ข่าว

'คู่รักตลาดนัด'สองเราไม่ทิ้งกัน

'คู่รักตลาดนัด'สองเราไม่ทิ้งกัน

13 มี.ค. 2557

'คู่รักตลาดนัด'สองเราไม่ทิ้งกัน : คอลัมนฺเขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เรื่อง-ศุภกร อรรคนันท์

 
                     ย้อนหลังไปเมื่อกว่า 30 ปีก่อน สภาพความเป็นอยู่ของคนในชนบททั้งทางเหนือและอีสาน อยู่ในสภาพที่ไม่ต่างกัน ความยากจนทำให้ไม่มีโอกาสทางการศึกษา ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ที่ทำให้โอกาสในการได้ทำงานดีๆ ก็มีน้อยลงไปด้วย อย่างมากก็เป็นได้แค่สาวโรงงาน ซึ่งต้องอพยพถิ่นฐานไปทำงานในเมืองใหญ่
 
                     ไม่ต่างจากชีวิตเด็กน้อยชาวเหนืออย่าง "รุ่งทิพย์ (ไก่) ศรีจ๊ะ" ชาว อ.แม่ใจ จ.พะเยา ที่ประตูการศึกษาถูกปิดตายเมื่อจบชั้น ป.6 จึงต้องอพยพจากบ้านนอกเพื่อแสวงหาโอกาสให้ชีวิต เธอเลือกที่จะไปอยู่กับพี่สาวที่ทำงานอยู่พัทยา จ.ชลบุรี ทำงานไปเรียนไป ส่งตัวเองผ่านแต่ละเทอมมาอย่างลุ่มๆ ดอนๆ แต่ก็เรียนจนจบระดับ ปวช. ทำให้มีใบเบิกทางเข้าทำงานในตำแหน่งที่ดีขึ้น เป็นพนักงานบัญชีบริษัท มีโอกาสในการเปลี่ยนงานหรือเลือกงาน จนได้มาเป็นพนักงานบัญชีของโรงแรมหลายแห่งในพัทยา พบรักกับพนักงานบริษัทแต่งงานมีลูกสาว 1 คน แต่ด้วยความที่อุปนิสัยและความคิดที่แตกต่างกัน
 
                     13 ปีให้หลังไก่และสามีชาวไทยต้องเลิกรากันไป คงเหลือแต่ความเป็นเพื่อน เป็นพี่น้อง ทั้งสองยังช่วยกันดูแลส่งเสียดูแลลูกสาวที่ไปอยู่กับพ่อ หลังเลิกรากับสามี "ไก่" อยากลืมภาพอดีตอันเจ็บปวด ลืมเรื่องราวที่เคยหวานชื่นในเมืองพัทยา จึงกลับไปทำงานที่ภาคเหนือ ไปอยู่เชียงใหม่
 
                     5 ปีจากนั้นจึงเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนทำผม เสริมสวย และเรียนตัดเสื้อผ้าจนสำเร็จหลักสูตรและมีความเชี่ยวชาญ จึงย้อนกลับมาทำงานที่พัทยาอีกครั้ง แต่ด้วยอายุที่มากขึ้น มองว่าการทำงานเป็นพนักงานบริษัทมีแต่เสมอตัว กินเงินเดือนไปจนวันตาย เมื่อใดจะตั้งเนื้อตั้งตัวได้
 
                     "ไก่" มองหาลู่ทางค้าขาย เป็นเจ้านายตัวเอง ขยันก็ได้ ขี้เกียจก็อด เริ่มด้วยการเป็นแม่ค้าขายเสื้อผ้ามือสอง และของแต่งกายสำหรับสุภาพสตรี แรกๆ ก็เอาเสื้อผ้าของตัวเองออกขายตามตลาดนัดต่างๆ ในพื้นที่เมืองพัทยา ต่อมามีลูกค้าประจำก็เริ่มไปรับเสื้อผ้ามาขายกว่า 8 ปีที่ค้าขายเป็นอาชีพทำให้มีประสบการณ์และเกิดความชำนาญ จึงเลือกที่จะเปลี่ยนมายึดการค้าขายเฉพาะ "น้ำหอม เครื่องสำอาง และอุปกรณ์เสริมความงามสุภาพสตรี" ซึ่งเป็นสินค้าที่ราคาไม่แพงมากนัก ขายง่าย ขายคล่อง ได้เงินกลับมาเร็ว โดยเร่ขายตามตลาดนัดในพื้นที่ต่างๆ ในเขตเมืองพัทยา รายได้ดีจึงพอที่จะส่งเงินกลับบ้านเกิดให้พ่อและส่งเป็นค่าเล่าเรียนลูกสาวได้
 
                     ชีวิตแม่ค้าผ่านไปวันๆ เหนื่อยแต่สนุก มีบ้างที่รู้สึกท้อ เหงา อ้างว้าง แต่เมื่องานหนักหัวถึงหมอนก็หลับ ไม่ต้องคิดอะไรมาก กระทั่งกลางอากาศร้อนเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ขณะขายของสายตาสะดุดที่ฝรั่งขายรองเท้าในตลาดนัดเดียวกัน รู้สึกแปลกใจ จึงแอบมองด้วยความชื่นชมสงสัยอยู่บ่อยครั้ง จนตาสบตา รอยยิ้มก็ตามมา มิตรภาพเริ่มต้นขึ้นแล้ว สอบถามทราบชื่อ "ลาสโลเนกี้" สัญชาติฮังการี อายุมากกว่าสิบกว่าปี เคยมีครอบครัวทั้งภรรยาและบุตรชาย-บุตรสาว จำนวน 4 คน ที่ฮังการี บ้านเกิด เขาเคยพาครอบครัวเดินทางมาเที่ยวพัทยาหลายครั้ง ต่อมาด้วยความคิดเห็นที่แตกต่างทำให้ต้องเลิกรากับภรรยา
 
                     กระทั่งปี 2554 ลาสโลเนกี้มาเที่ยวพัทยาอีกครั้ง พร้อมเพื่อนและลูกชาย แต่มาครั้งนี้เขาตัดสินใจว่าจะขออยู่ที่พัทยาในช่วงบั้นปลายชีวิต ปล่อยให้เพื่อนและลูกชายเดินทางกลับ ส่วนเขาหาลู่ทางทำธุรกิจจนตัดสินใจเปิดร้านเบเกอรี่สไตล์ฮังการีในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แต่ธุรกิจกลับไปไม่รอด กิจการล้มไม่เป็นท่า แต่เขาก็ยังไม่คิดยอมแพ้และไม่ยอมหยุดนิ่ง ด้วยความที่รักคนไทย อยากอยู่เมืองไทยต่อไป เขาจึงเลือกอาชีพค้าขาย โดยการซื้อรองเท้าแฟชั่นที่มีราคาไม่แพงมากนักนำไปขายที่ตลาดนัดจนมาพบกับ "ไก่" แรกๆ ทั้งสองยังคงเป็นเพื่อนที่คอยให้คำแนะนำและให้ความช่วยเหลือกัน โดยไม่คิดว่าจะมาเป็นคู่รักกันเลย ชักชวนไปเร่ขายตามตลาดนัดต่างๆ ด้วยกัน ทำให้มีความใกล้ชิดกันมากขึ้น "ผมเจอเธอครั้งแรกก็ไม่ได้คิดอะไร เพียงแค่ชวนกันกินข้าวหลังงานค้าขาย กลับบ้านก็คุยกันทางอินเทอร์เน็ต แต่เมื่อได้พูดคุยกันจึงรับรู้ได้ว่าเรามีความคิดที่ตรงกัน ต้องการอะไรที่เหมือนกันไปทุกเรื่อง ในเมื่อผมก็โสด เขาก็โสด ทำความสัมพันธ์อันดีจึงเกิดขึ้น" ลาสโลเนกี้ กล่าว
 
                     ความใกล้ชิดก่อเกิดความรักและความผูกพันตลอดระยะ 3 เดือนที่รู้จักกัน ความรู้สึกดีซึมลึกลงในใจมากขึ้นเรื่อยๆ อยากพบอยากเจอกันทุกวัน และนี่คือ "ความรัก" ที่ทั้งสองต่างเข้าใจและรับมันไว้อย่างเต็มใจ จนกระทั่งเอ่ยปากถามใจของกันและกันว่า การคบหาเริ่มเกินเลยกว่าความเป็นเพื่อน แต่เป็นความรักที่ดีและพร้อมจะยอมรับ จึงตัดสินใจคุยเรื่องการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน
 
                     "การมาพบมาเจอกัน เชื่อว่าเป็นการทรงนำของพระเจ้า ที่ได้เฝ้าขอพรและอธิษฐานขอคู่ครองที่ดีจากพระเจ้า ชีวิตคู่เคยพลาดมาก่อนจึงค่อนข้างไตร่ตรองเลือกคนที่จะมาเป็นคู่ครอง สำหรับเขาจึงนับว่าเป็นเรื่องที่ตลกและบังเอิญที่พระเจ้าส่งมาให้ เพราะมีความรู้สึกว่าเราสองคนเข้ากันได้ดี ทั้งอุปนิสัย ความคิด การกระทำ เหมือนกันทุกอย่าง จึงทำให้มีความรู้สึกที่ดีต่อกัน" 
 
                     "อยู่ด้วยกันช่วยกันทำมาหากิน ต่างฝ่ายต่างช่วยกันคนละไม้ละมือ เพื่อเติมเต็มให้กันและกัน "ไก่" มีเวลาประดิษฐ์ ออกแบบ ตัดเย็บ สินค้าประเภทเสริมความงามสุภาพสตรี นำไปขาย เป็นการลดต้นทุน ได้รับความนิยมจากลูกค้า ทำให้ขายดี รายได้ก็เพิ่มมากขึ้นด้วย อนาคตทั้งสองตั้งเป้าหมายชีวิตเพื่อประคองชีวิตคู่ไปได้ดีที่สุดไม่ให้ผิดพลาดซ้ำกับที่เคยผ่านมา ต้องวางแผนอย่างรอบคอบทั้งเรื่องงาน เรื่องเงินและอนาคต ปัจจุบัน "ลาสโลเนกี้" ได้ประกาศขายฟาร์มสัตว์เลี้ยงของเขาที่ประเทศฮังการี เพื่อนำเงินมาตั้งหลักปักฐานครองรักใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไทยกับภรรยาชาวไทยอย่างมีความสุขตลอดไป
 
 
..........................
 
('คู่รักตลาดนัด'สองเราไม่ทิ้งกัน : คอลัมนฺเขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เรื่อง-ศุภกร อรรคนันท์)