
ปชป.พร้อมสู้คดี'สุขุมพันธุ์'โดนใบเหลือง
12 มี.ค. 2557
'ปชป.' พร้อมสู้คดี 'สุขุมพันธุ์' โดนใบเหลือง หนุนเลิกใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชี้กระทบ 'อุตฯท่องเที่ยว-เสถียรภาพทางศก.'
12 มี.ค.57 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้ใบเหลือง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯกทม.) โดยจะส่งให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาว่า พรรคพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ และพร้อมปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา 239 เกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น ที่มีการให้ใบเหลืองต้องส่งเรื่องต่อศาลอุทธรณ์ และคำสั่งของศาลอุทธรณ์เป็นที่สุด ซึ่งพรรคจะได้เตรียมประเด็นที่กล่าวหาว่ามีสมาชิกพรรคใส่ร้ายป้ายสีพรรคการเมืองอื่น
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็น ผอ.เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ยืนยันว่า พรรคระมัดระวังไม่ให้มีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง รวมถึงการใส่ร้ายป้ายสีผู้สมัครด้วย แต่ประเด็นนี้ กกต. 3 คนเห็นว่าเป็นการใส่ร้ายป้ายสี แต่อีก 2 คนไม่เห็นว่าเป็นการใส่ร้ายป้ายสี อย่างไรก็ตามพรรคจะนำข้อเท็จจริงไปชี้แจงต่อศาลอุทธรณ์ ว่าไม่ได้มีการใส่ร้ายป้ายสี แต่เป็นการปราศรัยบนพื้นฐานข้อมูลที่เป็นจริง จึงเชื่อมั่นว่าเมื่อศาลอุทธรณ์ได้รับฟังข้อมูลจากพรรค แล้วจะเห็นเจตนาและเข้าใจการปราศรัยสนับสนุนผู้สมัครของพรรคไม่ใช่การป้ายสี
นายองอาจ กล่าวว่า การใช้ดุลพินิจของ กกต.ในเรื่องดังกล่าวนั้น ขัดกับ กกต. กทม.ที่เห็นว่าไม่ใส่ร้ายป้ายสี จึงถือเป็นเรื่องดุลพินิจและมุมมอง แต่พรรคยืนยันว่าพร้อมที่จะน้อมรับคำวินิจฉัยของกกต.และต่อสู้คดีในศาลอุทธรณ์ โดยยังเชื่อมั่นว่าหาเสียงโดยมีเป้าหมายไม่ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง
'องอาจ' หนุนเลิกใช้พรก.ฉุกเฉิน ชี้กระทบอุตฯท่องเที่ยว-ศก.
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีที่มีการเรียกร้องให้ศูนย์อำนายการรักษาความสงบ (ศรส.) ยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ซึ่งรัฐบาลมีแนวโน้มว่าจะยกเลิกแต่ยังมีคนในรัฐบาลไม่เห็นด้ว และอยากคงอำนาจ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเอาไว้ว่า เมื่อรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อป้องกันและปราบปรามไม่ให้ใช้ความรุนแรงต่อการชุมนุมของประชาชน แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมยังเกิดอย่างต่อเนื่อง
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ดังนั้นข้ออ้างที่ว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินป้องกันความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมจึงไม่เป็นความจริงและไม่บรรลุวัตถุประสงค์ ตรงกันข้ามยังเป็นผลร้ายทางด้านเศรษฐกิจของชาติ เพราะหลังประกาศใช้ ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวทันที เพราะต่างชาติประกาศให้นักท่องเที่ยวงดท่องเที่ยวในไทย และอีกหลายประเทศไม่สามารถทำประกันภัยในภาวะฉุกเฉินได้ ทำให้ไม่ได้รับความคุ้มครอง เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาไม่ได้ ก็ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเป็นลูกโซ่ แตกต่างจากการชุมนุมที่นักท่องเที่ยวยังเดินทางมาได้ตามปกติ และยังมีการเดินทางไปที่ชุมนุมเพราะเห็นว่าเป็นงานมหกรรมมากกว่าที่จะเป็นการชุมนุม
นายองอาจ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีผลกระทบต่อการลงทุนทั้งของไทยและต่างชาติ โดยจะเห็นว่าหลังการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส่งผลต่อตลาดทุนเพราะมีผลทางจิตวิทยาต่อภาวะไหลเข้า - ออกของเงินเป็นอย่างยิ่ง ในขณะที่ความเข้มแข็งของเศรษฐกิจไทยกำลังถูกกัดกร่อน ดังนั้นรัฐบาลควรใช้ 2 ปัจจัยนี้ไปเป็นหลักในการพิจารณายกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะยังมีประมวลกฎหมายอาญาซึ่งใช้เล่นงานแกนนำและผู้ชุมนุมอยู่แล้ว
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การใช้กฎหมายอาญามีความร้ายแรงกว่าการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่รัฐบาลหวังว่ากฎหมายนี้จะคุ้มครองเจ้าหน้าที่ว่าไม่ได้ทำผิด อย่างไรก็ตามไม่ปรากฏว่ามีการก่อการร้าย หรือทำลายความมั่นคงของชาติ รัฐบาลจึงควรเร่งยุติการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะยิ่งยกเลิกเร็วเท่าไหร่เศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้เร็วเท่านั้น
'ปชป.' ยกคำพูด 'พงศ์เทพ' มัด 'ยิ่งลักษณ์' ต้องลาออก 2 ลล.ขัดรธน.
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า เมื่อศาลมีคำวินิจฉัยในทางใดทางหนึ่งจะเป็นบรรทัดฐานในการดำเนินการด้านงบประมาณและการกู้เงิน แต่รัฐบาลยังมีพฤติกรรมเหมือนเดิม โดยทั้งนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี กับนายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้พยายามปฏิเสธความรับผิดชอบ หากมีการชี้มูลว่าผิด สะท้อนการขาดจิตสำนึก ความรับผิดชอบต่อประเทศของฝ่ายบริหาร เพราะการออกกฎหมายดังกล่าวมีจุดบกพร่องมากมาย ทั้งขัดหลักการบริหารงบประมาณแผ่นดิน ขาดความโปร่งใส เปิดช่องทุจริต ไม่มีการศึกษารายละเอียดความคุ้มค่าของแต่ละโครงการ เป็นการบริหารประเทศแบบมักง่าย ไม่คำนึงถึงความคุ้มค่าและการป้องกันการทุจริต นำประเทศไปสู่ความเสี่ยง จึงขอให้ประชาชนจับตาคำวินิจฉัยของศาลในวันนี้ ถ้าไม่ขัดรัฐธรรมนูญสังคมก็ควรร่วมกันพิจารณาข้อกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา
ทั้งนี้ หากขัดรัฐธรรมนูญน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ต้องลาออกจากตำแหน่ง แม้จะอยู่ในสถานะปฏิบัติหน้าที่ไม่ใช่นายกฯตัวจริงก็ตาม เพราะนายพงศ์เทพ ก็เคยพูดว่าถ้าขัดรัฐธรรมนูญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องรับผิดชอบในทางใดทางหนึ่ง จะอ้างว่าตอนนี้ไม่ได้เป็นนายกฯแล้วไม่ได้ อีกทั้งในการพิจารณาของสภา ก็มีการชี้ให้เห็นถึงความบกพร่องของกฎหมายดังกล่าว แต่รัฐบาลไม่เคยรับฟังใช้เผด็จการรัฐสภาออกกฎหมาย ซึ่งสุดท้ายเมื่อเกิดปัญหา
ตนขอย้อนคำพูดของน.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เพราะหากรัฐบาลมีความจริงใจรับฟังเสียงข้างน้อย เชื่อว่าเสาตอม่อของรถไฟความเร็วสูงหรือรถไฟรางคู่อาจเกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นคนที่ทำให้ชาติเสียโอกาสคือรัฐบาลเอง ส่วนเรื่องการทำลายความน่าเชื่อถือ ต่อกระบวนการยุติธรรมของพรรคเพื่อไทย ที่จะมีการดำเนินคดีกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก ที่ชี้ว่าการแก้ รธน.ปมที่มาส.ว.ขัด รธน.มาตรา 68 เป็นยุทธศาสตร์เดิมๆ เพื่อบิดเบือนประเด็นลดความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีหลายคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ทำเหมือนกับที่ พยายามทำลายความน่าเชื่อถือของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หวังปลุกมวลชนต่อต้านเพื่อใช้เป็นข้ออ้างว่าถูกศาลรัฐธรรมนูญกลั่นแกล้ง
ทั้งที่ปมแก้ที่มา ส.ว.มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียด ตัดสิทธิผู้อภิปราย กดบัตรแทนกัน ปรับโครงสร้างให้ครอบครัวของส.ส.และส.ว. เป็นส.ว.ได้ทำลายโครงสร้างหลักการถ่วงดุลย์ทำให้เกิดปัญหา แต่ที่รัฐบาลออกมาทำเช่นนี้ก็เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือขององค์กรอิสระ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เพราะพรรคเพื่อไทยพร้อมห้ำหั่น กับองค์กรอิสระในทุกรูปแบบเพราะทุจริตและทำผิดกฎหมาย รวมถึงการเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 ที่ส่อเป็นโมฆะ จึงถือว่ารัฐบาลมีแนวคิดเป็นเผด็จการทำลายประเทศไทยให้ย่อยยับ เพราะไม่ยอมรับการทำงานทางการเมือง ภายใต้กติกาที่มีองค์กรอิสระตรวจสอบถ่วงดุลย์ได้
นายชวนนท์ กล่าวว่า สำหรับโครงการรับจำนำข้าว ที่กระทรวงพาณิชย์ ไม่กล้ากู้เงินจากกระทรวงการคลัง 2 หมื่นล้านจ่ายหนี้ชาวนา เพราะไม่มั่นใจว่าจะระบายข้าวนำเงินมาใช้คืนได้ ภายในวันที่ 31 พ.ค.57 ทำให้ความเดือดร้อนของชาวนาไม่ได้รับการแก้ไข ในขณะที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่สนใจที่จะแก้ปัญหา และเชื่อว่าจะเลื่อนการเข้าชี้แจงต่อ ป.ป.ช.ออกไปอีก จึงขอเรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ยอมรับกระบวนการตรวจสอบ ไม่ใช่หลีกเลี่ยงแก้ปัญหาด้วยการลอยตัว ไม่รับผิดชอบเหมือนที่ทำมาโดยตลอด



