ข่าว

มติกกต.3-2ใบเหลือง'สุขุมพันธุ์'!เหตุใส่ร้าย

มติกกต.3-2ใบเหลือง'สุขุมพันธุ์'!เหตุใส่ร้าย

11 มี.ค. 2557

มติกกต.3-2เชือด'สุขุมพันธุ์'!แจกใบเหลืองเหตุใส่ร้าย ด้วยมติเสียงข้างมาก 3 ต่อ 2 เคาะจัดเลือกตั้ง 5 จว.-กทม.-6จว.ใต้27เม.ย.

               เมื่อเวลา 16.15 น. วันที่ 11 มี.ค.2557 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกต. มีมติ 3 ต่อ 2 เสียง ให้จัดการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ขึ้นใหม่ โดยให้ใบเหลือง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งเสียงข้างน้อยมีความเห็นให้ยกคำร้อง โดยมติดังกล่าวเนื่องจากมีคำร้องคัดค้านผู้ว่าฯ กทม. เข้ามากรณีที่มีผู้สนับสนุนคนหนึ่งกล่าวปราศรัยให้ร้ายผู้สมัครจากพรรคตรงข้าม ใน 3 เวที 3 สถานที่ แต่ กกต.จะไม่ดำเนินคดีอาญาและไม่เรียกค่าชดใช้ในการต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ เนื่องจากไม่ได้เป็นการแจกใบแดง อีกทั้งจากข้อเท็จจริง ยังไม่มีความเชื่อมโยงไปถึง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ที่จะทำให้ กกต.สามารถแจกใบแดง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งได้
    
               นายสมชัยกล่าวว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์จะยังคงทำหน้าที่ต่อไปได้ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาออกมา ทั้งนี้ ศาลอาจจะมีคำพิพากษาเหมือน หรือแตกต่างจากมติ กกต. ก็ได้ เพราะมีหลายครั้งที่ศาลสั่งยกคำร้องของ กกต.และหลังจากนี้คงเป็นหน้าที่ของทีมงานผู้ว่าฯ กทม.ที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงต่อศาลต่อไป ส่วน กกต.จะส่งเรื่องดังกล่าวไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 1 เมื่อใดนั้น ต้องรอให้ กกต.ทั้ง 5 คนลงนามในมติดังกล่าวก่อน แต่คำร้องชุดนี้ถือเป็นสำนวนสุดท้ายของคำร้องคัดค้านผู้ว่าฯ กทม.
    
               “มตินี้เป็นมติที่แตกต่างจากความเห็นของ กกต.กทม.และฝ่ายกฎหมาย เนื่องจาก กกต.กลาง อยากเห็นการปราศรัยหาเสียงการเลือกตั้งในทุกระดับ ที่เป็นการปราศรัยในเชิงนโยบาย มากกว่าการพูดให้ร้ายป้ายสี และเป็นผลลบกับฝ่ายตรงข้าม กรณีนี้จึงเป็นตัวอย่างให้ผู้สมัคร เลิกหาเสียงด้วยการใส่ร้ายป้ายสีกัน และยังถือเป็นบรรทัดฐานการทำงานของ กกต.ชุดนี้อีกด้วย” นายสมชัย กล่าว
    
               ด้าน พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ ตู้จินดา คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ผลการพิจารณายังไม่ถือเป็นที่สุด โดย กกต.จะนำเรื่องเสนอศาลอุทธรณ์ภายในวันที่ 14 มีนาคมนี้ เพื่อให้ศาลพิจารณาภายในเวลา 10 วัน  หากศาลยืนตามที่ กกต.เสนอ ก็จะต้องมีการจัดเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ใหม่ ทั้งนี้ กรณีของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ นั้น ดำรงตำแหน่งมาแล้ว หลังจากการรับรองในวันที่ 27 มีนาคม 2556 จึงต้องส่งให้ศาลพิจารณาภายในเวลา 1 ปี คือภายในวันที่ 26 มีนาคม 2557 กกต.จึงเร่งพิจารณาเพื่อให้ศาลตัดสินว่าจะสั่งให้เลือกตั้งใหม่หรือไม่

 

"สุขุมพันธุ์"โต้คำวินิจฉัยไม่เกี่ยวผู้สมัคร

 
           ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.)ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์  แถลงข่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติ 3 ต่อ 2 เสนอศาลอุทธรณ์ภาค 1 สั่งเลือกตั้งใหม่ผู้ว่าฯกทม. ว่า จากนี้ตนจะขอพูดครั้งเดียว จะไม่มีการให้สัมภาษณ์อีกแล้ว กรณีนี้ตนมองว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ที่กกต.ใช้เวลานานเกือน 1 ปี ในการวินิฉัยเรื่องดังกล่าว ซึ่งจริงๆแล้วเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวผู้สมัคร และน่าเสียดายที่เกิดขึ้นในขณะที่บ้านเมืองกำลังลุกเป็นไฟ แต่ไม่อยากให้ประชาชนกังวล เพราะเคารพในรัฐธรรมนูญซึ่งเคยปฏิญาณตั้งแต่เป็นส.ส. และตนก็เคารพในองค์กรอิสระแม้จะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม
    
           ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ตนจะขอสงวนไว้ซึ่งสิทธิในวันข้างหน้าในการตัดสินใจกระทำในทางที่เป็นประโยชน์เพื่อประชาชนและกรุงเทพฯ เพราะเป็นเจตนาของตนมาโดยตลอดในการทำงานเพื่อดูแลทุกข์สุขชาวกรุงเทพฯ ทุกคนถ้าในวันหน้าจำเป็นที่ต้องตัดสินใจ แต่เป็นกังวลเกี่ยวกับงานกทม.และงานเมืองที่ต้องเดินหน้าต่อไปตามที่ประชาชนกว่า 1.2 ล้านเสียงที่เห็นชอบในนโยบาย และยังมีงานเฉพาะหน้าที่ต้องดูแลประชาชนที่ต้องเดินหน้าต่อไปท่ามกลางความขัดแย้ง จึงขอให้ข้าราชการลูกจ้างทุกคนเดินหน้าต่อไป ไม่อยากให้มานั่งเดาใจศาล

           "สิ่งสำคัญไม่ว่าใครเป็นผู้ว่าฯ กทม. ผมได้พูดไว้เสมอว่าวันนี้ผมอยู่ตรงนี้ แต่วันหน้าผมก็ไป แต่องค์กรกทม.ก็ต้องยังอยู่ทำงานต่อไป ผมไม่ห่วงตัวเอง ผมห่วงงานเพราะไม่ได้ทำอะไรผิดยังเชื่อว่าบ้านเมืองนี้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผมอายุ 60 กว่าแล้วชาวกทม.ไว้วางใจเลือกมา 2 สมัยแล้ว ถือเป็นบุญมหาศาลและกำไรชีวิตแล้ว ผมจะพูดแค่นี้จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย หรือออกมาในรูปแบบหนึ่ง บ้านเมืองนี้มีคนพูดมากพอแล้ว ผมเป็นคนไม่ชอบพูดผมอยากทำงาน ผมเชื่อว่าศาลยุติธรรมจะให้โอกาสผมทำงานต่อไป" ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าว

           ผู้สื่อข่าวรายงาน ทันทีที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ แถลงข่าวเสร็จได้เดินออกจากห้องแถลงข่าวทันที และปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ

           แหล่งข่าวฝ่ายกฎหมายของ กทม. กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 239 ระบุว่าทันทีที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 รับเรื่องจาก กกต. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ต้องหยุดการปฏิบัติหน้ที่ทันที แต่ตำแหน่งยังคงอยู่ขณะที่ทีมงานการเมืองทุกคนยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้โดยให้รองผู้ว่าฯ กทม. อันดับ 1 คือ นางผุสดี ตามไท ทำงานต่อไปหากเป็นกรณีที่ศาลตัดตินตามคำวิจฉัย กกต.จะต้องมีการจัดการเลือกตั้งภายใน 45 วัน นับจากวันที่ศาลมีคำวินิจฉัย

 

“มาร์ค”ยันปชป.น้อมรับมติกกต.

 
               นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อตอนเที่ยงที่ตนได้มีโอกาสพบกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์แต่ยังไม่ทราบเรื่องนี้ จึงยังไม่ได้คุยกัน เพิ่งทราบเรื่องช่วงบ่าย ซึ่งพรรคน้อมรับมติของ กกต.ที่จะไปต่อสู้ในชั้นศาล ซึ่งน่าจะเป็นประเด็นเรื่องการปราศรัยที่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่ตัวผู้ว่าฯกทม.ที่กระทำ แต่เป็นสมาชิกพรรคในขณะนั้น ต้องไปดูรายละเอียดว่าเป็นอย่างไร จึงขึ้นอยู่กับศาลว่าจะวินิจฉัยอย่างไร
   
               ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่อยากให้อยู่ในสถานการณ์อย่างนี้ แต่เมื่อกกต.พิจารณาออกมาเราก็ต้องสู้คดี ส่วนในระหว่างนี้เท่าที่ดูกฎหมายเบื้องต้นก็ไม่มีผลกระทบใด ๆ ต่อการทำหน้าที่ของผู้ว่าฯกทม. ยังสามารถเดินหน้าทำงานได้เต็มที่โดยเฉพาะในสถานการณ์บ้านเมืองเช่นนี้ อยากให้เดินหน้าลุยงานต่อไป ไม่อยากให้เสียสมาธิ ซึ่งเชื่อว่าผู้ว่าฯสุขุมพันธุ์จะทำงานต่อโดยไม่เสียสมาธิกับเรื่องนี้


 

 

เคาะจัดเลือกตั้ง 5 จว.-กทม.-6จว.ใต้27เม.ย.
 

           นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงถึงมติที่ประชุม กกต. ด้วยว่า ที่ประชุมเห็นชอบข้อหารือที่ได้จากการประชุมเพื่อหาทางออกเลือกตั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ที่ จ.สงขลา โดยมีมติให้จัดการลงคะแนนทดแทนการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ ใน 5 จังหวัด ประกอบด้วย 3 จังหวัดชายแทนภาคใต้ คือ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวมทั้ง ประจวบคีรีขันธ์ และ กทม. ในวันที่ 5 เมษายน พร้อมให้ลงคะแนนทดแทนการเลือกตั้งที่เสียไปในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ และการเลือกตั้งล่วงหน้าในและนอกเขตเลือกตั้ง 26 มกราคม ใน 6 จังหวัด ประกอบด้วย จ.ชุมพร นครศรีธรรมราช ภูเก็ต สตูล พังงา และระนอง ในวันที่ 27 เมษายน
    
           ส่วนกรณีปัญหา 28 เขตภาคใต้ที่ไม่มีผู้สมัครนั้น กกต. มีมติเห็นว่าให้รอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ การที่ กกต.มีมติออกมาเช่นนี้เนื่องจากได้รับฟังความคิดเห็นของผู้ว่าราชการจังหวัด ประธาน กกต. จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งได้ยืนยันว่า มีความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ได้ อย่างไรก็ตามหากผู้สมัครมีความกังวลเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยในการหาเสียงในพื้นที่ที่มีการชุมนุมอยู่ในขณะนี้นั้น ก็สามารถแจ้งไปยังฝ่ายความมั่นคงเพื่อขอกำลังดูแลความปลอดภัยได้ หรือแจ้งมายัง กกต.ให้เป็นผู้ประสานให้ก็ได้


มั่นใจเรียบร้อยไร้ขัดขวาง
    
           “กกต.มีมติให้ทำคำสั่งถึงข้าราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค รัฐวิสาหกิจ ผู้บัญชาการเหล่าทัพทุกเหล่าทัพ และฝ่ายปกครอง ให้สนับสนุนการจัดการเลือกตั้งโดยในส่วนของ กทม. 561 หน่วยจะระดมกำลังเจ้าหน้าที่ไปช่วยดูแลความสงบเรียบร้อยเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง และจากการประเมินของ กกต.กทม. คิดว่ามีความเป็นไปได้ที่การจัดการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนที่ยังมีการชุมนุมของ กปปส. บริเวณสวนลุมพินีนั้น ขอวิงวอนให้ผู้ชุมนุมเปิดทางให้ประชาชนเข้าไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งที่มีที่ตั้งใกล้เคียงกับพื้นที่ชุมนุม” นายภุชงค์ กล่าว
    
           นายภุชงค์ กล่าวต่อว่า จากการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ กกต.ได้รับการจัดสรรงบ 3,800 ล้านบาท ขณะนี้ กกต.มีงบประมาณส่วนนี้เหลืออยู่ 500 ล้าน ดังนั้น กกต.จะใช้งบส่วนนี้ในการจัดลงคะแนนเลือกตั้งในส่วนที่ยังไม่แล้วเสร็จ ส่วนการเลือกตั้ง ส.ว. ขณะนี้คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติงบประมาณจัดการเลือกตั้ง ส.ว. ตามที่ กกต. ขอไปอีก 1,400 ล้านบาท จากที่ กกต.ได้รับจัดสรรในงบประมาณปี 2557 แล้ว 1,400 ล้านบาท รวมจะใช้งบประมาณในการเลือกตั้ง ส.ว.ทั้งสิ้น 2,800 ล้านบาท