ข่าว

ชะตากรรมลูกหลานเจ็งกิสข่านที่ไครเมีย(2)

ชะตากรรมลูกหลานเจ็งกิสข่านที่ไครเมีย(2)

13 มี.ค. 2557

นอกบ้านผ่านเมือง : ชะตากรรมลูกหลานเจ็งกิสข่านที่ไครเมีย (2) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

 
                      นานวันเข้า ลูกหลานเจ็งกิสข่านและชาวถูเจี๋ยในไครเมียจึงรวมตัวกันต่อต้านหมีขาวรัสเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทุ่มตัวช่วยเหลือทหารนาซีเยอรมนีที่ยึดครองแหลมไครเมียในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แลกกับการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการยอมรับในอัตลักษณ์ของชาวตาตาร์ แต่หลังจากกองทัพนาซีพ่ายสงคราม  รัสเซียก็ได้เวลาชำระแค้นชาวตาดในไครเมียในข้อสมคบกับศัตรู สตาลินจึงทั้งจับกุมคุมขัง ยึดทรัพย์สมบัติและและเนรเทศชาวตาตาร์ราว 200,000-250,000 คนจากแหลมไครเมียไปยังเอเชียกลางโดยเฉพาะที่อุซเบกิสถาน ปรากฎว่ามีลูกหลานเจ็งกิสข่านเกือบครึ่งหนึ่งเสียชีวิตระหว่างเดินทาง อีกส่วนหนึ่งถูกนำตัวไปเข้าค่ายแรงงานนรก
 
                      เหนืออื่นใด สตาลินยังได้สั่งลบอัตลักษณ์จากชาวตาตาร์ในไครเมียให้กลายเป็นชาวตาตาร์เฉยๆ เหมือนเช่นชาวตาตาร์ทั่วไปในอุซเบกิสถาน จอร์เจีย อาเซอร์ไบจัน โรมาเนีย ตุรกีและที่ซินเกียงในจีน  นอกจากนี้ ก็ยังให้ลบชื่อถนนหนทาง อาคารบ้านเรือนจากภาษาตาตาร์ให้เป็นภาษารัสเซียใหม่ทั้งหมด แล้วอพยพชาวรัสเซียจากภาคกลางของประเทศมาตั้งถิ่นฐานใหม่ที่ไครเมีย จนท้ายที่สุด คนเชื้อสายรัสเซียซึ่งมีมากถึงเกือบ 60 เปอร์เซนต์ก็กลายเป็นคนกลุ่มใหญ่ในพื้นที่นี้  อีก 24 เปอร์
เซนต์เป็นชาวยูเครน ขณะที่ชาวตาตาร์ เจ้าของพื้นที่ดั้งเดิมกลายเป็นชนกลุ่มน้อย มีประชากรแค่สองแสนเศษ หรือราว 12 เปอร์เซนต์ของประชากรในไครเมียเท่านั้น
 
                      การลงโทษชาวไครเมียเพิ่งจะยุติลงในช่วงทศวรรษ 2493 แต่กว่าที่ชาวไครเมียจะมีโอกาสกลับบ้านเกิดก็อีกทศวรรษต่อมา อย่างไรก็ดี การอพยพยกลับถิ่นเกิดครั้งใหญ่เพิ่งมีในยุคของอดีตประธานาธิบดีมิกฮาอิล กอร์บาชอฟ  หรือยุคหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียตรุสเซียเมื่อปี 2534 แต่ก็เหมือนกับหนีเสือปะจระเข้ เพราะเมื่อกลับไปแล้วก็ต้องเผชิญกับความอดหยาก ความสิ้นหวังและการตกงาน กระนั้น ลูกหลานเจ็งกิสข่านก็ไม่ย่อท้อเนื่องจากมีความหวังสดใสรออยู่เบื้องหน้า เมื่อเริ่มมีสิทธิปกครองตนเองอีกครั้ง รวมทั้งได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการว่าเป็นชาติพันธ์หนึ่งในเขตปกครองตนเองไครเมีย
 
                      แต่ฝันหวานนี้ก้เริ่มเลือนลาง เมื่ออดีตประธานาธิบดีวิกเตอร์ ยานูโควิช ได้ย้ายสนามรบจากกรุงเคียฟมาที่แหลมไครเมีย ด้วยการประกาศแยกดินแดนไปขึ้นกับรัสเซีย ซึ่งหลายฝ่ายวิตกว่าสุ่มเสี่ยงที่จะกลายเป็นชนวนของสงครามครั้งใหม่  ทั้งๆที่ชาวตาตาร์ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียแม้แต่น้อย จนอาจจะอยากติดโปสเตอร์ว่า "ถามกูแล้วหรือยัง"
 
 
 
-------------------------
 
(นอกบ้านผ่านเมือง : ชะตากรรมลูกหลานเจ็งกิสข่านที่ไครเมีย (2) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)