
อภิสิทธิ์รุดแจงส.ว.หวั่นถูกคว่ำพรก.กู้เงิน
"นายกฯ" รีบเข้าแจงวุฒิสภา ยัน "ไม่กังวล" ถูกคว่ำร่าง "สุเทพ" บอกอยู่สิงคโปร์ อดคุยพรรคร่วม เปล่าแตกแยก รัฐบาลระดมรัฐมนตรี ล็อบบี้ ส.ว.หนัก
เมื่อเวลา 22.20 น.22 มิ.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมายังรัฐสภา โดยรีบเดินเข้าห้องประชุมทันที ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามถามว่าที่ต้องรีบกลับมาเนื่องจากกลัวว่าส.ว.จะคว่ำร่างพ.ร.ก.และพ.ร.บ.กู้เงิน 8 แสนล้านหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า "ไม่"
จากนั้นนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ได้เดินทางตามหลังมาอย่างรีบเร่งเช่นเดียวกัน และตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ซักว่าเหตุใดการหารือของพรรคร่วมรัฐบาลในช่วงเย็นวันนี้จึงไม่มีพรรคประชาธิปัตย์รวมอยู่ด้วย นายสุเทพ ตอบสั้นๆว่า "ผมอยู่ที่สิงคโปร์"
รัฐบาลล็อบบี้หนักหวั่นวุฒิสภาคว่ำพรก.กู้เงินซ้ำ
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากวุฒิสภามีมติในช่วงเที่ยง ไม่อนุมัติพ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.พิกัดอัตรภาษีสรรพสามิต ทำให้มีความเคลื่อนไหวในหมู่ ส.ว.เกี่ยวกับการพิจารณา พ.ร.ก.และร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 8 แสนล้านบาท ที่วุฒิสภาจะพิจารณาในช่วงบ่าย โดยในส่วน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ยังมีความเห็นใกล้เคียงกันมากค่อนไปทางที่จะคว่ำ โดยส.ว.ส่วนหนึ่ง ได้แก่ สายนักธุรกิจ และ อดีตข้าราชการ เห็นความจำเป็นในการนำเงินส่วนหนึ่งมาปิดหีบงบประมาณปี 52 ขณะที่เงินอีกส่วนคือ เงินกระตุ้นเศรษฐกิจระยะแรกเห็นว่า สามารถตรวจสอบได้ ขณะที่ ส.ว.ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย คือ ส.ว.เลือกตั้งโดยเฉพาะสายอีสาน รวมถึงส.ว.ยังเติร์ก มองว่า หากต้องการปิดหีบงบประมาณทำไมไม่เสนอมาเพียง 2 แสนล้านเท่านั้น แต่กลับเสนอมาถึง 4 แสนล้าน มีความจำเป็นอะไร และหากส.ว.คว่ำร่าง จะเป็นการส่งสัญญาณเตือนรัฐบาลให้มีความรอบคอบบมากกว่านี้ แต่ไม่กระทบถึงการใช้เม็ดเงินเพราะฝ่ายสภาผู้แทนราษฎรเสียงข้างมากสามารถยืนยันการอนุมัติได้อยู่แล้ว
ขณะที่ร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทที่มีคิวจะพิจารณาต่อจากพ.ร.ก.กู้เงินนั้น ก็มีเสียงก้ำกึ่งเช่นเดียวกัน ซึ่งต้องรอดูการลงมติพ.ร.ก.กู้เงินก่อน โดยฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย คือ ส.ว.เลือกตั้งโดยเฉพาะสายอีสาน รวมถึงส.ว.ยังเติร์ก มองว่า ทำไมถึงตั้งงบสูงขนาดนี้ และผูกพันเป็นเวลา 3 ปี ไม่รู้ว่ารัฐบาลจะอยู่ถึงหรือไม่ และมองเจตนาว่า เดิมรัฐบาลต้องการออกเป็น พ.ร.ก.ทั้งสองฉบับ แต่ทำไม่ทันจึงออกมาเป็นพ.ร.ก.และร่างพ.ร.บ. อย่างละ 1 ฉบับ ซึ่งมีเนื้อหาใกล้เคียงกันมาก และทำไมจึงไม่นำเข้ามาพิจารณาในลักษณะงบประมาณปกติ ขณะที่ ส.ว.สายนักธุรกิจมองว่า เป็นความจำเป็นที่ต้องให้ผ่าน เพื่อให้ต่างชาติมั่นใจในการลงทุนว่า รัฐบาลจะมีเม็ดเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจและทำโครงการขนาดใหญ่ และสามารถตั้งกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณาได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากทั้งสองกรณี ทำให้มีการต่อสายล็อบบี้บรรดาสมาชิกกันอย่างหนักในช่วงบ่ายถึงค่ำ จากแกนนำของส.ว.ทั้งฝ่ายสนับสนุนและคัดค้าน ขณะที่ฝ่ายวิปรัฐบาลก็ต่อสายหาส.ว.ที่คุ้นเคย รวมถึงต่อสายผู้ใหญ่ในส.ว.รวมถึงประธานและรองประธานวุฒิสภา ให้สนับสนุนกฎหมายทั้งสองฉบับด้วย นอกจากนี้ ยังระดมรัฐมนตรีเกือบสิบคน มาล็อบบี้ให้ส.ว.ผ่านกฎหมายทั้งสองฉบับด้วย นอกจากนี้ รัฐมนตรีได้โทรศัพท์รายงานความคืบหน้าแก่นายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะกรณีที่วุฒิสภาคว่ำพ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.พิกัดอัตรภาษีสรรพสามิตในช่วงเที่ยงโดยเกรงว่า ส.ว.จะคว่ำพ.ร.ก.และร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 8 แสนล้านบาท จึงทำให้นายกรัฐมนตรี ต้องเลื่อนการเดินทางกลับจากสิงคโปร์ให้เร็วขึ้น 1 ชั่วโมง โดยคาดว่าจะมาถึงประมาณ 22.00 น. เพื่อมาชี้แจงต่อวุฒิสภาถึงความจำเป็นและสร้างความมั่นใจในการใช้เม็ดเงินดังกล่าว ต่อ ส.ว.



