ข่าว

ศาลชี้ขาด!'พ.ร.บ.กู้2ลล.'ขัดรธน.

ศาลชี้ขาด!'พ.ร.บ.กู้2ลล.'ขัดรธน.

12 มี.ค. 2557

มติเอกฉันท์ ศาลรธน. 9 ต่อ 0 ชี้ ร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านมีเนื้อหาขัดรธน. ส่วนกระบวนการตรากฎหมาย ศาลมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 2

 
                      12 มี.ค.57 นายเชาวนะ ไตรมาส เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติ ว่า ร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ 2 ล้านล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ทั้งในส่วนของเนื้อหาและกระบวนการตราร่าง พ.ร.บ.ซึ่งในส่วนของเนื้อหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ  ขณะที่ ในกระบวนการตรา ร่าง พ.ร.บ.คณะตุลาการมีมติเป็นเสียงข้างมากว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งรายละเอียดจะต้องรอฟังคำวินิจฉัยกลางจากศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้ง 
 
                      นายเชาวนะ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ตุลาการยังมีมติ รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ขอให้วินิจฉัยเรื่องการจัดการเลือกตั้ง ใน 28 เขตเลือกตั้ง ไม่มีผู้สมัคร และคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นที่ขอให้ศาลวินิจฉัยให้การเลือกตั้ง 2 ก.พ. 2557 เป็นโมฆะ ตามที่นายกิตติพงศ์ กมลธรรมวงศ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอให้ส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 
 
                      ทั้งนี้ รายงานข่าวจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ แจ้งถึงมติตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรณีคำร้อง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน ว่า ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เห็นว่าร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ มีเนื้อหาที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และมีมติ 6 ต่อ 2 เห็นว่ากระบวนการตรากฎหมายไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โดยมีตุลาการ 1 คน งดออกเสียง เนื่องจากเห็นว่า ที่ประชุมได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ในประเด็นเนื้อหาของร่างพ.ร.บ.ที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญไปแล้ว ซึ่งมีผลทำให้กฎหมายฉบับนี้ตกไป จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องลงมติในประเด็นที่เกี่ยวกับกระบวนการตรากฎหมายอีก 
 
 
 
 
 
 
"ม็อบกปปส."เฮลั่น หลังศาลรธน.ตีตกกม.กู้เงินสองล้านล้าน 
 
 
                      ผู้สื่อข่าวรายงานจากสวนลุมพินีว่า บรรยากาศการชุมนุมกลุ่มกปปส.ในช่วงเช้า ผู้ชุมนุมแยกย้ายกันพักผ่อนตามเต็นท์ที่พักขนาดใหญ่ และใต้ร่มไม้รอบๆ สวนลุมพินี ขณะผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่งก็เดินทางไปร่วมชุมนุมกับชาวนาที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งแต่ช่วงเช้า ขณะที่ ผู้ชุมนุมบางส่วนก็เข้าร่วมกิจกรรมการเสวนาปฏิรูปประเทศไทยที่จัดขึ้นภายในศูนย์เยาวชนสวนลุมพินี ซึ่งกิจกรรมบนเวทีก็ยังมีการแสดงดนตรีสลับการปราศรัยของแกนนำอย่างต่อเนื่อง 
 
                      ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำกปปส. ได้ขึ้นเวทีแจ้งข่าวว่า  ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติให้ร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ....(กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท) ขัดต่อรัฐธรรมนูญมีผลให้กฎหมายดังกล่าวต้องตกไป ซึ่งทำให้ประชาชนไม่ต้องเป็นหนี้อีก 50 ปี นอกจากนี้ นายวิรัตน์ จะยื่นถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ออกจากตำแหน่งด้วย  อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลเสนอกฎหมายใดและต้องตกไปนั้น รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองโดยการลาออกทั้งคณะ และร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายการเงิน ซึ่งตามธรรมเนียมปฏิบัติรัฐบาลต้องลาออก  นอกจากนี้ ศาลรธน.ได้รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่  ทั้งนี้ การแจ้งข่าวดังกล่าวของนายสาทิตย์ทำให้ผู้ชุมนุมพากันเป่านกหวีดแสดงความดีใจ 
 
 
 
 
"นายกฯ"เสียดายศาลรธน.คว่ำร่างพ.ร.บ.2ล้านล้าน ชี้ประเทศเสียโอกาส หวังรบ.หน้าสานต่อ
 
 
                      เมื่อเวลา 13.15 น.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติว่าร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินวงเงิน 2 ล้านล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญว่า จริงๆ วันนี้ที่ได้รับข่าวนี้ยังเป็นเรื่องการแถลงผล ยังไม่ได้รับฟังเนื้อหาของคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ ก็จะขอรอผลก่อน อย่างไรก็ตาม ในรายละเอียดคงจะแถลงอีกครั้ง
 
                      น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตนรู้สึกเสียดายและรัฐบาลก็พยายามทำอย่างเต็มที่แล้ว ที่เราอยากจะเห็นประเทศของเราพัฒนาเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน เพราะนับจากมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาจะเห็นว่า ขีดการแข่งขันกับต่างประเทศในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเรายังเป็นรองเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านด้วยซ้ำไป นั่นจึงเป็นที่มาของโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
 
                      "แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาเราก็เสียดายกับสิ่งที่เราควรจะได้พัฒนาให้เราได้ก้าวนำในการเชื่อมโยงต่อภูมิภาคอาเซียน และเป็นศูนย์กลางอาเซียนที่นอกจากเรื่องการลงทุนที่ประเทศไทยแล้ว ยังเป็นศูนย์กลางในการที่จะลงทุนในภูมิภาค อันนี้ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่เราได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว"นายกฯ กล่าว
 
                      เมื่อถามว่า จะเดินหน้าต่อในครั้งหน้าต่อหรือไม่ ด้วยการทำให้ถูกต้องกว่านี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ก็คงต้องดูที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อนว่ายังไง ว่าจะมีทางออกให้อย่างไรบ้าง แต่ทั้งนี้ก็เป็นในส่วนที่รัฐบาลต่อไปจะรับไป ก็หวังว่ารัฐบาลใหม่จะรับฟังความต้องการและนำเรื่องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไปสานต่อ เพราะเรื่องนี้เป็นโอกาสของทุกคนไม่ใช่เป็นโครงการของรัฐบาลคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นโอกาสของประเทศที่ขาดความต่อเนื่อง เพราะจากการลงพื้นที่จะพบว่า เรื่องโครงสร้างพื้นฐานหากจะรองบประมาณในแต่ละปีก็แบ่งเป็นเรื่องของการพัฒนาทางด้านสังคม การศึกษา และการพัฒนาด้านอื่นๆ อีก และยังไม่รวมถึงถนนหนทางที่เสียหายสึกหรอ หรือผุพังไป เนื่องจากอายุการใช้งานที่เกิดอุทกภัยอะไรต่างๆ ตรงนี้ก็ยังมีปัญหาในเรื่องของงบประมาณ 
 
                      "ดังนั้น การที่เราจะคิดว่าเราจะใช้งบประมาณปกติในการที่จะเชื่อมโยงโครงสร้างต่างๆ ให้เสร็จทันก็อาจจะต้องล่าช้าไป ก็คงต้องอยู่ที่รัฐบาลใหม่ที่จะนำไปพิจารณาค่ะว่าจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาความเจริญให้กับชุมชนอย่างไร การลดความเหลื่อมล้ำก็เป็นโจทย์ในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องช่วยลด วันนี้ที่เรามาที่ จ.ชัยภูมิ ก็ยังมีพื้นที่ที่ต้องการการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอีกมากมาย"นายกฯ กล่าว
 
                      เมื่อถามถึงความรับผิดชอบของรัฐบาลที่ไม่สามารถดำเนินโครงการตามพ.ร.บ.2 ล้านล้านนี้ได้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ก็เรียนว่าเรื่องร่าง พ.ร.บ.นี้ในส่วนของรัฐบาลก็เสนอไปยังรัฐสภาและมีกาารพิจารณาตามขั้นตอนต่างๆ อย่างไรก็ตาม คงต้องรอคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการก่อน ก็คงจะหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกาต่อไปในการที่จะดำเนินการอะไร