ข่าว

สงสารลูก...ตกใจตื่น

สงสารลูก...ตกใจตื่น

24 มิ.ย. 2552

ผมอาศัยอยู่บริเวณซอยจรัญสนิทวงศ์ 13 ใกล้ๆ แยกบางแวก ถนนราชพฤกษ์ ตัดถนนจรัญสนิทวงศ์ 13 ที่บริเวณใต้ทางยกระดับมีรถยนต์ของมูลนิธิร่วมกตัญญูจอดอยู่หลายคัน ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และรถกระบะ และมีวัยรุ่นอยู่จำนวนมาก จากที่สังเกตบางคนก็แต่งตัวใส่ชุดของมูลนิธิเ

 ผมได้รับความเดือดร้อนจากรถของมูลนิธิ ซึ่งผมต้องอดทนมานานไม่ต่ำกว่า 6 เดือนแล้ว เนื่องจากรถของมูลนิธิเปิดหวอหรือไซเรนอยู่ตลอดเวลา แทบทุก 20 นาที ในช่วงแรกผมก็พยายามอดทนมาตลอด แต่ตอนนี้อดทนไม่ไหวแล้วครับ เพราะผมมีลูกเล็กเพิ่งคลอด แกตกใจตื่นทุกๆ 20 นาที จนผมอยากจะย้ายบ้านหนีแต่ก็ไม่มีเงิน ภรรยาก็นอนร้องไห้ทุกคืนสงสารลูก จนทุกวันนี้ต้องหอบลูกไปอยู่บ้านแม่ยายบ้าง บ้านตัวเองสลับกัน
 ผมเข้าใจว่าการช่วยเหลือผู้เดือดร้อนเป็นเรื่องที่ดี ในบางครั้งต้องใช้ความเร่งด่วนก็ไม่จำเป็นที่จะเป็นไซเรนตั้งแต่อยู่ในซอย ควรเปิดบนถนนใหญ่ และการขับรถก็หวาดเสียวมาก อาจทำให้ตัวเองบาดเจ็บเสียเองได้ และบางครั้งที่ไม่มีเหตุจะไปไหนมาไหนก็เปิดไซเรน ทำความเดือดร้อนให้ชาวบ้านมาก
 อยากให้มีเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบว่าคนกลุ่มนี้เป็นเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิจริงหรือไม่ รถยนต์ที่ใช้ที่ไม่ใช่รถของมูลนิธิทำไมถึงนำมาใช้ได้ และการติดตั้งไซเรนเข้าใจว่าต้องขออนุญาตด้วย
 ขอร้องเถอะครับใช้ไซเรนเท่าที่จำเป็นเถอะครับ สงสารชาวบ้านบ้างเถอะ
ศิริพัฒน์ / แยกบางแวก
ตอบ
 พ.ต.ท.สุรสิทธิ์ สุทธิพันธุ์ รอง ผกก.ป.สน.บางเสาธง ชี้แจงว่า บริเวณนี้มีสนามฟุตบอลมีประชาชนมาเล่นกีฬา และเป็นจุดพักจอดรถของมูลนิธิร่วมกตัญญู รวมถึงรถฉุกเฉินของโรงพยาบาลศรีวิชัย ซึ่งรถของมูลนิธิส่วนใหญ่ที่พบเห็นจะมีแต่รถมอเตอร์ไซค์ ไม่ค่อยมีรถยนต์หรือรถกระบะ
 ในการปฏิบัติหน้าที่ของรถมูลนิธิ โดยปกติเมื่อเกิดเหตุการณ์หลังจากที่ได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิที่มีรถมอเตอร์ไซค์จะล่วงหน้าไปก่อน จากนั้นรถกู้ชีพที่ติดสัญญาณไฟไซเรนก็จะตามไป และเปิดไฟไซเรนเฉพาะที่จำเป็นจะไม่เปิดสุ่มสี่สุ่มห้าหรือนึกอยากจะเปิดก็เปิด และการจะติดตั้งไฟไซเรนนั้น จะต้องขออนุญาตติดตั้งก่อน แต่ส่วนใหญ่ก็ยอมรับว่ามีการติดตั้งกันเอง ตำรวจไปตรวจเจอไม่ได้ขออนุญาตก็ต้องจับ
 รองผู้กำกับปราบปราม บอกว่า จะประสานไปยังงานจราจรให้รับทราบเรื่องการขับขี่ใช้ความเร็ว และจะไปแจ้งเตือนให้ระมัดระวังในการเปิดไฟไซเรนต่อไป
ลุงแจ่ม