
9จุดปริศนา'MH 370สูญหาย'
9จุดปริศนา'MH 370สูญหาย' : ทีมข่าวรายงานพิเศษ
ผ่านไปแล้ว 3 วัน เครื่องบินโบอิ้ง 777-200 ER ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH 370 ยังคงสูญหายไปอย่างลึกลับ หน่วยงานทั่วโลกร่วมมือกันค้นหาอย่างเร่งด่วน และยังไม่สามารถไขปริศนาชะตากรรมเครื่องบินยักษ์ลำใหญ่พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 239 คน
สื่อต่างประเทศรายงานทฤษฎีความน่าจะเป็น ที่เครื่องบินพาณิชย์ลักษณะแบบนี้ตกสูญหายหรือระเบิดไว้ 5 ประการ คือ 1.การโจมตีของผู้ก่อการร้าย 2.เครื่องบินระเบิดกลางอากาศ 3.กลไกเครื่องยนต์ขัดข้อง 4.เครื่องบินสูญเสียการควบคุมกะทันหัน และ 5.ปัญหาเกี่ยวกับนักบินหรือผู้ช่วยนักบิน เช่น ควบคุมการบินบกพร่องหรือตัดสินใจฆ่าตัวตาย
"คม ชัด ลึก" สอบถามไปยังผู้เชี่ยวชาญในประเทศไทยหลายฝ่าย ซึ่งกำลังช่วยกันวิเคราะห์ถึงการสูญหายของเครื่องบินลำนี้ โดยมีความแตกต่างพิสดารจากเครื่องบินลำอื่นๆ ในประวัติศาสตร์ เนื่องจากไม่มีการติดต่อแจ้งเตือนฉุกเฉินก่อนจะหายวับไปจากจอเรดาร์
โดยสรุปเบื้องต้นได้ 9 จุดปริศนาด้วยกัน เริ่มจาก แหล่งข่าวผู้เชี่ยวชาญจาก บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ผู้ดูแลจราจรบนน่านฟ้าของเครื่องบินพาณิชย์ เปิดเผยว่า เครื่องบินลำนี้บินขึ้นทะยานสู่ท้องฟ้า กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อเวลา 00.41 น. วันที่ 8 มีนาคม ผ่านไปเกือบ 1ชั่วโมง ยังไม่ติดต่อมายังหอวิทยุการบินทั้งของมาเลเซียและเวียดนาม ซึ่งปกติจะมีการติดต่อกันตลอด ประมาณ 02.40 น. จึงเริ่มยืนยันการสูญหายไปจากหน้าจอเรดาร์ ที่สำคัญคือ ไม่มีการรายงานจากนักบินว่าเกิดอะไรขึ้น !?!
"จุดแรกที่คิดไว้เลยคือ ถูกผู้ก่อการร้ายยึดเครื่อง กัปตันโดนจี้ แต่ผ่านไปยังไม่มีการติดต่อจากนักบิน แม้จะมีเครื่องบินข้างๆ พยายามใช้วิทยุคลื่นสั้นติดต่อสื่อสารเวลาประมาณตีหนึ่งครึ่ง แต่ไม่ได้รับคำตอบได้ยินเพียงเสียงคนพูดอะไรบางอย่าง และคลื่นแทรกจากห้องนักบิน แล้วจากนั้นก็ตัดขาดจากทุกอย่างไปเลย ทำให้ประเด็นนี้หลุดไป แปลว่ากัปตันต้องมีเวลากดปุ่มฉุกเฉินอย่างแน่นอน ซึ่งปุ่มนี้เจ้าหน้าที่บนเครื่องทุกคนถูกฝึกให้กดทันทีถ้ามีอะไรผิดปกติ แม้มีเสียงหรือการเคลื่อนไหวเพียงนิดเดียวก็ตาม"
แหล่งข่าวข้างต้นวิเคราะห์ต่อว่า ส่วนจุดสงสัยที่ 2 คือ มีผู้ก่อการร้ายเอาระเบิดขึ้นไปบนเครื่อง หรือจุดที่ 3 มีการวางระเบิดเวลาหรือระเบิดประเภทอื่นไว้แล้ว แต่ 2 จุดนี้ มีความเป็นไปได้ต่ำ เพราะผู้ก่อการร้ายต้องมีข้อเรียกร้องก่อนจะระเบิดหรือหลังจากระเบิดเครื่องบินไปแล้ว ต้องแสดงตัวว่าเป็นกลุ่มไหน และการที่จะเอาวัตถุระเบิดขึ้นไปเพื่อทำให้เครื่องบินลำใหญ่ขนาดนี้ระเบิดได้ ต้องมีปริมาณระเบิดไม่น้อย ส่วนใหญ่ลูกเรือจะเห็นอาการผิดปกติแล้วแจ้งให้กัปตันกดปุ่มฉุกเฉินแจ้งไปยังหอการบินทันที ดังนั้นการก่อการร้ายจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
ด้านแหล่งข่าวผู้เชี่ยวชาญกลไกเครื่องบิน ซึ่งทำงาน "ฝ่ายช่าง" บินไทยมาหลายสิบปี เล่าว่า หลังเครื่องบินลำนี้หายไปแบบปริศนาฝ่ายช่างมีการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในแง่เครื่องกลของเครื่องบิน โดยแบ่งเป็น 3 จุดน่าสงสัย คือ จุดที่ 1 เครื่องยนต์ทำงานผิดพลาดทำให้กลไกทุกอย่างหยุดกะทันหัน ดิ่งพสุธาลงกลางทะเลลึกทันที แต่มีความเป็นไปได้น้อยมาก เพราะผ่านไป 3 วัน ต้องมีสัญญาณจับได้แล้ว จุดที่ 2 คือ ระบบเครื่องหรือระบบไฟฟ้าบางอย่างผิดพลาดทำให้เกิดระเบิดขึ้นกลางอากาศ เครื่องแตกกระจาย แต่ทั้ง 2 จุดนี้ก็น่าสงสัยว่า ทำไมกัปตันไม่กดปุ่มแจ้งก่อนระเบิด เพราะเครื่องยนต์ทำงานบกพร่องจะมีเสียงเตือนเป็นระยะๆ ก่อนระเบิดใหญ่อย่างแน่นอน
"พวกเราไม่เชื่อว่า เครื่องบินลำนี้เครื่องยนต์จะทำงานผิดปกติจนระเบิด เพราะเครื่องยังไม่เก่ามาก ใช้สิบกว่าปี และถ้าเครื่องบินอยู่บนท้องฟ้าในระดับคงที่แล้ว โอกาสระเบิดยากมาก เหมือนรถวิ่งอยู่บนถนนเรียบร้อยแล้วมักจะไม่เป็นไร ส่วนใหญ่จะเกิดอุบัติเหตุแบบนี้ตอนช่วงเอาเครื่องบินขึ้นหรือลงสนามบินเท่านั้น พวกผมคิดว่า เกิดจากเครื่องบินโดนจรวดมิสไซล์ยิง เพราะระดับความบินสูงแค่ 35,000 ฟิตหรือแค่ 10 กม. เกิดขึ้นได้ อยู่ที่ว่าฝ่ายไหนจะทำ และทำเพื่ออะไร" นายช่างเครื่องบิน แสดงความเห็น
ขณะที่นักบินกองทัพไทย ตำแหน่งระดับเจ้ากรม วิเคราะห์ให้ฟังว่า ช่วงแรกมีหลายคนสอบถามถึงความน่าจะเป็นเรื่องโดนสอยด้วยจรวดมิสไซล์ หรือ "ขีปนาวุธอากาศ-สู่-อากาศ" เพราะในอดีตเคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง แต่ไม่เป็นข่าว เช่น เกิดจากความผิดพลาดของเครื่องบินที่เข้าไปในพื้นที่ทหารที่กำลังซ้อมยิงจรวด หรือ เจ้าหน้าที่ฐานทัพยิงจรวดตั้งจุดพิกัดเป้าหมายผิดพลาด ทำให้เครื่องบินพาณิชย์รับเคราะห์ไปแทน
"เรื่องอย่างนี้ไม่ค่อยมีข่าว เพราะจะสะเทือนความมั่นคงระหว่างประเทศ ส่วนใหญ่จะมีการเจรจาลับๆ เช่น 20 ปีที่แล้วรัสเซียซ้อมรบ เครื่องบินเกาหลีใต้ หรือ โคเรียนแอร์ไลน์ เผลอหลุดเข้าไปจนโดนถล่ม หรือกรณีของไทยเคยมีเฮลิคอปเตอร์โดนทหารพม่ายิงใส่ เพราะความผิดพลาด แล้วพวกเขาก็รีบค้นหาซากเครื่องก่อนระเบิดซ้ำ ทำลายหลักฐานทั้งหมด แต่ฝ่ายอเมริกามาช่วยพวกเราค้นหาจนเจอหลักฐานคราบระเบิด แต่ฝ่ายทหารพม่าปฏิเสธอย่างแข็งขัน สุดท้ายเรื่องก็เงียบหายไป แต่ครั้งนี้เป็นช่วงกลางดึก คงไม่มีใครซ้อมรบ"
นักบินกองทัพไทย อธิบายต่อว่า หากจะมีการยิงขีปนาวุธเข้าใส่เครื่องบินมาเลเซียลำนี้จริง มีจุดเป็นไปได้ 3 จุด คือ 1.โดนยิงจากเครื่องบินขับไล่ เช่น เครื่องบินเอฟ 16 ซึ่งกัปตันจะต้องเห็นก่อนและกดปุ่มฉุกเฉินทันอย่างแน่นอน และฝ่ายหอการบินหรือกองทัพประเทศต่างๆ ต้องรับรู้เช่นกันจากสัญญาณที่เกิดขึ้น 2.การยิงจากฐานเรือรบติดจรวด และ 3.การยิงจากฐานพื้นดิน ซึ่งวิถีการยิงขีปนาวุธปัจจุบันได้ไกลระดับ 100-1,000 กิโลเมตร หรือยิงข้ามทวีปยังได้ แต่ทั้ง 3 จุดนั้นมีความเป็นไปได้น้อยมาก เนื่องจากน่านฟ้าบริเวณนี้มี 3 ประเทศเกี่ยวข้อง คือ 1.มาเลเซีย ซึ่งไม่น่ายิงเครื่องบินตัวเอง 2.ประเทศไทย กองทัพไทยยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว และ 3.เวียดนาม ก็ไม่รู้ว่าเขาจะยิงทำไม และเพื่ออะไร เพราะฉะนั้นเรื่องเครื่องบินโดนขีปนาวุธไม่น่าจะเป็นได้ หรือถ้าเป็นอุบัติเหตุซ้อมรบ ก็ต้องมีสัญญาณออกมาแล้ว
"ส่วนตัวแล้วผมคิดว่า น่าจะเกิดจากสินค้าที่บรรจุอยู่ในตู้ใต้ท้องเครื่องบิน ทำให้เกิดระเบิดขึ้นมามากที่สุด อาจเป็นปฏิกิริยาจากสารเคมีบางชนิด อาจจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ได้ เพราะปัจจุบันการควบคุมความปลอดภัยของสินค้าที่ขนขึ้นเครื่องบินมีน้อยมาก หลายจุดหละหลวมเจ้าหน้าที่ไม่เคยตรวจสอบสินค้าอย่างละเอียด และน่าจะเป็นจุดเดียวที่กัปตันไม่สามารถกดปุ่มอะไรได้ทัน" นักบินกองทัพไทยตั้งข้อสังเกตทิ้งท้าย
-----------------------------------------------
(หมายเหตุ : 9จุดปริศนา'MH 370 สูญหาย' : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)



