
เรือนจำสั่งคุมเข้มลูกฆ่าพ่อแม่หวั่นทำร้ายตัวเอง
'ครอบครัว-การศึกษา'คาดปมลูกฆ่าพ่อแม่ ศน.จี้ทบทวนแนวทางส่งเสริมศีลธรรม ผลักดันหลักสูตรพุทธศึกษาเป็นวิชาบังคับ
12มี.ค.2557 รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า กรณีเกิดเหตุสลดลูกชายคนโต อายุ 18 ปี ฆ่ายกครอบครัวที่จ.ปทุมธานี โดยอ้างว่าพ่อแม่รักน้องมากกว่าและผิดสัญญาที่จะซื้อรถยนต์ให้หากสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้นั้น ถือเป็นเหตุสลดครั้งใหญ่ที่เกิดจากความบกพร่องของระบบครอบครัวและระบบการศึกษา โดยเฉพาะครอบครัวชนชั้นกลางในเมือง ที่มีค่านิยมในการเลี้ยงลูก เน้นเรียนดี กวดวิชา เพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยและให้วัตถุนิยมเป็นการตอบแทน เช่น พ่อแม่บอกว่า เมื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้จะให้รถยนต์เป็นการตอบแทน ซึ่งเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ของเด็กและพ่อแม่ ขณะเดียวกันสังคมในมหาวิทยาลัยเน้นความฟุ้งเฟ้อ ใช้ของแบรนด์เนม นิสิตนักศึกษาทุกคนจะมีรถยนต์ ยิ่งเมื่อเด็กมีแฟน ก็ยิ่งต้องการรถยนต์เพื่อขับรับส่งแฟนตนเอง ล้วนเป็นเหตุสลดใจ เพราะผิดหวัง
ส่วนระบบการศึกษา โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยต้องทบทวนตนเอง โดยเฉพาะสภาพสังคมในมหาวิทยาลัยที่เด็กแข่งขันด้านวัตถุ การรับน้องที่นำนิสิตนักศึกษาปี 1 เที่ยวกลางคืน ดื่มแอลกอฮอล์ ดังนั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ระบบครอบครัวและระบบการศึกษาต้องแก้ไขปัญหา โดยมหาวิทยาลัยควรจัดกิจกรรมให้นิสิตนักศึกษาเรียนรู้การช่วยเหลือสังคม ไม่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องวัตถุ ขณะที่ครอบครัวชนชั้นกลางต้องฉุกคิดใหม่ถึงวิธีการเลี้ยงดู และปฏิเสธค่านิยมการกวดวิชาตั้งแต่เด็ก และมุ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้แต่เพียงอย่างเดียว รวมทั้งการแสดงความรักต่อลูกด้วยการให้สิ่งของแพงๆ
เรือนจำสั่งคุมหวั่นทำร้ายตัวเอง
นายเรืองศักดิ์ สุวารี ผอ.ทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง กล่าวถึงการควบคุมลูกฆ่าพ่อแม่ว่า ได้ส่งเข้ามาควบคุมที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ซึ่งอยู่ในการควบคุมดูแลของทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง เบื้องต้นหลังถูกส่งตัวเข้าเรือนจำในแดนแรกรับ เจ้าหน้าที่ได้จัดให้อยู่ห้องควบคุมเล็กแยกออกมาจากห้องควบคุมใหญ่โดยมีเพื่อนผู้ต้องขังประมาณ 10 ราย เป็นเพื่อนร่วมเรือนนอน โดยพบว่ามีอาการเครียดจัด จึงได้สั่งการให้ผู้คุมดูแลอย่างใกล้ชิดป้องกันไม่ให้ถูกผู้ต้องขังด้วยกันทำร้าย รวมทั้งป้องกันไม่ให้ทำร้ายตัวเอง จากนั้นได้ให้นักสังคมสงเคราะห์ของเรือนจำเข้าไปพุดคุยเพื่อให้ได้ระบายความรู้สึกออกมาเพื่อลดอาการเครียด และปรับสภาพจิตใจให้ใช้ชีวิตในเรือนจำได้ ในวันที่ 13 มี.ค.คณะกรรมการจำแนกผู้ต้องขังจะทำการจำแนกว่าจะส่งตัวเข้าควบคุมในแดนคุมขังใดที่แดนไหนต่อไป
ศน.ทบทวนแนวทางส่งเสริมศีลธรรม
ที่วัดสามพระยา นายกฤษศญพงษ์ ศิริ อธิบดีกรมการศาสนา(ศน.) กล่าวในการเปิดโครงการฝึกหัดสวดโอ้เอ้วิหารราย เพื่ออนุรักษ์ โบราณราชประเพณี ว่า จากเหตุการณ์เด็กวัย 19 ปี ฆ่า พ่อ แม่ และน้องของตนเอง สร้างความสะเทือนใจแก่สังคมเป็นอย่างมาก ดังนั้น ศน.จึงขอเรียกร้องให้ครอบครัว สถาบันการศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่า จะเป็น กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)สภาการศึกษา ต้องทบทวนและเห็นความสำคัญของการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ต่อเด็กและเยาวชนว่า ยังส่งเสริมกันน้อยไปหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องของศีล 5 ต้องช่วยกันส่งเสริมให้เด็กได้รู้จักการปฏิบัติมากขึ้น ไม่ใช่รู้เพียงแค่ทฤษฎีเท่านั้น
นายกฤษศญพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ที่สำคัญกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) กำลังผลักดันให้มีหลักสูตรพุทธศึกษาในสถานศึกษาทั้งในและนอกระบบการศึกษา ใน (ร่าง) แผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับปรับปรุง(พ.ศ. 2556 - 2559) ในทุกระดับการศึกษา โดยขอให้แยกออกจากวิชาสังคมให้อยู่ในหลักสูตรแกนกลาง ซึ่งเป็นวิชาบังคับที่นักเรียนจะต้องเรียนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยเฉพาะภาคปฏิบัติ โดยจะให้นักเรียนได้ปฏิบัติจริง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของศีล การรักษาศีลทำอย่างไร การทำสมาธิ ต้องนั่ง ฝึกจิต อย่างไร และเรื่องของปัญญา มีความหมายอย่างไรและจะนำไปใช้งานได้อย่างไร
“ไม่อยากให้โทษเด็ก หรือใคร แต่เราต้องร่วมมือกัน สร้างศีลธรรมให้เกิดขึ้นในใจของเด็ก ให้เด็กรู้จักคิดถึงความผิดชอบชั่วดี และฝึกการมีสติ ไม่ให้ขาดสติยั้งคิด และถึงเวลาแล้วที่กระทรวงศึกษาธิการ จะใช้เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ ทบทวนการส่งเสริมศีลธรรมให้แก่เด็ก ซึ่งในส่วนของกรมการศาสนา พร้อมให้ความร่วมมือทุกภาคส่วนทุกศาสนาในการผลักดันศีลธรรมให้เกิดขึ้นสู่เด็กและเยาวชน ผ่านกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น คลินิกคุณธรรม ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ และมีครูพระสอนศีลธรรมประจำอยู่ หากเด็กและเยาวชน มีปัญหาไม่สบายใจสามารถที่จะ ไปปรึกษาหาทางออกชีวิตกับพระที่อยู่ประจำศูนย์ได้” อธิบดีศน.กล่าว
นายกฤษศญพงษ์ กล่าวอีกว่า ศน.ยังได้หากิจกรรม มาส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้หลักธรรม และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ อย่างเช่น โครงการฝึกหัดสวดโอ้เอ้วิหารราย เพื่ออนุรักษ์โบราณประเพณี ก็เป็นแนวทางหนึ่ง ที่จะให้เด็กได้ฝึกการใช้ภาษา และเรียนรู้หลักธรรมในการดำเนินชีวิตไปในตัว ที่สำคัญยังได้ฝึกการแข่งขันทักษะ โดยผู้ชนะเลิศจะได้รับโล่พระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2557 ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวังด้วย ซึ่งศน.พร้อมที่จะช่วยครอบครัว สถาบันการศึกษา ส่งเสริมศีลธรรมเข้าสู่จิตใจของเด็ก อย่างไรก็ตาม หากสนใจกิจกรรมสวดโอ้เอ้วิหารราย หรือโครงการอื่นๆ สามารถดูได้ที่ www.dra.go.th ,www.facebook.Drathai.gov โทร.0-2422-8802-8
ตำรวจยังรอหลักฐานเพิ่ม
ด้านพ.ต.อ.ตระกูล เกียวประเสริฐ ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า ในคดี นายอัควัฒน์ อายุ 19 ปี ใช้อาวุธปืนยิงบิดา - มารดา และน้องชาย เสียชีวิต เหตุเกิดวันที่ 9 มี.ค.2557 แม้ว่าในการสอบสวนคนร้ายจำนนด้วยพยานหลักฐานจนรับสารภาพ อย่างไรก็ตามทางคดี ยังต้องรอหลักฐานจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 1 นำมาประกอบสำนวนคดี คือผลพิสูจน์เขม่าดินปืน ที่ติดอยู่กับเสื้อผ้าและมือ รวมถึงกล้องวงจรปิดที่ถนนเสมาฟ้าคราม ใกล้กับห้างเทสโก้โลตัส ที่ผู้ต้องหาอ้างว่าหลังจากก่อเหตุแล้ว ได้นำกุญแจบ้านไปทิ้งและต้องรอผลพิสูจน์ของนิติเวชธรรมศาสตร์ ว่ามียานอนหลับในกระเพาะอาหารของผู้ตายทั้ง 3 ศพ หรือไม่
ส่วนในเรื่องการประกันตัวผู้ต้องหานั้น ต้องให้ทางศาลจังหวัดธัญบุรี เป็นผู้พิจารณาเรื่องหลักทรัพย์การยื่นประกันตัว ซึ่งได้ตั้งราคาไว้เป็นเงินสด 500,000 บาท ส่วนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้คัดค้านในการประกันตัว แล้วแต่ทางศาลจังหวัดธัญบุรี จะให้ประกันตัวหรือไม่ต้องอยู่ที่ดุลพินิจของศาลอีกครั้ง ส่วนโทษสูงสุดคือประหารชีวิตในคดีนี้ โดยขณะนี้นายอัควัฒน์ ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำธัญบุรี



