
จำนนด้วย'นิติวิทย์' ยิงโหดพ่อ-แม่-น้อง
จำนนด้วย'นิติวิทย์' ยิงโหดพ่อ-แม่-น้อง : กมลชนก ทีฆะกุล / พนอ ชมภูศรีรายงาน
บ้านเดี่ยวสไตล์โมเดิล 2 ชั้น ภายในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง ย่านถนนเสมา-ฟ้าคราม ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เป็นสถานที่เกิดเหตุชวนสลด เมื่อบุตรชายคนโตวัย 18 ปี ลงมือสังหาร พ่อ แม่ และน้องชายวัย 16 ปี รวม 3 ศพ โดยสาเหตุเกิดจากความน้อยเนื้อต่ำใจ ที่มือสังหารเข้าใจว่าพ่อและแม่ให้ความรักแก่น้องชายมากกว่า รวมทั้งยังถูกพ่อและแม่ดุด่าเรื่องผลการเรียน
เหตุสลดดังกล่าวเปิดเผยเมื่อช่วงเย็นวันที่ 9 มีนาคม 2557 บุตรชายคนโต นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร แจ้ง ร.ต.ท.กิตตินันท์ ขันทะวงศ์ พนักงานสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ว่า พบศพพ่อ แม่ และน้องชาย เสียชีวิตอยู่ภายในห้องนอนบริเวณชั้น 2 ของบ้าน โดยศพพ่อถูกยิงด้วยปืนขนาด 9 มม.เข้าขมับซ้ายทะลุขวา นอนห่มผ้าอยู่บนเตียงนอน ข้างกันพบศพแม่ ซึ่งถูกยิงด้วยปืนขนาดเดียวกันเข้าขมับซ้ายทะลุขวา ขณะที่ศพน้องนอนหงายอยู่ข้างเตียง มีรอยถูกยิงเข้าที่ขมับซ้ายทะลุขวา โดยใกล้กับมือขวาของศพน้องมีปืนขนาด 9 มม. ยี่ห้อกล็อกตกอยู่ 1 กระบอก โดยปืนกระบอกนี้มีร่องรอยถูกยิงไป 3 นัด ขณะที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ได้ตรวจเขม่าดินปืน พบที่ฝ่ามือขวาของศพน้องมีเขม่าดินปืนเปื้อนอยู่
เบื้องต้นบุตรชายคนโตของครอบครัวนี้อ้างว่า ผู้ที่ลงมือฆ่าพ่อและแม่น่าจะเป็นน้องชายเพราะความกดดันและความน้อยเนื้อต่ำใจของน้องชายที่ถูกพ่อและแม่ดุด่าเรื่องผลการเรียน ซึ่งบุตรชายคนโตรายนี้อ้างว่าพ่อและแม่จะเข้มงวดเรื่องการเรียนตนและน้องชายมาก แต่ระยะหลังตนไปอยู่ที่คอนโดมิเนียมใกล้กับสถานศึกษาจะกลับบ้านเฉพาะวันหยุดเท่านั้น ทำให้น้องชายถูกดุด่าเรื่องผลการเรียนเพียงคนเดียว แต่เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ได้กลับเข้าบ้านช่วงหัวค่ำครอบครัวได้สั่งหมูกระทะมารับประทานพร้อมกันทั้ง 4 คน กระทั่งเวลา 02.00 น. วันที่ 9 มีนาคม จึงแยกย้ายกันเข้านอน โดยน้องชายนอนห้องเดียวกับพ่อและแม่ ส่วนตนเองนอนอีกห้อง กระทั่งเวลาประมาณ 03.00 น. ได้ยินเสียงปืนดัง 3 นัด แต่ไม่ได้สนใจเพราะคิดว่าน่าจะเกิดจากนอกบ้าน กระทั่งเช้าจึงไปเรียนตามปกติ แต่ช่วงบ่ายได้โทรศัพท์มาที่บ้านหลายครั้งแต่ไม่มีคนรับสาย รู้สึกว่าผิดปกติ จึงขับรถกลับมาบ้าน พบว่าทั้ง 3 คนเสียชีวิต
"พ่อแม่มักบ่นว่าน้องชายทำตัวคล้ายคนกระตุ้งกระติ้ง และดุด่าว่าเรื่องการเรียน ล่าสุดได้ยึดโทรศัพท์มือถือของน้องชายไว้ จึงอาจทำให้น้องชายรู้สึกกดดัน หาว่าพ่อแม่ไม่รัก และคิดว่าพ่อแม่รักผมมากกว่าจนก่อเหตุขึ้น" บุตรชายคนโตอ้างต่อตำรวจ
แต่การให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนของบุตรชายคนโตของครอบครัวนี้ ขัดกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บได้จากที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะประเด็นการตกของอาวุธปืนขนาด 9 มม. ที่พบอยู่ข้างมือขวาของศพน้องชาย ขัดกับบาดแผลที่ถูกยิงเข้าขมับซ้ายทะลุขวา ซึ่งหากผู้เสียชีวิตลั่นไกปลิดชีพตัวเองหลังจากฆ่าพ่อและแม่แล้ว อาวุธปืนต้องตกอยู่ข้างมือซ้าย ไม่ใช่ตกอยู่ข้างมือขวาเช่นที่ปรากฏ
อีกทั้งการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในบ้านพบว่าเมื่อช่วงเช้าวันที่ 8 มีนาคม บุตรชายคนโตทะเลาะกับแม่อย่างรุนแรง และหลังจากนั้นปรากฏภาพบุตรชายคนโตเข้าไปในห้องนอนซึ่งเป็นที่เก็บวงจรของกล้องวงจรปิดถึง 4 รอบ โดยรอบสุดท้ายได้ปิดระบบกล้องวงจรปิดทุกตัวที่มีอยู่ในบ้าน ซึ่งหลังจากนั้นกล้องวงจรปิดก็ไม่สามารถบันทึกภาพใดๆ ได้อีก
นอกจากข้อพิรุธดังกล่าวแล้ว พ.ต.อ.ตระกูล เกียวประเสริฐ ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ยังมอบหมายให้ชุดสืบสวนหาข้อมูลจากครูโรงเรียนที่บุตรชายคนเล็กของบ้านหลังนี้เรียนอยู่ได้เบาะแสว่า ก่อนเสียชีวิตผู้ตายได้มีการใช้เฟซบุ๊กติดต่อกับเพื่อนในเวลา 01.00 น. วันที่ 8 มีนาคม เกี่ยวกับผลการเรียนซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดีไม่น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้พ่อและแม่ดุด่า
หลังจากพบข้อพิรุธดังกล่าว ตำรวจได้เชิญตัวบุตรชายคนโตของครอบครัวนี้มาสอบสวนอย่างละเอียด กระทั่งยอมเปิดปากรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือสังหาร พ่อ แม่ และน้องชาย เนื่องจากโกรธที่แม่ต่อว่าเรื่องผลการเรียน และไม่พอใจที่พ่อและแม่ไม่ทำตามสัญญา โดยไม่ซื้อรถยนต์ให้ทั้งที่สัญญาไว้ว่าจะซื้อให้หากสามารถสอบเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้
"ผมโกรธที่ถูกด่าเรื่องผลการเรียน ที่ผ่านมาโดนพ่อและแม่ดุด่าเรื่องนี้มาโดยตลอด ต่อมาเขาสัญญาว่าจะซื้อรถยนต์ให้หากผมสามารถสอบเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัยได้ แต่พอผมสอบได้เขาก็ไม่ทำตามสัญญา โดยเปลี่ยนไปซื้อคอนโดมิเนียมใกล้มหาวิทยาลัยให้แทน วันเกิดเหตุแม่ด่าเรื่องผลการเรียนอีกเลยไม่พอใจซึ่งได้เล่าให้แฟนฟัง" มือปืนฆ่าครอบครัว 3 ศพ รับสารภาพต่อตำรวจ
ผู้ต้องหาฆ่าพ่อแม่และน้อง ยอมรับด้วยว่า ในวันเกิดเหตุวางแผนจะวางยานอนหลับพ่อและแม่ก่อน โดยได้ไปซื้อยานอนหลับชนิดละลายน้ำมาให้พ่อและแม่ดื่มแต่ไม่เป็นผล จึงได้ไปซื้อแบบชนิดน้ำมาแต่ไม่ได้ใช้เนื่องจากตกแตก รอกระทั่งทุกคนเข้านอน ขณะนั้นเวลาประมาณ 03.00 น. วันที่ 8 มีนาคม จึงได้เข้าไปในห้องนอนพ่อแม่และน้อง พบปืนของพ่ออยู่ในกระเป๋าวางอยู่ในห้องนอนจึงหยิบมาตั้งใจจะใช้ยิงแม่เพียงคนเดียว แต่เกรงว่าพ่อและน้องจะตื่นขึ้นมาเห็นเหตุการณ์ จึงตัดสินใจยิงทุกคน
"ผมไม่พอใจที่แม่ด่าเรื่องเล่นเกมจนผลการเรียนตกต่ำ หลังยิงแม่แล้วกลัวพ่อกับน้องตื่นมาเห็นจึงยิงด้วยแล้วกลัวความผิดจึงนำปืนไปวางไว้ใกล้น้อง หลังจากนั้นแต่งเรื่องบอกกับทุกคนเพื่อโยนความผิดให้น้อง หลังก่อเหตุได้ออกจากบ้านทำทีว่าติดต่อพ่อแม่ไม่ได้ ขอให้ป้ามาช่วยดูที่บ้าน หลังจากนั้นขับรถยนต์ไปรับแฟนสาว เพื่อให้มีพยานยืนยันว่าผมบริสุทธิ์" มือปืนสังหารครอบครัวตัวเองสารภาพ
สำหรับศพสมาชิกครอบครัวนี้ ญาติได้นำไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาที่ จ.สุพรรณบุรี โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สร้างความโศกสลดให้แก่ทางญาติ โดยต่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุร้ายกับครอบครัวนี้ เนื่องจากปกติเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ทุกวันหยุดพ่อและแม่จะพาบุตรชายทั้ง 2 คน กลับไปเยี่ยมญาติที่ จ.สุพรรณบุรี เป็นประจำ ขณะที่มือปืนเองก็ไม่ใช่เด็กที่ก้าวร้าวให้ความเคารพญาติผู้ใหญ่เป็นอย่างดี แต่ทางญาติยอมรับว่า พ่อและแม่ของครอบครัวนี้ค่อนข้างเจ้าระเบียบและมักห้ามไม่ให้บุตรทั้ง 2 คน กระทำในสิ่งใดๆ ที่คิดว่าไม่เหมาะสม
อุทาหรณ์กรณีที่เกิดขึ้น พล.ต.ต.สมิธ มุกดาสนิท ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี ให้ข้อคิดไปยังผู้ปกครองที่มีบุตรหลานอยู่ในช่วงวัยรุ่นซึ่งเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อว่า หากเกิดปัญหาขึ้นในครอบครัวให้ผู้ปกครองพูดคุยทำความเข้าใจกับบุตรหลานเพื่อร่วมกันแก้ปัญหา ที่สำคัญคือผู้ปกครองต้องไม่กดดันบุตรหลานมากไป อย่างเช่นกรณีนี้พ่อและแม่ต้องการให้บุตรชายเป็นทหาร พยายามกดดันให้บุตรทำตามที่ต้องการ และยังส่งเสริมให้ฝึกยิงปืนด้วย
................................
(หมายเหตุ : จำนนด้วย'นิติวิทย์' ยิงโหดพ่อ-แม่-น้อง : กมลชนก ทีฆะกุล / พนอ ชมภูศรีรายงาน)



