตอนหลังเป็นเรื่องของกระทรวงพาณิชย์ และองค์การคลังสินค้า
 
                          เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าประเด็นนี้จะทำให้นายกฯหลุดจากความรับผิดชอบ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่ได้ชี้แจงเลย เผื่อป.ป.ช.เห็นเอกสารจะได้เห็นว่านายกฯไม่ได้ปล่อยปละละเลย แต่ระมัดระวังตั้งแต่ต้น เกรงว่าจะมีการทุจริต แต่เมื่อเป็นการทุจริตและถูกกล่าวหาระดับกระทรวงก็น่าจะจบแล้ว
 
                          เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่ากรณีกกต.แจกใบเหลืองม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.เพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่ได้เลือกปฏิบัติ แล้วพรรคเพื่อไทยอาจจะต้องโดนลักษณะแบบนี้จากการที่ผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย ไปออกรายการช่อง 11 ในช่วงที่มีพ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ต้องดูว่าไปออกรายการเป็นการหาเสียง สร้างคะแนนนิยมหรือไม่ นักการเมืองไม่พูดเรื่องการเมืองจะพูดเรื่องอะไร ต้องดูข้อเท็จจริง ตนไม่กลัวประเด็นนี้ กลัวป.ป.ช.อย่างเดียว อย่างอื่นไร้สาระ