
เลือกตั้งส.ว.ภาคใต้วัดขุมกำลังการเมืองต่างขั้ว
เลือกตั้งส.ว.ภาคใต้วัดขุมกำลังการเมืองต่างขั้ว : รายงานโดยศูนย์ข่าวภาคใต้
พื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ผูกขาดทางการเมืองจากพรรคเก่าแก่พรรคหนึ่ง ดังนั้นการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาหนนี้จึงถูกจับตามองจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะจังหวัดใหญ่ๆ สำคัญหลายจังหวัด
เริ่มที่ ตรัง มีคู่ชิงดำที่สมน้ำสมเนื้อแค่ 2 รายเท่านั้น มีดีกรีเป็นอดีต สว.ด้วยกันทั้งคู่ "สมศักดิ์ โล่สถาพรพิพิธ" หรือ "โกบุ้น" อดีต ส.ว.เมื่อปี 2543 พี่ชาย "สมชาย โล่สถาพรพิพิธ" หรือ "โกหนอ" อดีต ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ 4 สมัย บารมีตระกูลโล่สถาพรพิพิธ ค้ำประกันชัยชนะ แต่ก็ประมาทไม่ได้เมื่อเจอคู่แข่งอย่าง "นพ.ชวลา สัมพันธรัตน์" อดีตสมาชิกวุฒิสภา เมื่อปี 2549 และมีมวลชนในฐานะอดีต ผอ.รพ.ตรัง รายนี้ แม้มีจุดอ่อนตรงที่ช่วงหลังจะเหินห่างวงจรการเมืองไปบ้าง และโอกาสที่จะเร่งเครื่องดึงฐานเสียงเก่ากลับมาทำงานในเวลาจำกัดก็ไม่ง่ายนัก
จ.สงขลา ก็ถูกจับตามองไม่น้อย ล่าสุดมีผู้สมัครรวม 4 คน หมายเลข 1 อนุมัติ อาหมัด นักธุรกิจด้านพลังงาน, หมายเลข 2 ผศ.ยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต /ทนายความ, หมายเลข 3 อมรเทพ วัชรอดิศัย พิธีกร/ผู้ฝึกสอนกอล์ฟ และหมายเลข 4 มานะ ศรีพิทักษ์ นักธุรกิจ/กรรมการผู้จัดการบริษัทแมนเอโฟรสเซนฟูดส์ จำกัด แต่คู่ชิงสำคัญน่าจะเป็น อนุมัติ อาหมัด กับ มานะ ศรีพิทักษ์ รายแรกลงสมัครตามมติของคณะกรรมการอิสลามจังหวัด ทั้งยังมีสัมพันธ์อันดีกับ พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ อดีต ส.ส.ปชป.สงขลา และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย โดยที่ อนุมัติ มีตำแหน่งเป็นรองเลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย
"มานะ ศรีพิทักษ์" เข้ามาเสียบแทน นวพล บุญญามณี ที่พลาดโอกาส เพราะขาดคุณสมบัติ เนื่องจากเคยเป็นนายก อบจ.มาก่อน มานะสนิทสนมกับนิพนธ์ บุญญามณี และประพร เอกอุรุ
ความสัมพันธ์ที่แนบแน่นของมานะกับนักการเมืองดังทั้ง 2 รายนี้ ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะยังสามารถเชื่อมโยงถึงการเมืองระดับชาติใน จ.สงขลา ที่แบ่งออกเป็น 2 ขั้วในอดีต คือ ขั้วนิพนธ์ ในฐานะอดีตรองเลขาฯ พรรค ปชป.กับ ถาวร เสนเนียม อดีตส.ส.ปชป.สงขลาและแกนนำ กปปส. โดยสะท้อนผ่านคนใกล้ชิดของทั้งสองขั้วผ่านพล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ ที่ยืนอยู่ข้างนายถาวร และนายประพร เอกอุรุ ที่ยืนอยู่ข้างนิพนธ์ โดยมีดัชนีชี้วัดจากการเลือกตั้ง อบจ.เมื่อปี 2556 ที่ผ่านมา
สนามสุราษฎร์ธานี ของ "ลุงกำนัน" ก็มีนัยไม่น้อยไปกว่าพื้นที่อื่น โดยครั้งนี้มีบุคคลมีชื่อเสียงทางสังคมสมัครถึง 2 คน คือ พล.อ.อ.สุจินต์ แช่มช้อย อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพอากาศ และอดีตผู้บังคับการกองบิน 7 สุราษฎร์ธานี กับ นายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล อดีตผู้ว่าฯ ตรังและอดีตผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี
ถือว่ามากด้วยประสบการณ์ทั้งสองราย ทั้งงานข้าราชการงานประจำที่เหมือนกันมายาวนาน แต่ก็เจอพิษการเมืองจนเกือบเสียศูนย์ทั้งคู่ ทำให้ต้องเกษียณราชการก่อนกำหนด พล.อ.อ.สุจินต์ เมื่อปีที่ผ่านมาเจอวิกฤติการเมือง ทำให้ต้องเกษียณราชการก่อนกำหนดในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพอากาศ จากนั้นก็หวนกลับมาปักธงยังบ้านเกิดทันที พร้อมประกาศตัวกระโจนลงสนามการเมืองเวทีนี้ก่อนใครเพื่อน
ด้วยความที่เกิดและโตที่ จ.สุราษฎร์ธานี จนรับราชการในพื้นที่ต่างๆ เกือบทั่วประเทศ รวมทั้งตำแหน่ง ผู้บังคับการกองบิน 7 ในพื้นที่บ้านเกิดตัวเอง มีโอกาสได้พบปะผู้คนและช่วยเหลือผู้ประสบภัยหลายอย่างที่เกิดขึ้นใน จ.สุราษฎร์ธานี ทั้งการช่วยเหลือกู้ภัยเครื่องบินโดยสาร บริษัทการบินไทย ประสบอุบัติเหตุเมื่อปี 2540 จนมีชื่อกระฉ่อนไปทั่วโลก ทั้งนี้ หลังประกาศและแนะนำตัวเองเป็นระยะยาวนานพอสมควรทำให้เป็นที่รู้จักของมวลชนชาวสุราษฎร์ธานีพอสมควร ที่สำคัญมีความได้เปรียบตรงที่มีเครือญาติและพรรคพวกมากพอสมควร
ธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล อดีตผู้ว่าฯ ตรัง และอดีตผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี ถูกพิษการเมืองเล่นงานจนอ่วมอรทัย ขณะที่กำลังดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี และกำลังมีโครงการต่างๆ ที่จะพัฒนาจังหวัดเข้าตากรรมการพอสมควร กลับถูกเด้งไปเป็นผู้ว่าฯ ตรัง เท่านั้นยังไม่พอ ยังถูกเด้งต่อไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยอีก กระทั่งต้องตัดสินใจไขก๊อกกลับ จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของภรรยาทันที
ความได้เปรียบของรายนี้ ถือว่า ตลอดชีวิตรับราชการอยู่ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ยาวนาน ตั้งแต่เป็นปลัดอำเภอ, นายอำเภอ, ปลัดจังหวัด, รองผุ้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี จนกระทั่งเป็นผุ้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี ทำประโยชน์ให้ชาว จ.สุราษฎร์ธานีพอสมควร และเป็นที่รู้จักคุ้นหน้าคุ้นตาชาวบ้านเป็นอย่างดี
สนามนครศรีธรรมราชโฟกัสไปยัง มนัส เพ็งสุทธิ์ อดีตประธาน กกต.นครศรีธรรมราช หมายเลข 1 ที่มีฐานนิยมอยู่ในเขตตอนเหนือของ จ.นครศรีธรรมราช อย่างกว้างขวาง ทั้งยังได้ใจชาวบ้านอีกโข หลังจากประกาศลาออกจากตำแหน่งประธาน กกต.ในช่วงวิกฤติการเลือกตั้งเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา กับ พ.ต.อ.ธรรมนูญ ไฝจู อดีต ผกก.สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช หมายเลข 2 ซึ่งได้ประกาศตัวลาออกจากราชการทันทีหลังจากถูกคำสั่งย้ายฟ้าผ่าไปดำรงตำแหน่ง ผกก.วิเคราะห์ข่าว บช.ภ.8 ด้วยเหตุที่นายไม่พอใจ อ้างว่าไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์การปิดล้อมบัตรเลือกตั้งในศูนย์ไปรษณีย์ทุ่งสงในครั้งนั้นได้
ความได้เปรียบ พ.ต.อ.ธรรมนูญ จึงอยู่ที่มีเครือข่ายทั้งส่วนตัวและกระดูกมวยทางการเมืองกว้างไกล โดยเฉพาะสายสัมพันธ์กับบิ๊กสายการเมืองใหญ่ในพื้นที่รายหนึ่ง
มวยถูกคู่แต่ละเวทีเหล่านี้ จึงมีสีสันดุเดือดชนิดห้ามกะพริบตา
-----------------------------------------------
(หมายเหตุ : เลือกตั้งส.ว.ภาคใต้วัดขุมกำลังการเมืองต่างขั้ว : รายงานโดยศูนย์ข่าวภาคใต้)



