ข่าว

'มาร์ค'เปรย'คนในศรส.ซุบซิบกัน!

'มาร์ค'เปรย'คนในศรส.ซุบซิบกัน!

11 มี.ค. 2557

'มาร์ค'ระบุคนใน ศรส.ซุบซิบ 'พ.ร.ก.'ใช้เป็นเครื่องมือต่อสู้ทางการเมือง ด้าน'นายกฯ'ชี้เลิก'พ.ร.กฉุกเฉิน'ยังมีเวลา รอฝ่ายความมั่นคงประเมิน

 
                        11 มี.ค.57 นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel  ถึงเหตุเหตุระเบิดขึ้น 3 จุด คือ การยิงเอ็ม 79 ใส่บ้าน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ, ถ.แจ้งวัฒนะ และพื้นที่ข้างสวนลุมพินี ทำให้มีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย ว่า สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องที่ใช้วิธีการข่มขู่ ทำให้คนที่คัดค้านไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลให้หวาดกลัว  กลไกที่จะมาดูแลความปลอดภัยของประชาชน ถ้าอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลก็ไม่ทำงาน
 
                        ส่วนการพิจารณายกเลิก พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) หรือไม่นั้น  นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอให้ดูเจตนารมณ์ของกฎหมาย และปัจจัยต่างๆ ที่เป็นที่มาของคำพิพากษาของศาลด้วย แต่มีคนซุบซิบๆ มาจากคนที่อยู่ในศูนย์อำนายการรักษาความสงบ ( ศรส.) ว่า ที่เขาพิจารณากันใน ศรส.มันก็ยังกลายเป็นเรื่องของการพยายามจะมาต่อสู้ ใช้เครื่องมือเป็นการต่อสู้ทางการเมือง กับทางฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลมากกว่า
 
                        ส่วนกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุว่า จะปฏิบัติตามศาลปกครองสูงสุดตัดสินให้คืนตำแหน่งให้นายถวิล เปลี่ยนศรี แต่ขอความเป็นธรรมว่า ยังต้องไปศึกษารายละเอียดก่อนนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุตอนแรกพยายามทำเป็นไม่เข้าใจคำถามว่า ความรับผิดชอบอะไรต่างๆ และยังบอกว่าทุกรัฐบาลโยกย้ายแต่งตั้งมีเรื่องขึ้นศาล แต่ตนว่าใช่และขอถามว่า มีรัฐบาลไหนที่เอาตำแหน่งสำคัญๆ อย่างนี้ เรื่องความมั่นคงไปผูกติดกับการที่จะเอาญาติตัวเองขึ้นมาดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. หรือตำแหน่งสำคัญ จนเดือดร้อนตีกระทบกันไปหมด อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าให้สลับตำแหน่งระหว่างนายถวิล กับพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เรื่องก็จบ ไม่ทราบว่า รายละเอียดขั้นตอนยุ่งยากตรงไหน อย่างที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวอ้าง
 
 
 
 
"นายกฯ"ชี้เลิก"พ.ร.กฉุกเฉิน"ยังมีเวลา  รอฝ่ายความมั่นคงประเมิน
 
 
                        เมื่อเวลา 13.00 น.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ที่ประชุมยังไม่มีการพูดคุยถึงการยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะยังมีเวลา และต้องรอให้หน่วยงานความมั่นคง สำนักข่าวกรอง และศรส.ประเมินสถานการณ์มาก่อน ซึ่งถ้าเหตุการณ์ต่างๆ ไม่มีความรุนแรงก็เป็นเหตุผลที่ดีในการยกเลิกประกาศใช้กฎหมายดังกล่าว แต่ถ้ายกเลิกไปแล้วไม่มีความปลอดภัยก็เป็นเรื่องที่น่าห่วง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ต่างๆ ในขณะนี้ กำลังรอในเรื่องของการเลือกตั้ง ถ้าศาลรัฐธรรนูญมีคำวินิจฉัยในเรื่องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นขอตีความในเรื่องของการเลือกตั้งออกมาแล้ว ก็จะเข้าสู่กระบวนการการเลือกตั้ง และนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่โดยเร็ว ซึ่งตรงนี้จะเป็นทางออกที่ใช้แก้ปัญหาได้ และตนหวังว่า รัฐบาลชุดใหม่จะได้นำข้อเสนอด้านการปฏิรูปจากฝ่ายต่างๆ ทั้งของผู้ชุมนุม ภาคประชาชน ภาคเอกชน และหน่วยงานต่างๆ ไปพิจารณาในการปฏิรูปประเทศต่อไป
 
                        ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย ให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะ รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลทำงานร่วมกับกกต. อยู่แล้ว แต่ตนหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญ จะมีทางออกที่ชัดเจน ที่จะทำให้การเลือกตั้งยังเดินต่อไปได้ไม่ว่าจะรูปแบบใด
 
                        ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผอ.ศรส. กังวลว่า จะเกิดเหตุปะทะ นายกฯ กล่าวว่า อยากให้ต่างฝ่ายหลีกเลี่ยงการปะทะกัน แม้จะมีบางฝ่ายประเมินตามรูปการณ์ว่า ถ้าเหตุการณ์ผ่านไปเป็นเวลานาน อาจจะมีเหตุปะทะ นอกจากนี้ ตนอยากขอให้ทางเจ้าหน้าที่กับฝ่ายผู้ชุมนุมพยายามหลีกเลี่ยงการปะทะกันด้วย ขณะที่ ในเรื่องของจุดตรวจต่างๆ นั้น ได้มอบให้ ศรส.บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร ในการตรวจจับอาวุธในทุกจุด ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเราสามารถประคองสถานการณ์ผ่านไปได้หลายเดือน ก็หวังว่าจะไม่มีการก่อเหตุรุนแรงอีก
 
                        ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการประเมินว่า รัฐบาลอาจมีอายุสั้น ไม่ถึงเดือน พ.ค. นายกฯ กล่าวว่า หลายฝ่ายที่ประเมินเช่นนั้น อาจมองปัญหา เพราะในส่วนของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งนายกฯ เป็นสิ่งสำคัญ โดยตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ต้องมีผู้ดำรงตำแหน่งรักษาการ ไม่สามารถว่างเว้นตำแหน่งนี้ได้ เพราะถ้ามีการว่างเว้นผู้ดำรงตำแหน่งนายกฯ จะทำให้ไม่มีใครดำเนินการในเรื่องของกฎหมายที่สำคัญ  นอกจากนี้ รัฐธรมมนูญมีเจตนาที่จะเร่งให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว เพื่อให้มีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาทำงาน แต่เนื่องจากขณะนี้มีเหตุการณ์ที่ทำให้กลไกการเลือกตั้งไม่สามารถเดินได้ตามปกติ จึงอยากให้มองทั้งสองประเด็นแยกจากกัน
 
                        เมื่อถามถึงข้อเสนอของบุคคลในรัฐบาลที่ให้จัดวันเลือกตั้ง ส.ส.วันเดียวกับการเลือกตั้ง ส.ว. นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลเคยเสนอเรื่องนี้ไปแล้วต่อ กกต. ซึ่งหวังว่ากกต.จะรับไปพิจารณา เพราะการจัดเลือกตั้งทั้งสองอย่างในวันเดียวกัน จะเป็นผลดีต่อเรื่องงบประมาณ เพราะการเลือกตั้งแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก ถ้ามีการพ่วงการเลือกตั้ง ส.ส.และส.ว.เข้าด้วยกัน คิดว่าจะสามารถดำเนินการได้ แต่ก็อยู่ที่การพิจารณาของกกต.    
 
                        น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงกรณีด่านความมั่นคงสามารถจับผู้มีอาวุธสงครามได้ ว่า เบื้องต้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ได้ทำการตรวจสอบเรื่องนี้ตามหน้าที่ จึงต้องรอรายงานการตรวจสอบหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยผบ.ทบ.ก่อน อย่างไรก็ตาม เราได้ขอให้เจ้าหน้าที่ทหารทุกคนวางตัวเป็นกลาง และปฏิบัติตนอยู่ในหน้าที่
 
                        เมื่อถามว่า เหตุยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่พื้นที่ใกล้เคียงบ้านพักนายสุเทพ ย่านพุทธมณฑล จะทำให้สถานการณ์ทางการเมืองร้อนแรงขึ้นหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ทุกคนต้องช่วยกันป้องกันเรื่องของสถานการณ์ต่างๆ และเจ้าหน้าที่ก็พยายามดูแลอยู่แล้ว อยากขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายว่า อย่าเห็นการใช้ความรุนแรงมาแก้ปัญหา หรือเป็นทางออกของประเทศ เพราะเราเจ็บปวดมามากแล้ว จึงอยากให้ทุกคนสนับสนุนกลไกที่เป็นระบอบประชาธิปไตย วันนี้เราเสียเวลา โอกาส และการยอมรับ ถ้าเรายังต่อสู้กันด้วยความรุนแรง และไม่เป็นไปตามวิถีทางประชาธิปไตย ไม่รู้ว่าประเทศไทยจะสามารถตอบต่างชาติว่า เราสามารถยืนอยู่แถวหน้า หรือเป็นศูนย์กลางอาเซียนอย่างไร รวมถึงทำให้ทุกคนมีความมั่นใจในการลงทุนในประเทศไทย ตนจึงอยากให้ทุกคนหันมาพูดคุยกันด้วยสันติวิธี และมีการเลือกตั้ง เพื่อให้มีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาโดยเร็ว
 
                        น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีเดินทางไปชี้แจงต่อข้อกล่าวหาในโครงการรับจำนำข้าว ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ในวันที่ 14 มี.ค.ด้วยตัวเองหรือไม่ว่า “ยังไม่รู้เลยคะ เดี๋ยวขอดูก่อน”
 
                        อย่างไรก็ตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ...วงเงิน 2 ล้านล้าน ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในวันที่ 12 ก.พ.ว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ทันที จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาอย่างเป็นทางการก่อน แต่ถ้าวินิจฉัยของศาลเป็นผลลบก็ถือว่า น่าเสียดายโอกาสที่ประเทศไทยจะได้พัฒนาโครงสร้างพื้นาฐาน ทั้งนี้ แผนการการพัฒนโครงสร้างพื้นฐานในวงเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทนั้น ทุกเส้นทางที่เราเสนอเป็นสิ่งที่รัฐบาลได้ทำความเข้าใจกับประชาชน และเป็นความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่ อย่างไรก็ตาม โครงการต่างๆ ในวงเงินกู้นี้เป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับรัฐบาลชุดใหม่จะนำไปพิจารณา