
'แก๊งลูกแพะ'เชื่อมไทย-มาเลย์ส่งคนปท.ที่3
ผ่าเครือข่าย'แก๊งลูกแพะ' เชื่อมไทย-มาเลย์ส่งคนไปประเทศที่สาม : ทีมข่าวอาชญากรรม
ขบวนการปลอมแปลงหนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ต ยังคงเลือกใช้ประเทศไทยในการกระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง แม้ที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพยายามกวาดล้างอย่างหนัก แต่ก็ไม่ได้ทำให้เครือข่ายเหล่านี้หมดไป ปัจจุบันแม้กลุ่มคนร้ายจะย้ายฐานการผลิตหนังสือเดินทางปลอมเข้าไปในมาเลเซีย แต่ก็ยังใช้ไทยเป็นแหล่งพัก และแหล่งติดต่อประสานงานของขบวนการปลอมแปลงหนังสือเดินทางอยู่อย่างสม่ำเสมอ
พฤติกรรมขบวนการปลอมแปลงหนังสือเดินทางมักพัวพันเครือข่ายที่เชื่อมโยงถึงการค้ามนุษย์ หรือแก๊งลูกแพะ การค้ายาเสพติด การค้าอาวุธสงคราม ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ซึ่งขบวนการปลอมแปลงหนังสือเดินทางจะใช้วิธีผ่าเล่ม เปลี่ยนหน้า โดยเปลี่ยนรูปถ่ายในหนังสือเดินทางให้เป็นของ "ลูกค้า" หรือใช้วิธีเปลี่ยนรูปและสอดแทรกกระดาษปลอมบางหน้า ทำให้รูปเล่มหนังสือเดินทางเหมือนจริงมาก ซึ่งต้องสแกนข้อมูลและใช้ทักษะในด้านงานศิลป์ เพื่อทำปลอมหนังสือเดินทางเสมือนจริง โดยหนังสือเดินทางที่จะนำมาปลอมแปลงได้มาจากการขโมยเล่มตัวจริง และเมื่อได้มาแล้วจะเปลี่ยนเฉพาะใบหน้าเจ้าของพาสปอร์ต โดยจะขายในราคาฉบับละ 1-3 หมื่นบาท ส่วนเล่มที่ปลอมทั้งฉบับ จะขายเล่มละ 5-6 พันบาท
ขบวนการปลอมแปลงหนังสือเดินทางจะใช้วิธีขโมยหรือซื้อหนังสือเดินทางจากหลายประเทศ โดยเฉพาะแถบยุโรป เช่น สเปน อิตาลี ฝรั่งเศส อังกฤษ แล้วจะส่งพัสดุมายังประเทศไทย จากนั้นจะปลอมแปลงหนังสือเดินทาง และขายให้ลูกค้าที่ต้องการไปยังประเทศที่สาม สนนราคาแล้วแต่คุณภาพของงานและความยากง่าย รวมถึงประเทศที่ต้องการจะทำ และความยากง่ายการส่งหนังสือเดินทางที่ปลอมแปลงแล้วไปยังประเทศต่างๆ ที่สั่งซื้อและสื่อสารทางอินเทอร์เน็ต โดยเชื่อมโยงกับกลุ่มที่กระทำผิดที่นำหนังสือเดินทางที่ปลอมแปลงจากประเทศไทยไปใช้ในการกระทำผิดหลายรูปแบบ เช่น กระบวนการก่อการร้าย การทุจริตบัตรเครดิต การค้ามนุษย์ การลักลอบเข้าเมือง
อย่างไรก็ตาม ขบวนการปลอมแปลงหนังสือเดินทางหลายครั้ง หนีไม่รอดการสืบสวนหาข่าวของตำรวจชุดสืบสวนของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งมีการจับกุมเครือข่ายขบวนการปลอมแปลงเอกสารอย่างต่อเนื่อง เมื่อปลายปี 2556 ที่ผ่านมา ชุดสืบสวนของ บก.สส.สตม.ขออนุมัติเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว คือ นายอาลี ชาฮิดิ ตาบา อายุ 40 ปี สัญชาติอิหร่าน เป็นบุคคลต้องห้าม เนื่องจากมีพฤติการณ์เป็นกลุ่มเครือข่ายนายหน้าจัดส่งชาวอิหร่านลักลอบเดินทางเข้าไปประเทศที่สาม ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่เป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชน หรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
ข้อมูลการสืบสวนทราบว่า นายอาลี เดินทางเข้าไทย มาประกอบธุรกิจโรงแรมขนาดเล็ก และร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี บังหน้า แต่ฉากหลังกลับมีพฤติการณ์จัดส่งชาวอิหร่าน หรือลูกแพะ ลักลอบเดินทางเข้าสู่ประเทศที่สาม โดยมีปลายทางที่ประเทศญี่ปุ่น ออสเตรเลีย แคนาดา สหราชอาณาจักร และบางประเทศในทวีปยุโรป โดยคิดค่าใช้จ่ายประมาณ 1.3 ล้านบาทต่อราย โดยนายอาลีจะว่าจ้างให้เครือข่ายปลอมแปลงเอกสารจัดทำหนังสือเดินทางปลอมเพื่อให้ลูกแพะใช้เดินทาง ส่วนใหญ่หนังสือเดินทางที่ทำปลอมขึ้นจะเป็นหนังสือเดินทางของประเทศอิตาลี ฝรั่งเศส และออสเตรีย
พล.ต.ต.วราวุธ ทวีชัยการ ผบก.สส.สตม. ให้ข้อมูลว่า นายอาลี ชาฮิดิ ตาบา ถูกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจับกุมและผลักดันออกนอกประเทศไปแล้ว พร้อมทั้งขึ้นแบล็กลิสต์เป็นบุคคลเป็นภัยต่อความมั่นคง โดยห้ามเข้าประเทศ ขณะที่เครือข่ายแก๊งผลิตปลอมแปลงหนังสือเดินทางกลุ่มอื่นๆ ก็มีการขยายผลติดตามจับกุมอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ มาตรการกวดขันจับกุมที่เข้มข้นของตำรวจ พบว่า 4-5 ปีย้อนหลัง พฤติการณ์ของแก๊งปลอมแปลงหนังสือเดินทางจะเปลี่ยนแปลงไป โดยปัจจุบันแก๊งนี้จะใช้ไทยเป็นเพียงสถานที่พัก สถานที่ติดต่อประสานงาน ขณะที่ฐานการผลิตหนังสือเดินทางปลอมจะย้ายไปอยู่ในประเทศมาเลเซียแทน
"ที่ปลอมหนังสือเดินทางมากสุดในเวลานี้คือแก๊งลูกแพะ ที่ต้องการนำคนในแถบตะวันออกกลางในประเทศที่มีปัญหาการสู้รบ เช่น อิรัก อิหร่าน หรือซีเรีย เดินทางเข้าไปลี้ภัยในประเทศแถบยุโรป แก๊งลูกแพะจะรับงานกันเป็นช่วงๆ มีการแบ่งหน้าที่กันทำ มีกลุ่มจัดหาลูกค้าจากประเทศต้นทาง นำลูกค้าเดินทางด้วยหนังสือเดินทางจริงของตัวเองเข้ามาพักในไทย แล้วให้ขบวนการในไทยติดต่อประสานงานสั่งทำหนังสือเดินทางปลอมไปที่มาเลเซีย เมื่อหนังสือเดินทางพร้อม ขบวนการก็จะนำลูกค้าเดินทางจากไทยด้วยหนังสือเดินทางจริงเข้าไปมาเลเซียเพื่อไปรับหนังสือเดินทางที่ทำปลอมแล้วใช้เป็นหลักฐานเดินทางไปยังประเทศที่สาม" ตำรวจชุดสืบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้ข้อมูล
ตำรวจรายนี้ ให้ข้อมูลด้วยว่า ที่กำลังติดตามพฤติกรรมอยู่ในเวลานี้คือ เครือข่ายแก๊งลูกแพะที่ใช้ซอยนานา ย่านสุขุมวิท เป็นสถานที่ในการติดต่อประสานงาน มีชาวไลบีเรีย 7-8 คน ทำหน้าที่ติดต่อประสานงาน วิธีการดำเนินการของแก๊งนี้ คือ เมื่อชาวตะวันออกกลางรายใดต้องการเดินทางไปยังประเทศที่สาม จะเดินทางมาติดต่อกับแก๊งนี้ เพื่อว่าจ้างให้ดำเนินการนำตัวไปยังประเทศที่ต้องการ หลังจากรับงานแล้วกลุ่มนี้จะประสานไปยังเครือข่ายในมาเลเซียให้จัดทำหนังสือเดินทางปลอมให้ หลังจากนั้นประมาณ 15 วัน เครือข่ายก็จะนำลูกค้าเดินทางไปยังมาเลเซียผ่านด่านสะเดา จ.สงขลา เพื่อรับหนังสือเดินทางปลอมใช้เป็นหลักฐานเดินทางต่อไปยังสนามบินปักกิ่งประเทศจีน เพื่อเปลี่ยนเครื่องเดินทางต่อไปยังประเทศในแถบยุโรปตามที่ต้องการ
"กลุ่มนี้ใช้ไทยเป็นที่พักและประสานงาน โดยลูกค้าจะเดินทางเข้าโดยใช้พาสปอร์ตของตัวเอง แล้วให้ขบวนการลูกแพะ สั่งทำหนังสือเดินทางปลอมให้ในมาเลเซีย โดยใช้อินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางในการสั่งทำ เครือข่ายในไทยจะแจ้งข้อมูลของลูกค้า เช่น ส่วนสูง น้ำหนัก อายุ และภาพถ่ายจริง ไปให้เครือข่ายในมาเลเซียปลอมหนังสือเดินทาง โดยใช้เครื่องพิมพ์หน้าพาสปอร์ตที่นำเข้าจากประเทศจีนเป็นอุปกรณ์สำคัญ เมื่อได้หน้าพาสปอร์ตมาแล้วจะนำไปเย็บเล่มเข้ากับหนังสือเดินทางที่ขโมยมา เพื่อต้องการข้อมูลการเดินทางของหนังสือเดินทางเดิมไปการันตีตอนผ่านขั้นตอนการตรวจสอบจากประเทศปลายทาง เมื่อปลอมแปลงเสร็จแล้วลูกค้าจะเดินทางจากไทยไปยังมาเลเซียรับหนังสือเดินทางปลอมแล้วเดินทางต่อไปประเทศที่สาม" ตำรวจชุดสืบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้ข้อมูล
กรณีการใช้หนังสือเดินทางปลอมของชาวตะวันออกกลาง 2 คน ที่ใช้หนังสือเดินทางปลอมของชาวอิตาลี และออสเตรีย เดินทางไปกับสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบิน เอ็มเอช 370 ซึ่งสูญหายอยู่ในขณะนี้ ข้อมูลการสืบสวนของตำรวจพบว่า มีการใช้บริการของแก๊งลูกแพะ ซึ่งเชื่อมโยงกับแก๊งปลอมแปลงหนังสือเดินทางระหว่างไทยกับมาเลเซีย โดยในมาเลเซียมีหัวหน้าใหญ่คือ นายอาลี ชาวอิหร่าน ขณะที่ไทยมี นายอาซิน ชาวอิหร่าน ที่พำนักในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เป็นตัวประสานงาน ซึ่งตำรวจกำลังติดตามพฤติกรรมของคนกลุ่มนี้อยู่ คาดว่าเร็วๆ นี้น่าจะสามารถรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีได้
....................
(หมายเหตุ : ผ่าเครือข่าย'แก๊งลูกแพะ' เชื่อมไทย-มาเลย์ส่งคนไปประเทศที่สาม : ทีมข่าวอาชญากรรม)



