
หมายจับ'หมอวีระ'ปิดล้อมก.พลังงาน
12 มี.ค. 2557
ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ 'หมอระวี' นำมวลชนบุกรุกปิดล้อมกระทรวงพลังงาน 'ศรส.' กำชับตำรวจติดตามโดยด่วน เตรียมกำลังร่วมแสน ดูแลเลือกตั้งส.ว.
12 มี.ค. 57 เมื่อเวลา 12.00 น. ที่บช.ปส. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะกรรมการศรส. แถลงหลังการประชุมศรส.ว่า ศรส.ได้รับรายงานว่า พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการยื่นคำร้องขออนุมัติหมายจับ นพ.ระวี มาศฉมาดล , นายทศพล แก้วทิมา และนายธวัชชัย พรหมจันทร์ ในข้อหาความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง จากการนำมวลชนเข้าบุกรุกปิดล้อมกระทรวงพลังงานอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับนพ.ระวี กับพวกแล้ว ซึ่งศรส. ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินการติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 คน มาดำเนินคดีโดยด่วนต่อไป
นายธาริต กล่าวว่า ศรส.ได้รับแจ้งจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า ได้กำหนดมาตรการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาล่วงหน้าในวันที่ 23 มีนาคม และเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 30 มีนาคม โดยจัดตั้งศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้งขึ้นในทุกระดับ โดยจัดชุดรักษาความปลอดภัยสถานที่เลือกตั้ง สถานที่พิมพ์บัตรเลือกตั้ง และสถานที่เก็บบัตรเลือกตั้ง รวมถึงสนับสนุนการเลือกตั้งตามที่กกต. จะได้ร้องขอ โดยมีการเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่กว่าหนึ่งแสนนาย เพื่อให้การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาในปลายเดือนนี้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
นายธาริต กล่าวด้วยว่า ศรส.ได้รับรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึงคดีที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งอันเกิดจากการกระทำของแกนนำ กปปส. กับพวก เมื่อครั้งการเลือกตั้งที่ผ่านมา มีดังนี้ 1) คดี กปปส. ขัดขวางการเลือกตั้งทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 149 คดี แยกเป็นคดีเกิดในกทม. จำนวน 51 คดี และคดีที่เกิดในต่างจังหวัด จำนวน 143 คดี
2) คดีที่เจ้าหน้าที่กกต.จงใจละทิ้งไม่จัดการเลือกตั้ง รวมทั้งสิ้น 177 คดี แยกเป็นคดีที่เกิดในกทม. จำนวน 66 คดี และคดีที่เกิดในต่างจังหวัดจำนวน 111 คดี รวมคดีที่เกี่ยวกับการกระทำผิดต่อกฎหมายเลือกตั้งทั้งสิ้น 371 คดี โดยศาลได้ออกหมายจับให้ รวมทั้งสิ้น 186 คน ได้ตัวมาสอบสวนแล้ว 105 คน ทั้งนี้เฉพาะเจ้าหน้าที่กกต. จงใจละทิ้ง ไม่จัดการเลือกตั้งมีจำนวนถึง 1,552 คน นอกจากนี้ ยังปรากฏว่า พนักงานสอบสวนของตำรวจนครบาล พนักงานสอบสวนของจังหวัดสตูลและจังหวัดพัทลุง ได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีขัดขวางการเลือกตั้งในเขตพื้นที่ 2 จังหวัด ซึ่งมีการร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.กลาง ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้เกิดการขัดขวางการเลือกตั้ง และไม่ดำเนินการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
นายธาริต กล่าวว่า ศรส.ขอตำหนินายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. รวมถึงแกนนำกปปส. ที่พยายามให้ข่าวตลอดเวลาว่า ศรส. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จงใจกลั่นแกล้ง นายอิสระ สมชัย แกนนำกปปส. ซึ่ง ศรส.ขอยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง การดำเนินคดีนี้เป็นไปตามข้อเท็จจริง จากกรณีนายยืม นิลหล้า ได้เข้าไปนั่งพักผ่อนบริเวณสวนลุมพินี ใกล้กับเวทีการชุมนุมของ กปปส. แล้วได้ถูกการ์ด กปปส. ควบคุมตัวและทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วยการรุมซ้อมทำร้ายร่างกายแล้วจับมัดไว้ในเต็นท์การ์ดเป็นเวลาถึง 6 วัน และมีอาการปอดฉีกขาดและบาดแผลถูกรุมทำร้ายทั่วทั้งร่างกาย แล้วทำการมัดมือมัดเท้าและปิดตานำไปโยนในแม่น้ำบางปะกงเพื่อหวังฆ่าให้ตาย แต่นายยืม สามารถเอาตัวรอดจนได้รับการช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาล และต่อมานายยืม ได้กล่าวต่อสื่อมวลชนว่านายอิสสระ เป็นผู้สั่งให้นำตัว ไปโยนลงแม่น้ำ ซึ่งในชั้นการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ศาลจังหวัดฉะเชิงเทราก็ได้ออกหมายจับนายอิสสระ กับพวก รวม 6 คน ในข้อหาพยายามฆ่าฯ ดังนั้นการที่ศาลได้ออกหมายจับนายอิสสระ กับพวกรวม จึงเป็นไปตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ซึ่งกระบวนการยุติธรรมทางอาญาจะต้องดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่การใส่ร้ายหรือกลั่นแกล้งใดๆ



