
เผยชื่อ'อิหร่าน2คน'ใช้พาสปอร์ตปลอม
อินเทอร์โพลเผยชื่อผู้โดยสารชาวอิหร่าน 2 คนใช้พาสปอร์ตปลอมขึ้นเครื่องบินมาเลย์ บริษัทอเมริกันนำภาพถ่ายผ่านดาวเทียมบริเวณเครื่องบินหายออกให้ชาวเน็ตทั่วโลกช่วยหา
11มี.ค.2557 จากกรณีที่เครื่องบินโบอิ้ง 777-200 อีอาร์สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ที่สูญหายไปตั้งแต่วันเสาร์ที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมานั้น นายโรนัลด์ โนเบิล เลธาธิการองค์การตำรวจสากล หรือ อินเทอร์โพล แถลงข่าววันนี้ระบุตัวผู้โดยสารสองคนที่ใช้พาสปอร์ตที่ถูกขโมยมาขึ้นเครื่องบินของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์สที่หายไปเมื่อเช้ามืดวันเสาร์โดยระบุว่า ทั้งสองคนเป็นชาวอิหร่านได้แก่นายพูเรีย นอร์ โมฮัมเหม็ด เมหร์ดาด เกิดเมื่อวันที่ 30 เม.ย.2538 และนายเดลาวาร์ ไซอิด โมฮัมหมัด เรซา เกิดเมื่อวันที่ 21 ก.ย.2527 ซึ่งเป็นชื่อของทั้งสองคนที่ระบุในพาสปอร์ตของพวกเขา
โนเบิลยังบอกด้วยว่า ในขณะที่มีการคาดการณ์กันอย่างมากกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเที่ยวบิน MH370 เป็นการก่อการร้ายหรือไม่ แต่เขาบอกว่าในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเหตุการณ์เปลี่ยนไปแล้วเพราะเชื่อได้ว่าชายสองคนนี้ไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย และเขาค่อนข้างเชื่อว่าการหายไปของเที่ยวบินนี้ไม่ได้เกิดจากการก่อการร้ายนอกจากนี้เชื่อว่า ไม่มีการใช้หนังสือเดินทางที่ต้องสงสัยอื่นๆในการขึ้นเที่ยวบินนี้ นอกเหนือจากชาวอิหร่านทั้งสอง
ขณะเดียวกันตำรวจมาเลเซียรู้ตัวและเผยแพร่ภาพถ่ายผู้โดยสารทั้งสองคนที่ใช้หนังสือเดินทางถูกขโมยจากชาวออสเตรียและอิตาลีขณะท่องเที่ยวในภูเก็ตแล้ว และไม่พบว่าเกี่ยวโยงกับกลุ่มก่อการร้าย โดยผู้บัญชาการตำรวจมาเลเซีย นายคาหลิด อาบู บาการ์ แถลงว่า ผู้ถือหนังสือเดินทางออสเตรียชื่อนายพูเรีย นอร์ โมฮัมเหม็ด เมหร์ดาด ชาวอิหร่านวัย 19 ปีที่ต้องการเดินทางอพยพไปอยู่เยอรมนี มารดาของเขาที่้รออยู่ในนครแฟรงเฟิร์ต ติดต่อกับตำรวจมาเลเซียเมื่อรู้ข่าวชะตากรรมของเที่ยวบิน MH370 และเธอทราบอยู่แล้วว่าบุตรชายใช้หนังสือเดินทางที่ถูกขโมยมา
ตำรวจมาเลเซียตรวจสอบปูมหลังของนายพูเรีย นอร์ โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีกับทางการอิหร่าน พบว่าไม่มีประวัติข้องเกี่ยวกับกลุ่มก่อการร้าย
นายพูเรียเดินทางเข้ามาเลเซียเมื่อ 28 กุมภาพันธ์และออกจากมาเลเซียเมือ 8 มีนาคมด้วยเที่ยวบิน MH 370 แต่ชายคนที่สองที่ใช้หนังสือเดินทางของชาวอิตาลี ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบประวัติ
ก่อนหน้านี้บีบีซีภาคภาษาเปอร์เซีย รายงานว่า ชายทั้งสองเป็นชาวอิหร่าน โดยคนหนึ่งต้องการไปอยู่กับแม่ในเยอรมนี และอีกคนต้องการอพยพไปเดนมาร์ก ทั้งคู่ซื้อพาสปอร์ตปลอมในกัวลาลัมเปอร์ ส่วนการซื้อตั๋วโดยสารผ่านสายการบินไชนา เซาเทิร์น แอร์ไลนส์ ที่แชร์ผู้โดยสารกับมาเลเซียแอร์ไลนส์ พนักงานหญิงของบริษัททัวร์แห่งหนึ่งในพัทยา เปิดเผยกับไฟแนนเชียล ไทมส์ว่า มีนักธุรกิจชาวอิหร่าน คาเซม อาลี ดำเนินการจองตั๋วเครื่องบินให้ผู้โดยสารทั้งสองคน โดยเลือกซื้อตัวไปยุโรปผ่านปักกิ่งเพราะเป็นตั๋วราคาถูกที่สุด โดยมีการจองตั๋วเมื่อ 1 มี.ค.
ผู้บัญชาการตำรวจมาเลเซีย เปิดเผยด้วยว่า การสอบสวนการสูญหายของเครื่องบิน MH370 พุ่งเป้า 4 ประเด็น ได้แก่ การจี้เครื่องบิน การก่อวินาศกรรม ปัญหาทางสภาพจิตใจของผู้โดยสาร-ลูกเรือ และปัญหาส่วนตัวของผู้โดยสาร-ลูกเรือ และนอกจากการตรวจสอบประวัติปูมหลังของผู้โดยสารและลูกเรือทั้ง 239 คนบนเครื่องแล้ว ยังกำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์ ตลอดจนตรวจสอบข้อมูลกระเป๋าสัมภาระด้วย
ส่วนข้อสงสัยที่ว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองมาเลเซียไม่ได้ตรวจเทียบกับฐานข้อมูลของตำรวจสากลนั้น นายอาบู บาการ์ ชี้แจงว่ามีหนังสือเดินทางขึ้นทะเบียนฐานข้อมูลสูญหายหรือถูกขโมยกว่า 40 ล้านเล่ม ตามปกติ การทำงานจะเน้นรายงานข่าวกรองและการแจ้งเบาะแส และในกรณีนี้ เราไม่ได้รับข้อมูลล่วงหน้าเรื่องหนังสือเดินทางปลอม จึงไม่มีการแจ้งไปยังตม.
ในวันเดียวกัน ผู้บัญชาการตำรวจมาเลเซีย ปฏิเสธรายงานที่ว่า มีผู้โดยสาร 5 คนที่เช็คอินเที่ยวบิน MH-370 แล้ว แต่ไม่ได้ขึ้นเครื่อง โดยยืนยันว่าผู้โดยสารที่จองตั๋วเที่ยวบินนี้อยู่บนเครื่องทุกคน แม้ว่าก่อนหน้านี้ กรมการบินพลเรือนมาเลเซียยืนยันกับสื่อว่ามี 5 คนที่เช็คอินแล้วแต่ไม่ได้ขึ้นเครื่อง โดยที่กระเป๋าสัมภาระของทั้งห้าคน ได้รับการเคลื่อนย้ายลงจากเครื่อง แต่ทุกใบผ่านขั้นตอนการตรวจความปลอดภัยตามมาตรฐาน
สำหรับปฏิบัติการค้นหาร่องรอยเครื่องบิน พื้นที่ที่ให้ความสนใจใหม่คือชายฝั่งตะวันตกของมาเลเซีย ใกล้ช่องแคบมะละกา ซึ่งอยู่อีกด้านของคาบสมุทรมาเลเซีย ซึ่งเป็นจุดที่เครื่องบินเที่ยวบิน MH-370 หายไปจากจอเรดาร์ ทำให้รัศมีการค้นหาจากจุดที่เครื่องบินหาย โดยเครื่องบิน 34 ลำกับเรืออีกอย่างน้อย 40 ลำจาก 10 ประเทศ ขยายเป็น 100 ไมล์ทะเล จากเดิม 50 ไมล์ทะเล นอกจากนี้ จีนยังใช้ปรับตำแหน่งดาวเทียม 10 ตัวที่อยู่ภายใต้การควบคุมของศูนย์ควบคุมดาวเทียมซีอาน ทางตะวันออกเฉียงเหนือจีน เพื่อช่วยค้นหาอีกทางหนึ่ง
ระดมชาวเน็ตช่วยค้นหา
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอังคารที่11 มี.ค.นี้ว่า ดิจิตอล โกลบ บริษัทอเมริกันผู้ให้บริการภาพถ่ายดาวเทียม นำเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูงมาร่วมใช้ในการค้นหา โดยเปิดให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลกช่วนกันค้นหาสิ่งผิดปกติที่เห็นจากภาพถ่ายเพื่อแจ้งแก่หน่วยงานที่ค้นหาเครื่องบินที่สูญหายลำนี้
นายลูค บาร์ริงตัน ผู้จัดการอาวุโสด้านคลังข้อมูลขนาดใหญ่สำหรับภาพภูมิศาสตร์โลกแห่งดิจิตอลโกลบ เปิดเผยว่าบริษัทได้นำภาพถ่ายดาวเทียมในพื้นที่อ่าวไทยที่เชื่อว่าเครื่องบินโดยสารของมาเลเซียสูญหายไปออกให้สาธารณชนช่วยกันค้นหาสิ่งผิดปกติในภาพ ผ่านทางเว็บไซต์ที่ชื่อ "ทอมนอด" (Tomnod)
เมื่อมีผู้เข้าชมและติดแท็กสิ่งที่ผิดปกติในภาพ ระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทจะใช้ระบบตรรกะคำนวณความนิยมในจุดต้องสงสัยและแจ้งให้กับผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมของบริษัททำการค้นหาเจาะลึกลงไปในจุดต้องสงสัยเหล่านั้น
ภาพถ่ายดาวเทียมดังกล่าวมีความะเอียดสูงมาก โดยแต่ละจุด (พิกเซล) บนจอภาพคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้จะแทนพื้นที่บนพื้นผิวทะเลกว้าง 0.5 เมตร และหลังจากเปิดให้ใช้บริการทางบริษัทได้รับแจ้งจุดต้องสงสัยมากถึง 10 จุด และมีการตั้งข้อสงสัยว่าสิ่งผิดปกติที่พบในภาพถ่ายดาวเทียมนี้จะใช่ปีกเครื่องบินที่หักออกมาครึ่งหนึ่ง หรือ เป็นเศษทรากเครื่องบินที่ลอยอยู่ในทะเลหรือไม่
ก่อนหน้านี้ดิจิตอลโกลบ เคยนำภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูงของพื้นที่ประเทศฟิลิปปินส์ที่ถูกมหาพายุไห่เยี่ยนถล่มเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2556 ออกให้สาธารณชนช่วยค้นหาผู้รอดชีวิตและสำรวจสภาพความเสียหายเพื่อแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ที่ให้ความช่วยเหลือมาแล้ว โดยในครั้งนั้นมีผู้ติดแท็กในภาพราว 4 แสนแท็ก สามารถช่วยระบุอาคารที่ได้รับความเสียหาย 38,000 หลัง บ้านเรือน 1.01 แสนหลังคาเรือน



